ทดลองอ่าน ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี บทที่ 5 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี บทที่ 5

รัชศกเฉียนเต๋อปีที่ยี่สิบสี่ เดือนห้า วันที่สิบห้า ตอนรุ่งอรุณ ท้องฟ้ามืดราวถูกสาดด้วยน้ำหมึก ลมพัดแทรกเข้ามาในเสื้อยังคงรู้สึกหนาว ทว่าบนแผ่นหินปูถนนนอกวังหลวงกลับมีเหล่าสตรีที่มาเข้าร่วมการสอบหน้าพระที่นั่งยืนเข้าแถวกันอยู่เต็มนานแล้ว

เหล่าขันทีน้อยถือโคมชาววังอยู่ด้านข้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมพิธีการได้เห็นชัดเจนขึ้นเวลาตรวจรายชื่อ มีขุนนางหญิงของสำนักพิธีกรรมหลายคนเอาขนมอบชาววังที่ทำขึ้นเป็นพิเศษมาแจกจ่ายให้เหล่าสตรีที่เข้าแถวรอคอยอยู่ แล้วสั่งกำชับเสียงเบา “แต่ละคนมีเพียงห่อเดียว ต้องรอจนค่ำย่างเข้าราตรีกาลแล้วจึงออกมาได้ จัดแบ่งเอาเอง”

รอเจ้าหน้าที่ของกรมพิธีการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่มาเรียบร้อย ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว ตอนนี้จึงมีคนของสำนักห้องเครื่องมานำทางเหล่าสตรีทั้งหลายไปรอที่เชิงบันไดหน้าตำหนักเป่าเหออย่างสงบ

เมิ่งถิงฮุยยืนอยู่ในหมู่คน นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นเสาสูงชายคาปลายงอนเชิดสูงของพระราชวังที่อยู่ไกลๆ กระเบื้องเคลือบบนหลังคาส่องแสงวามวาวภายใต้ผืนฟ้ายามราตรี ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวคล้ายอยู่ในความฝัน

คนที่ยืนอยู่ด้านข้างคนหนึ่งจู่ๆ ร่างก็สั่นเทา ส่งเสียงแปลกประหลาดออกมาจากลำคอ

เจ้าหน้าที่ของกรมพิธีการที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาตรวจดู จากนั้นก็หันไปร้องเรียกนางกำนัลที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “อาเจียนแล้ว รีบมาประคองนางออกไป!”

เมิ่งถิงฮุยย่นหัวคิ้วน้อยๆ มองหญิงสาวผู้นั้นถูกนางกำนัลสองคนประคองออกไป สายตาเบนมาตรงจุดที่นางเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่

สีและความวาวของอิฐพระราชวังแผ่นนั้นเข้มทึม มีลวดลายแกะสลักสีเทาอมดำแผ่คลุมอยู่ข้างบน

มุมานะบากบั่นเล่าเรียนมากี่วันกี่คืน ต้องเข้าสอบมากี่สนาม เขียนความเรียงมากี่ความเรียง จึงจะเดินมาถึงที่นี่ได้

แต่กลับเป็นเพราะความตื่นเต้น ทำให้ตนเองต้องสูญเสียโอกาสที่ดีในการก้าวไปตามแผนการอันยิ่งใหญ่

ช่างน่าเสียดายอย่างแท้จริง

นางทอดถอนใจเบาๆ อยู่ในใจ ถูๆ ปลายนิ้วที่ชาจากความหนาวเย็น

หลังจากรออยู่อีกราวหนึ่งเค่อ กว่าก็มีคนถ่ายทอดคำพูดออกมาจากในตำหนัก บรรดาเจ้าหน้าที่ของกรมพิธีการจึงให้เหล่าสตรีที่รออยู่ทยอยเข้าไปด้านในตามลำดับ

ในห้องโถงใหญ่ของตำหนักจุดเทียนสว่างไสว แผ่นอิฐเกลี้ยงเกลามันวาวจนส่องคนได้ เพียงเห็นบัลลังก์มังกรอยู่บนที่สูง ด้านล่างมีโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ในการสอบตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

เมิ่งถิงฮุยหาที่นั่งของตนจนเจอ แล้วลงนั่งเรียบร้อยเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

ไกลออกไปตรงมุมห้อง ลายมังกรบนเสาสีทองดูดุร้ายภายใต้แสงเทียน กรงเล็บทั้งเก้าขี่ก้อนเมฆท่วงท่าสยบผู้คน นางจับจ้องอยู่เป็นนาน จึงถอนสายตากลับ มองโต๊ะที่ว่างเปล่าตรงหน้า

ในตำหนักอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก แต่ปลายนิ้วกลับคล้ายยิ่งหนาวเย็นขึ้น กลางฝ่ามือก็เริ่มมีเหงื่อเย็นซึมออกมา

นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง เพิ่งจะเอาพู่กันกับหมึกของตนวางเรียบร้อย ก็ได้ยินเสียงบรรเลงดนตรีโดยนักดนตรีหญิงในวังดังมาจากด้านนอก

บรรดาขุนนางของกรมพิธีการ สำนักห้องเครื่อง และสำนักพิธีกรรมทั้งสามแห่งเข้ามาในตำหนักยืนเป็นระเบียบ เหล่าสตรีที่รอการสอบก็พากันลุกขึ้นยืนอยู่ในที่นั่งของตน

เมิ่งถิงฮุยก็ยืนขึ้นมา ในใจรู้ว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาที่ตำหนักแล้ว

ต้องขอบคุณในสิ่งที่องค์รัชทายาทประทานให้ เพราะเรื่องการสอบระดับมณฑลทำให้นางมี ‘ชื่อเสียง’ ดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ในเมืองหลวง นางแม้จะไม่ได้พูดไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ แต่ส่วนลึกในใจของนางก็ไม่ชอบใจนัก เดิมเข้าใจว่าการสอบจิ้นซื่อเคอจวี่ครั้งนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาแล้วเสียอีก แต่นางกลับไม่คาดคิดว่าในวันที่สามหลังจากสิ้นสุดการสอบของกรมพิธีการก็มีข่าวแพร่ออกมาว่าการสอบหน้าพระที่นั่งในครั้งนี้องค์รัชทายาทจะเป็นประธานในสอบแทนฮ่องเต้

เป็นโชคไม่ใช่ภัย…เป็นภัยก็หลบไม่พ้น

นางยังคงจมอยู่กับความคิด ศีรษะก้มเล็กน้อย พอได้ยินผู้คนข้างกายร้องเสียงสูงว่า “องค์รัชทายาท” นางก็คารวะลงตามไปด้วย

แผ่นอิฐที่พื้นเย็นเฉียบและแข็งทิ่มแทงหัวเข่าของนางจนเจ็บมาก

มีเสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังมาจากที่นั่งสูงที่อยู่เบื้องหน้า “ทุกคนนั่งลงเถิด อยู่ในตำหนักไม่ต้องระมัดระวังตัวจนเกินไป ประเดี๋ยวตั้งใจเขียนความเรียงให้ดีจึงจะชอบด้วยเหตุผล”

เสียงนี้เปรียบเสมือนไม้ตีกลองเล็กๆ อันหนึ่งเคาะตึงเข้ามาที่แก้วหูของนาง

ในสมองมีเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมา

นางเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่คำนึงถึงสิ่งใด มองตรงไปข้างหน้า…

สองด้านของรองเท้าหุ้มแข้งสีดำมีลายเส้นสีทอง มังกรหยิ่งผยองห้าเล็บบนเสื้อคลุมสีดำดูดุดันฮึกเหิม สองมือของบุรุษวางอยู่บนหัวเข่า ขายาวงออยู่ครึ่งหนึ่ง นั่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนบัลลังก์มังกร

คิ้วรูปดาบเข้มแข็งทรงพลัง ใบหน้าเรียวปานสลักด้วยมีด นัยน์ตาคู่หนึ่งถึงกับมีสีต่างกัน นัยน์ตาซ้ายมีสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาขวามีสีน้ำเงินอมดำ

ปิ่นหยกขาวรูปมังกรที่ด้านหลังศีรษะของเขาส่องประกายแวววาว เสียดแทงจนนางรู้สึกแสบตา

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

community.jamsai.com