เมื่อวานเผยเซียวหยวนได้พบกับเหอจิ้นที่มารับระหว่างทาง ได้ทราบว่าท่านลุงเผยจี้มีเรื่องเร่งด่วนต้องการพบตน เขาถามเหอจิ้นว่าเป็นเรื่องอันใด เหอจิ้นกลับพูดได้ไม่ชัดเจน เพียงบอกว่าผู้ว่าการเขตดูร้อนใจมาก เขากลัวจะทำให้เสียงานจึงชี้แจงกับเฉิงผิงสองสามคำแล้วเร่งเดินทางไม่เถลไถลอีก ในที่สุดคืนนี้ก็อาศัยแสงจันทร์เดินทางในยามค่ำคืนจนมาถึงแล้ว
เนื่องจากเฉิงผิงเข้าเมืองหลวงในครั้งนี้ได้นำสิ่งของบรรณาการมาด้วยมากมาย รวมทั้งม้าฝีเท้าดีจำนวนสองร้อยตัว นอกจากนี้ยังมีขุนนางพร้อมองครักษ์และบ่าวรับใช้ที่ติดตามมาด้วยรวมแล้วหลายร้อยคน คนและขบวนรถม้าทั้งหมดหยุดรวมกันอยู่นอกประตูเมือง อึกทึกวุ่นวายมิใช่น้อย ดีที่ทางนี้ได้รับทราบข่าวล่วงหน้าจึงเตรียมการไว้แล้ว ค่ายที่พักสำหรับผู้ติดตามถูกจัดตั้งอย่างรวดเร็ว
เดิมเผยเซียวหยวนจะเชิญเฉิงผิงไปพักที่เรือนรับรองในจุดพักม้า ที่นั่นได้จัดเตรียมการต้อนรับองค์ชายกับขุนนางที่ติดตามไว้แล้ว เฉิงผิงกลับไม่ยอม เมื่อครู่ตอนอยู่นอกเมืองก็บอกกับเขาว่าน่าเบื่อเกินไป จะตามเขาไปพักที่จวนผู้ว่าการเขตด้วยกัน หลายปีก่อนตอนทั้งสองเข้าร่วมทำศึกกับซีฟานก็เคยดื่มร่วมถ้วย เคยนอนในกระโจมเดียวกัน ครั้งนี้แค่พักอยู่ในเรือนเดียวกัน เผยเซียวหยวนย่อมไม่ว่าอะไร พาองค์ชายกลับไปที่จวนด้วย
เผยจี้ได้รับรายงานล่วงหน้าแล้วและออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
เฉิงผิงนิสัยแข็งกร้าวอารมณ์ร้อน แต่กับเผยจี้อดีตขุนนางที่มีชื่อเสียงของราชสำนักผู้นี้เขาไม่กล้าวางโตอย่างยิ่ง สมัยเด็กเขาเคยถูกส่งไปเป็นตัวประกันในเมืองหลวง เคยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหลายปี ได้เรียนรู้ถึงหลักการวางตนในสังคมของชาวฮั่น เมื่อได้พบเผยจี้ เขาก็มีท่าทีนอบน้อม เปิดปากก็บอกตนเป็นคนคุ้นเคยและเป็นชนรุ่นหลัง เกรงจะรบกวนเผยจี้ เดิมจะไปพักที่จุดพักม้า แต่จนใจที่เผยเอ้อร์เอ่ยปากเชิญตนมาพักด้วยกัน เขายากจะบอกปัดจึงจำต้องมารบกวน
เผยเซียวหยวนมองอีกฝ่ายปราดหนึ่ง เฉิงผิงไม่แม้แต่จะกะพริบตาสักครั้ง มองเผยจี้อย่างเคร่งขรึมจริงจัง
เผยจี้ย่อมบอกว่าดีไม่ขาดปาก ก่อนเรียกคนส่งแขกไปพักผ่อน
รอจนเฉิงผิงจากไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้ว เผยเซียวหยวนก็ชี้แจง “ข้าไม่ทราบว่าท่านลุงมีธุระ เดินทางกลับมากับเฉิงผิงก็หยุดเป็นระยะทำให้เสียเวลา หาไม่ครึ่งเดือนก่อนก็คงกลับมาถึงแล้ว”
เผยจี้บอกว่าไม่เป็นไร อาศัยแสงโคมเห็นหลานชายดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ทั้งยามนี้ก็ดึกมากแล้ว จึงบอกให้เขาไปพักผ่อน
เผยเซียวหยวนกลับไม่ขยับ
“ท่านอาเหอบอกว่าท่านลุงต้องการพบข้าเพราะมีธุระสำคัญ ข้าไม่เหนื่อยแม้แต่น้อย”
เผยจี้จึงพาเขาเข้าไปในห้องหนังสือแล้วปิดประตู แต่กลับเพียงมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เอ่ยปากอะไร
ตอนแรกเผยเซียวหยวนเข้าใจว่ามีสถานการณ์ทางทหารกะทันหัน แต่ตอนนี้ได้พบหน้ากันแล้ว ดูจากท่าทางของท่านลุงก็เห็นชัดว่าไม่ใช่ เมื่อถูกอีกฝ่ายมองเช่นนี้ หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง ต่อให้มีความอดทนมากเพียงใดก็ทนไม่ไหว เขาจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
“ถ้าท่านลุงมีเรื่องอะไรก็พูดออกมาได้เลยขอรับ”
เมื่อครู่เพราะได้เห็นหลานชาย เผยจี้จึงนึกไปถึงเรื่องเก่าในตอนนั้น
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้บ้านเมืองกว่าครึ่งพลิกคว่ำ ราษฎรนับพันนับหมื่นตกอยู่ในความทุกขเวทนา เขาเองก็สูญเสียพี่น้องและบุตรชาย ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่เสียดแทงเข้าไขกระดูก ถึงวันนี้พอคิดขึ้นมาก็ยังคงยากที่จะสงบใจลงได้ ดีที่ยังมีเรื่องให้น่าปลื้มใจ ตอนนี้หลานชายโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว รออีกฝ่ายแต่งงานมีครอบครัว ตนก็นับว่าจัดการเรื่องใหญ่ในใจเสร็จสิ้นแล้ว