บทที่ 8
ฝ่ายคนแซ่จิ้นผู้นั้น หลังจากทรัพย์สมบัติอันตรธานหายไปจนเกลี้ยง ซ้ำยังไปล่วงเกินท่านเจ้าเมืองเข้า อีกทั้งเมื่อก่อนเคยรังแกบุรุษข่มเหงสตรี เบียดเบียนผู้คนในหมู่บ้านชนบทไว้มาก เมื่อหมดเงินไร้อำนาจทางการให้พึ่งพา โชควาสนาของเขาก็นับว่ามาถึงสุดทางแล้ว ศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักยันต์คาถาจึงคร้านจะอยู่รอดูชมบทสุดท้ายของเขา
แม้พวกเขาจะได้ลงโทษคนน่ารังเกียจนั่นระบายความเจ็บแค้นออกไปได้บ้าง…แต่หนทางข้างหน้าของเหล่าศิษย์สำนักยันต์คาถาก็ยังมืดสลัว
หลังจากกินขนมแป้งเปี๊ยะทอดกรอบ ชิ้นสุดท้ายที่พกมาจากอำเภอเฟ่ยเซี่ยนหมด จีอู่ชีก็เรอทีหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม “คำสาปนี้ของท่านอาจารย์โหดร้ายรุนแรงเกินไป ไม่รู้ว่าจะคลายได้เมื่อไร”
อาอี้นั่งอยู่ด้านหลังจีอู่ชีช่วยทาสีผึ้งแก้แผลไหม้บนคอให้ศิษย์พี่ใหญ่ เมื่อได้ยินดังนั้นจึงหันไปถามชุยเสียวเสี่ยว “ศิษย์น้องเจ้าสำนัก ต่อไปเราจะไปเขตเมืองที่คึกคักหน่อยใช่หรือไม่ รสชาติของความหิวโหยช่างทรมานเหลือเกินแล้ว”
ชุยเสียวเสี่ยวกำลังจุ่มพู่กันลงในหมึกสีชาดเพื่อวาดยันต์ นางได้ยินคำถามแต่ไม่ตอบรับ เพียงกลั้นหายใจจดจ่อสมาธิแล้วลากเส้นตามภาพในตำราลับของสำนักอาจารย์ ตั้งใจถอดแบบไม่ให้ผิดเพี้ยน
กระทั่งชุยเสียวเสี่ยววาดยันต์สองสามแผ่นเสร็จก็นำมาเทียบกับในตำราอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าพึงพอใจ อย่างน้อยตอนนี้นางก็สามารถวาดอักขระยันต์ได้อย่างถูกต้องแล้ว
ยันต์ที่นางวาดครั้งนี้คือยันต์เสกวารีซึ่งเป็นวิชาแรกเข้าสำนักยันต์คาถา เป็นการใช้ยันต์ดึงดูดน้ำที่อยู่ในห้าธาตุออกมา แม้แต่ในอากาศที่ว่างเปล่าก็สามารถเสกน้ำค้างออกมาได้ หากต่อไปเจอภัยจากอัคคี นางก็ชูยันต์ขึ้นช่วยคนดับไฟได้แล้ว
ครั้นแล้วนางก็วางพู่กันลง โบกยันต์ในมือกลางอากาศพลางท่องคาถางึมงำ หมายจะเสกให้ยันต์กลายเป็นฝน
ศิษย์พี่ทั้งสามต่างปากอ้าตาค้างไปพร้อมๆ กัน อยากจะเห็นเจ้าสำนักคนปัจจุบันสำแดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง
อนิจจา กระดาษแผ่นนั้นลอยไปในอากาศแล้วก็ตกลงอย่างช้าๆ โดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
ชุยเสียวเสี่ยวไม่เชื่อเรื่องดวงเคราะห์จึงหยิบยันต์อีกสองแผ่นขึ้นมา แต่ผลก็ยังคงเป็น ‘กระดาษฟางเหลืองเช็ดก้น’ ปลิวร่วงหล่นลงมาเช่นเดิม
เจียงหนานมู่อดถอนหายใจผิดหวังออกมาไม่ได้ จีอู่ชีหัวเราะลั่น กล่าวว่า “ข้าก็หลงคิดว่าเจ้ามีความสามารถจริงๆ แล้วเสียอีก มาดูตอนนี้เห็นทีเมื่อคืนนั้นคงเป็นแค่แมวตาบอดพบหนูตาย เสียมากกว่า”
ชุยเสียวเสี่ยวเม้มริมฝีปาก ขจัดความรู้สึกไม่พอใจออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยขัดคอขึ้นว่า “ท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ในตำราลับว่าถิ่นฐานเดิมของสำนักยันต์คาถาเราไม่ใช่เขาหลิงซาน เมื่อก่อนนั้นท่านอาจารย์เคยมีวาสนายิ่งใหญ่ได้รู้จักกับปรมาจารย์เว่ยเจี๋ยของเขาที่สระพญาหงส์ บนเขาฉีเหล่า และยังได้เข้าใจแก่นธรรมของวิชายันต์คาถา ณ ที่แห่งนั้นด้วย หากพวกเราอยากจะพัฒนาตบะของตนเองก็ควรจะไปที่สระพญาหงส์บนเขาฉีเหล่าดูสักครั้ง”
เมื่อเจ้าสำนักออกปาก เหล่าศิษย์ร่วมสำนักที่เหลือก็ย่อมต้องเชื่อฟังทำตาม ชุยเสียวเสี่ยวลุกขึ้นเตรียมจะไปเก็บเตรียมข้าวของ แต่กลับมีลูกแก้วลูกหนึ่งหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของนาง
เจียงหนานมู่ก้มลงเก็บมันขึ้นมา พลันพบว่ามันคือลูกแก้วปีศาจที่เปื้อนตำหนินั่นเอง
ลูกแก้วนี้สีหม่นมัวยิ่งกว่าในคืนนั้นและดูเป็นลูกหินที่ไม่สะดุดตาเสียมากกว่า
ชุยเสียวเสี่ยวรับลูกแก้วไปพลิกๆ ดู นางนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าลูกแก้วนี้มาอยู่ในกระเป๋าของตนเองได้อย่างไร
อาจเพราะชุยเสียวเสี่ยวติดตามบิดาบุญธรรมท่องไปทั่วยุทธภพตั้งแต่ยังเด็ก นางไม่เพียงแต่หลอกลวงผู้คนเก่ง แต่ยังมีฝีไม้ลายมือการลักขโมยที่น่าทึ่งอีกด้วย
ทว่าครั้งนี้นางไม่อาจยอมรับ แม้ตนเองจะมีส่วนร่วมในการปราบปีศาจตนนั้น แต่นางเก็บเพียงเปลือกของดักแด้มาเท่านั้น ไม่ได้คิดอยากจะหยิบลูกแก้วปีศาจเจ้าปัญหานี้มาเลยสักนิด!