หลังจากเยี่ยซวี่อวี่กล่าวลาและออกไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเผยจี้ยังคงอยู่อีกนานไม่จางหาย เขาเองก็ไม่มีแก่ใจไปทำเรื่องอื่นต่อ เอามือไพล่หลังเริ่มเดินไปมาอยู่ในห้องหนังสือก่อนนิ่งเงียบลง
หลังจากมากานเหลียงเขาก็รับตำแหน่งผู้ว่าการเขตมาสิบกว่าปีแล้ว พายุทรายทางตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดไม่หยุดทั้งกลางวันและกลางคืนก็พัดหนวดเครากับเส้นผมของเขาให้กลายเป็นสีขาวอย่างช้าๆ
หากไม่มีเหตุไม่คาดคิดอะไร ชีวิตนี้เขาก็อาจจะแก่ตายอยู่ในเมืองชายแดนแห่งนี้
ทว่าคนเราเดิมก็มาอาศัยอยู่ในใต้หล้านี้เพียงชั่วคราว เหตุใดต้องวิตกกังวลมากมาย เขามีจุดจบเช่นนี้ได้ก็มิใช่เรื่องไม่ดี ยามนี้เพียงรอให้เรื่องใหญ่ในชีวิตของหลานชายได้กำหนดลงไปเป็นที่แน่นอนแล้ว วันหน้าช่วยส่งกระดูกไม่กี่ท่อนของเขากลับบ้านเกิด ชีวิตนี้เขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจแล้ว
พอนึกถึงเรื่องการแต่งงานของหลานชาย เผยจี้พลันเปลี่ยนเป็นอดใจรอไม่ไหว สั่งคนให้ไปเรียกเหอจิ้นมาทันที
เมื่อพบหน้ากันเผยจี้ก็เอ่ยปลอบขวัญว่าเดินทางเหน็ดเหนื่อยแล้ว เหอจิ้นรีบบอกว่าโชคดีที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ
เผยจี้พยักหน้า “เซียวหยวนออกไปเที่ยวนี้เวลาไม่นับว่าสั้น น่าจะกลับมาได้แล้ว เจ้าส่งคนไปเร่งรัดสักหน่อย บอกว่าข้ามีธุระ ให้เขารีบกลับมา!”
ปีหน้าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะมีพระชนมพรรษาครบห้าสิบพรรษา องค์รัชทายาทนำเหล่าขุนนางถวายสมุดลงนามถวายพระพร บอกว่าอาณาประชาราษฎร์เห็นว่าเวลานี้บ้านเมืองสงบสันติ ใต้หล้าไร้คนอดอยากหิวโหย สรรเสริญองค์เหนือหัวผู้มีคุณูปการในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาใหม่ ทั้งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพอดี หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นราษฎรทั้งใต้หล้าจะร่วมกันเฉลิมฉลอง ร่วมกันขอบพระทัยในพระกรุณาธิคุณ
ฮ่องเต้ไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่งของราชสำนัก มีการเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ แว่นแคว้นทั้งสี่ทิศต่างให้ความสนใจ ฟานอ๋องและทูตจำนวนมากได้เตรียมเดินทางเข้าเมืองหลวงล่วงหน้าเพื่อเข้าเฝ้าถวายพระพร ในบรรดาคนเหล่านั้นก็รวมถึงองค์ชายอาสื่อน่าเฉิงผิงแห่งหลางถิง
หลายปีก่อนราชสำนักทำศึกกับซีฟานสกุลอาสื่อน่าได้รับคำสั่งให้ยกกองกำลังทหารมาร่วมรบ เผยเซียวหยวนเคยเข้าร่วมทำศึกด้วยกันกับเฉิงผิง ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันดั่งพี่น้อง ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วเผยเซียวหยวนได้รับเชิญให้ไปล่าสัตว์ที่แคว้นของเฉิงผิง จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา
สถานที่แห่งนี้เป็นเส้นทางที่เฉิงผิงต้องผ่านตอนจะเข้าไปถวายพระพรที่เมืองหลวง คิดว่าทั้งสองน่าจะกลับมาด้วยกัน แต่ตอนนี้เพิ่งจะต้นฤดูใบไม้ผลิ เฉิงผิงมีเวลาเหลือเฟือ น่าจะยังไม่ได้ออกเดินทาง
ช่วงที่เหอจิ้นไม่อยู่ ในละแวกใกล้เคียงดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ นายท่านจึงคิดจะเร่งรัดให้นายน้อยกลับมา แต่มองออกว่านายท่านรีบร้อนมาก ขณะจะเอ่ยปากว่าเขาจะไปที่นั่นด้วยตนเองสักครั้ง ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งข่าวดังมาจากด้านนอก บอกว่านายน้อยอยู่ระหว่างเดินทางกลับมาแล้ว
ที่แท้เผยเซียวหยวนกำลังเดินทางกลับมาพร้อมกับองค์ชายแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังใกล้จะถึงแล้วด้วย เหลือระยะเวลาเดินทางอีกเพียงไม่กี่วัน เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้องค์ชายมีผู้ติดตามจำนวนมาก เขาจึงส่งคนขี่ม้าเร็วกลับมาแจ้งข่าวในเมืองก่อนเพื่อจะได้เตรียมการล่วงหน้า
“ข้าจะไปรับคุณชายเผยเดี๋ยวนี้!” เหอจิ้นพูดด้วยความดีใจ
เผยจี้ก็ปกปิดแววยินดีบนใบหน้าไม่อยู่ งอนิ้วเคาะโต๊ะพลางบอกว่าดี
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 26 ก.พ. 69