เพียงไม่นานความทุกข์กังวลทางโลกทั้งหมดของหญิงสาวก็สลายไปในเปลวเพลิง เหลือแต่เถ้ากระดูกที่ถูกใส่ลงในโถกระเบื้องเล็กๆ ใบหนึ่ง
ชุยเสียวเสี่ยวนำเถ้ากระดูกของนางไปลอยในแม่น้ำสายหลักของอำเภอเฟ่ยเซี่ยนเป็นขั้นตอนสุดท้าย
แม่น้ำสายนี้ทอดยาวและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ท้องที่ ในเมื่อคนบางกลุ่มไม่ให้อภัยหญิงสาวผู้มีชะตาน่าขมขื่นนี้ได้ก็ให้เถ้ากระดูกของนางกระจายไปทั่วทุ่งนาป่าเขาในอำเภอเฟ่ยเซี่ยนเถิด
ฝ่ายอาอี้หลังจากได้รู้ถึงสิ่งที่สตรีผู้นี้ประสบพบเจอ จิตใจก็ห่อเหี่ยวลงเช่นกัน เขากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คนบริสุทธิ์ถูกบังคับให้เป็นปีศาจมาร แต่คนทำชั่วลับหลังกลับใช้ชีวิตกินอยู่อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน นี่สมเหตุสมผลอะไรกัน”
ชุยเสียวเสี่ยวเพียงยืนมองแม่น้ำไหลรินคดเคี้ยวแล้วขยับคอไปมา ก่อนจะพูดอย่างเกียจคร้าน “จะอะไรกันเล่า ในโลกหล้านี้มีเรื่องอยุติธรรมตั้งมากมาย อาจารย์เคยสอนไว้ว่าบำเพ็ญตนให้เป็นเซียนนั้นไม่ยาก สิ่งที่ยากก็คือการประพฤติตนเป็นมนุษย์ให้สุขสำราญโดยไม่ละเมิดกฎเกณฑ์นี่ล่ะ หากเป็นมนุษย์แล้วยังใช้ชีวิตแบบที่ต้องละอายใจรู้สึกผิดต่อตนเอง ต่อให้บรรลุเซียนสำเร็จก็ไม่มีทางอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ขึ้นมาได้…พวกท่านอยากใช้ชีวิตสุขสำราญกับข้าสักหน่อยหรือไม่เล่า”
คนที่เหลือต่างมองหน้าสบตากัน เพราะตอนท่านอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ก็พูดจาทำนองนี้จริงๆ ผู้อาวุโสเช่นอาจารย์มักกล่าวว่าการบำเพ็ญเพียรนั้นไม่ยาก แต่ธรรมดาแล้วเขามีเรื่องที่อยากทำมากมายจึงแบ่งความสนใจไปจนเกินควรทำให้ยากจะบรรลุวิถีธรรมแท้แห่งการบำเพ็ญเพียร
ว่าแต่ความสุขสำราญที่เจ้าสำนักคนใหม่ผู้นี้เอ่ยถึงคืออะไรกันแน่…
เพียงไม่นานพวกเขาก็เข้าใจว่าความสุขสำราญของศิษย์น้องเจ้าสำนักหมายถึงอะไร
คืนหนึ่งจิ้นโหย่วเต๋อกอดอนุภรรยาคนงามหลับฝันหวานอยู่ในบ้านของตนเองแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่ากำลังนอนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยอยู่บนเตียงใหญ่ของท่านเจ้าเมืองซึ่งอยู่ห่างออกไปถึงหลายร้อยหลี่
ยิ่งไปกว่านั้นนายท่านสกุลจิ้นผู้นี้ยังดูคล้ายคนเสียสติ กอดก่ายท่านเจ้าเมืองผู้มีตอหนวดขึ้นเต็มหน้าพลางลูบไล้ไปมาอย่างลุ่มหลง
เวลานั้นบ่าวรับใช้ได้ยินเสียงท่านเจ้าเมืองร้องขอความช่วยเหลือก็รีบบุกเข้าประตูมาทันที ภาพที่เห็นนี้หากหวนนึกขึ้นมาเมื่อใดก็พลอยให้รู้สึกสะอิดสะเอียนกินข้าวไม่ลงเลย
แม้จิ้นโหย่วเต๋อจะมีอำนาจในอำเภอเฟ่ยเซี่ยนถึงขนาดสามารถใช้มือเดียวปิดฟ้า ได้ แต่คนที่เขานอนด้วยครั้งนี้คือท่านเจ้าเมืองเชียวนะ!
ท่านเจ้าเมืองรู้สึกเสียหน้าและขยะแขยงจนทนไม่ไหว สั่งให้จับเจ้าคนบ้านี้กดไว้กับลานเรือน แล้วประเคนด้วยไม้ตะบองคำรบหนึ่ง
ไม่ว่าจิ้นโหย่วเต๋อจะอธิบายอย่างไรก็ยังถูกโบยตีจนปางตาย กระดูกขาแทบหักทั้งหมด ครั้นคนที่บ้านของเขามาแบกพากลับมาอย่างยากเย็นก็กลับพบว่าเพียงชั่วข้ามคืนเงินทองในคลังของบ้านสกุลจิ้นซึ่งร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดในอำเภอเฟ่ยเซี่ยนอันตรธานหายไปหมดโดยไม่รู้สาเหตุ แม้แต่โฉนดที่ดินก็กลายเป็นเถ้าธุลี
จิ้นโหย่วเต๋อตกใจตาเหลือกค้าง หมดสติไปในทันที…เรื่องพิลึกพิลั่นนี้พาให้คนสงสัยอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของลูกสะใภ้สกุลไป๋ที่ตายไป
กระทั่งเขาฟื้นขึ้นมาก็รีบให้คนไปเชิญแม่นางเซียนแซ่ชุยมา แต่กลับพบว่าบรรดา ‘เทพเซียน’ เหล่านั้นขี่กระเรียนเหาะหายไปทางใดแล้วก็ไม่รู้ ทั้งยังได้ยินมาอีกว่าบันทึกสำนวนคดีเก่าเกี่ยวกับสกุลไป๋ถูกผู้ใดไม่อาจทราบได้ส่งไปให้ท่านเจ้าเมืองผู้ยังโกรธกริ้วไม่หายด้วย
ผลก็คือจิ้นโหย่วเต๋อเพิ่งพักหายใจได้ไม่ทันไรก็ถูกเจ้าหน้าที่มือปราบจับกุมตัวขึ้นรถม้าไปอีกครั้งแล้ว
กล่าวถึงพวกชุยเสียวเสี่ยว ขณะที่พวกเขาออกมาจากอำเภอเฟ่ยเซี่ยน บรรดาศิษย์ร่วมสำนักทุกคนต่างก็สะบัดแขนเหยียดไหล่ที่เมื่อยล้า
เหตุเพราะต้องไล่ลูบจับเงินทองของล้ำค่าในคลังสมบัติบ้านสกุลจิ้นกันทั้งคืน ไม่ใช่เรื่องสบายอะไรเลย
ตอนที่ท่านอาจารย์ร่าย ‘คำสาปสลายทรัพย์’ ใส่พวกเขาคงไม่คาดคิดกระมังว่ามีสร้างประโยชน์เลิศล้ำเช่นนี้ด้วย
เปลี่ยนเงินทองให้กลายเป็นเถ้าธุลีก็เป็นเรื่องสนุกสนานอย่างหนึ่งเช่นกัน ในเมื่อคนแซ่จิ้นนั่นสร้างตัวด้วยวิธีไม่ชอบธรรม เช่นนั้นก็อย่าโทษว่าสมบัติหายไปในชั่วคืนอย่างไม่เป็นธรรมก็แล้วกัน