“เหมือนจะจำได้…ว่านอนสอนง่ายยิ่งจริงๆ เพราะเหตุใดท่านลุงจึงต้องเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้เล่า”
เผยเซียวหยวนถามอีกครั้ง ฉับพลันนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดที่เหอจิ้นเคยพูดต่อหน้าเขาคำหนึ่ง ตอนเขาไม่อยู่เหอจิ้นออกไปรับแม่นางน้อยคนหนึ่งกลับมาที่บ้าน เป็นเรื่องไม่กี่วันมานี้เอง
ราวกับได้กรอกสติปัญญาเข้าไปในสมอง เผยเซียวหยวนพลันเงยหน้าขึ้นมา “หรือว่าแม่นางน้อยที่ท่านอาเหอไปรับมาในครั้งนี้ก็คือหลานสาวผู้นั้นของเยี่ยจงหลี?”
เผยจี้มองหลานชายพลางพยักหน้าเล็กน้อย แววตามีประกายชมเชย
“ใช่! นางมีนามว่าเยี่ยซวี่อวี่ เป็นคนที่ข้าหมั้นหมายให้กับเจ้า”
ไม่ว่าเผยเซียวหยวนจะสุขุมคัมภีรภาพเพียงใด ฟ้าร้องหูแทบหนวกก็สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้กลับยากจะปิดบังความประหลาดใจไว้ได้ พอได้สติคืนมาก็รีบร้อนจะเปิดปาก
เผยจี้โบกมือ “เจ้าฟังข้าพูดก่อน นี่เป็นเรื่องเมื่อปีที่แล้วหลังจากเจ้าจากไปแล้ว วันนั้นจู่ๆ ข้าก็ได้รับข่าวจากเยี่ยจงหลี ห่างจากครั้งก่อนที่ส่งจดหมายถึงกันราวสองสามปี ตอนนั้นเขาเร่งรีบเดินทางเพราะเรื่องส่วนตัวเรื่องหนึ่ง ทำให้เยี่ยซวี่อวี่ล้มป่วยหนักจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เขารู้สึกผิดอย่างยิ่ง หลังจากหลานสาวหายจากอาการป่วยแล้วเขาจึงตั้งใจปักหลัก เดิมข้าเข้าใจว่าเขาคงจะอยู่ในป่าเขาไปตลอดชีวิต ไม่เดินทางไปทั่วทุกหัวระแหงอีก จะอย่างไรเขาก็ชราแล้ว ก่อนหน้านี้ยังมีโรคที่เกิดจากการวาดภาพอยู่ในตัว คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ได้รับข่าวจากเขาอีกครั้ง สถานการณ์กลับแตกต่างไปจากที่ข้าคิดไว้
ในจดหมายเขารู้สึกว่าร่างกายของตนนับวันยิ่งเสื่อมโทรม อายุขัยอาจจะใกล้สิ้นสุด เกรงจะเหลือเวลาอีกไม่มาก ชีวิตนี้เขาได้พบเห็นและผ่านประสบการณ์ต่างๆ มามากมาย เขาไม่กลัวความตาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาจำเป็นต้องอาศัยช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่เดินทางไปสักครั้ง หาไม่เขาก็ไม่อาจสงบใจได้ และสงสารเยี่ยซวี่อวี่ที่ตัวคนเดียว ไม่อาจวางใจเรื่องนาง คิดไปคิดมาก็มีเพียงข้าที่เขาเชื่อถือไว้วางใจ จึงเขียนจดหมายมาด้วยความจริงใจไหว้วานให้ข้าช่วยดูแล วันหน้าหากมีคนที่เหมาะสมค่อยจัดการแต่งงานให้กับนาง”
เผยจี้ไม่มีบุตรสาว ตอนเด็กที่เยี่ยซวี่อวี่มาที่นี่ในครั้งนั้นเขารักและเอ็นดูนางมาก ตอนจะแยกจากไป เมื่อใคร่ครวญถึงว่าเยี่ยจงหลีไม่มีที่อยู่อาศัยแน่นอน ทั้งเยี่ยซวี่อวี่ยังเด็ก อยู่กับท่านปู่อาจไม่ค่อยสะดวก เขาจึงเอ่ยปากถามว่าให้นางอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ เขาจะปฏิบัติต่อนางอย่างมีเมตตา
ตอนนั้นเยี่ยจงหลีได้ถามเยี่ยซวี่อวี่เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่นางไม่สมัครใจ บอกว่าจะอยู่ข้างกายท่านปู่ ไม่รู้สึกลำบากอะไรกับการระเหเร่ร่อน เผยจี้ในตอนนั้นรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงล้มเลิกไป คิดไม่ถึงว่ามาบัดนี้หลังจากผ่านไปหลายปีเยี่ยจงหลีจะฝากฝังนางกับเขาอย่างเป็นทางการ
เผยจี้มีหรือจะไม่รับปาก ให้คนขี่ม้าเร็วส่งจดหมายตอบไปทันที บอกว่าเขาตั้งใจจะขอหมั้นหมายนางให้แต่งงานกับหลานชายของเขา ถ้าเยี่ยจงหลีเห็นดีเห็นงามด้วยก็นับเป็นโชควาสนาของสกุลเผย ต่อมาเยี่ยจงหลีก็มีจดหมายตอบกลับมาว่าตนเองก็ชื่นชอบหลานชายของเผยจี้มาก และรู้ว่าหลานชายผู้นี้จะไม่ปฏิบัติต่อหลานสาวของตนอย่างขาดตกบกพร่อง ครั้นแล้วเรื่องการแต่งงานจึงถูกกำหนดลงเช่นนี้
ในช่วงท้ายเยี่ยจงหลียังกำชับเผยจี้ว่าห้ามบอกเรื่องความกังวลเกี่ยวกับอายุขัยของเขากับเยี่ยซวี่อวี่เพื่อที่นางจะได้ไม่ทุกข์ใจ จากนั้นเผยจี้ก็ทำตามที่ตกลงไว้ รีบมอบหมายให้เหอจิ้นไปรับคนมา