ชุยเสียวเสี่ยวเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก เดิมทีเกิดในครอบครัวพ่อค้าฐานะมีกินมีใช้ มารดารู้หนังสือแตกฉานอักษร อีกทั้งบิดายังเปิดกิจการขายภาพพู่กันอักษรศิลป์ นับว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุขครอบครัวหนึ่ง
แต่เพราะบิดาประสบเหตุไม่คาดฝัน ถูกโจรปล้นฆ่าตายระหว่างเดินทางกลับจากค้าขายตั้งแต่ตอนที่นางยังอยู่ในครรภ์มารดา หลังจากมารดาให้กำเนิดนางกิจการของครอบครัวก็ตกต่ำยากจะสืบทอดดำเนินต่อ แต่ละวันอาศัยการจำนำสมบัติในบ้านเพื่อยังชีพ
ต่อมามารดายังล้มป่วยเป็นฝีในท้อง พอล้มหมอนนอนเสื่อก็ไม่อาจเยียวยาฟื้นคืน กลายเป็นน้ำมันหมดตะเกียงมอดในที่สุด
น้าชายผู้มักมาหลอกเอาเงินมารดานางอยู่เนืองๆ เคยเชิญนักพรตลวงโลกผู้หนึ่งมาให้ โดยบอกว่าดวงชะตาของชุยเสียวเสี่ยวนั้นมีพื้นดวง ‘สิบสูญเสีย’ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
พื้นดวงชะตาที่เรียกว่า ‘สิบสูญเสีย’ ก็คือเสียบิดา เสียมารดา เสียมือเท้า เสียสามี เสียบุตรชาย เสียบุตรสาว เสียวาสนาครองคู่ เสียลู่ทางมั่งมี เสียอายุขัย และเสียฤกษ์โชคหนุนนำ
หากเก็บบุตรสาวที่มีฤกษ์ดวงอับแสงชะตาสิบสูญเสียเช่นนี้ไว้ในบ้าน ไม่เพียงเป็นภัยต่อญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเท่านั้น ต่อให้ฝืนรั้งอยู่ไปเด็กหญิงผู้นี้ก็ต้องประสบชะตาโดดเดี่ยวพลัดพรากชั่วชีวิตอยู่ดี
เมื่อน้าชายได้ฟังเช่นนั้นก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ สายตาที่มองชุยเสียวเสี่ยวหลานสาวตัวน้อยเหมือนกับกำลังเห็นสัตว์ร้ายกินคนอย่างไรอย่างนั้น
สุดท้ายน้าชายผู้ขลาดเขลาถึงกับยุยงให้มารดาของชุยเสียวเสี่ยวขายนางไปเป็นสาวใช้ที่อำเภอใกล้เคียงแลกกับเงินเพียงสองสามตำลึงเท่านั้น
ครานั้นชุยเสียวเสี่ยวยังเล็กนัก นางกอดมารดาไม่ยอมปล่อย แต่มารดาของนางยัดขนมวอวอโถว ของกินที่ทั้งบ้านเหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวใส่ในอกเสื้อนางทั้งน้ำตา ก่อนจะตัดใจผลักนางออกนอกประตูไป
ตอนเด็กหญิงชุยเสียวเสี่ยวตัวน้อยถูกโยนขึ้นรถม้า นอกจากขนมวอวอโถวที่ถูกทับบี้แตกเป็นผุยผงอยู่ในอกเสื้อแล้วก็มีเพียงลูกสุนัขจี๋เสียงซึ่งชอบตามติดนางไม่ห่างอีกตัวหนึ่ง
มันดื้อดึงเบียดขึ้นมาบนรถม้าและแยกเขี้ยวกัดงับคนที่ยื่นมือมาเพื่อปกป้องชุยเสียวเสี่ยวอย่างสุดกำลัง
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขจึงถูกขายให้แก่ครอบครัวเศรษฐีมั่งมีครอบครัวหนึ่งในอำเภอใหญ่ไปเช่นนี้เอง
แต่บางทีชุยเสียวเสี่ยวอาจจะมีดวงเคราะห์ร้ายหนักเกินไป ไม่กี่วันต่อมาครอบครัวเศรษฐีที่รับซื้อนางไว้จึงเกิดเหตุไฟไหม้คฤหาสน์กลางดึก ทั้งยังมีโจรกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปปล้นชิงสมบัติ ชุยเสียวเสี่ยวจับพลัดจับผลูถูกโจรพวกนั้นจับพาตัวมา
นางเกือบถูกโจรร้ายขายให้หอนางโลม เคราะห์ยังดีที่โจรเฒ่าผู้หนึ่งในบรรดาพวกมันยังมีมโนธรรมไม่เหือดหาย ช่วยเหลือชุยเสียวเสี่ยวไว้ เพราะครั้งยังหนุ่มเขาสูญเสียบุตรสาวเพียงคนเดียวไป เมื่อเห็นหน้าชุยเสียวเสี่ยวก็รู้สึกว่านางช่างเหมือนบุตรสาวของตนยิ่งนักจึงเกิดความเอ็นดูสงสารนางขึ้นหลายส่วน ครั้นแล้วก็พานางแอบหนีออกมาและเลี้ยงดูนางมานับแต่นั้น
จากนั้นเป็นต้นมาชุยเสียวเสี่ยวก็เดินบนเส้นทางหลอกลวงคนตามโจรเฒ่า ใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรมาตลอดเก้าปีกว่า จนกระทั่งได้พบกับถังโหย่วซู่เจ้าสำนักยันต์คาถาเขาหลิงซานคนก่อน
ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวได้เติบโตขึ้นกลายมาเป็นแม่นางน้อยผู้หนึ่ง ส่วนลูกสุนัขจี๋เสียงที่ติดตามนางมาตลอดก็โรยรากลายเป็นสุนัขแก่แล้ว
ทว่าบาดแผลในใจนั้นดูเหมือนจะมิได้ประสานรอยจางหายไปตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ๆ ฉินหลิงเซียวก็รู้สึกเหมือนตนเองคาดเดาความลับเรื่องฤกษ์ชะตาซึ่งชุยเสียวเสี่ยวไม่ปรารถนาจะขุดคุ้ยขึ้นมาได้