“ขอแสดงความยินดีกับคุณชาย เรื่องดีมาแล้ว ข้ายังว่าพักนี้เหตุใดจึงเห็นนกสาลิกา เกาะอยู่บนชายคา ที่แท้ในบ้านจะมีเรื่องมงคลแล้ว”
เมื่อเช้าตอนเผยจี้พูดคุยเล่นกับผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนเขาไม่อาจข่มกลั้นความดีใจเอาไว้ได้และเผยเรื่องมงคลไปเล็กน้อยว่าหลานชายของตนกำลังจะแต่งงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดชัดเจนว่าเป็นแม่นางน้อยเยี่ยที่มาถึงจวนเมื่อไม่กี่วันนี้ แต่ทุกคนต่างก็เห็นกันอยู่ หลังจากคนเหล่านั้นออกมา เพียงชั่วเวลาครึ่งวันข่าวดีเกี่ยวกับแม่นางน้อยเยี่ยกับเผยเซียวหยวนก็แพร่กระจายออกไป ทุกคนทั้งในและนอกจวนต่างรู้กันทั่ว
เผยเซียวหยวนไม่ได้พูดอะไร เพียงยิ้มบาง โยนสายบังเหียนพร้อมแส้ไปให้ชิงโถวรับไว้ แล้วเขาก็ก้าวขึ้นบันไดไม่กี่ก้าวเข้าประตูไป
เขากลับไปยังที่พัก เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นมาทั้งวันออก จากนั้นเฮ่อซื่อก็มาหา บอกว่าผู้ว่าการเขตให้เขาไปพบ
เผยเซียวหยวนรับคำแล้วถือโอกาสถาม “ท่านลุงบอกหรือไม่ว่ามีเรื่องอันใด”
เฮ่อซื่อมองเขา ลังเลเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า “ท่านไปแล้วก็จะรู้เองเจ้าค่ะ”
เรื่องการแต่งงานของเขากับสตรีผู้นั้น ท่านลุงต้องบอกให้ท่านป้าเฮ่อรู้ตั้งแต่แรกแล้วเป็นแน่ เผยเซียวหยวนเห็นว่ายามนี้นางเอาแต่มองจ้องตน ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด สงสัยว่านางอยากจะพูดคุยกับตนถึงเรื่องที่จะต้องจัดเตรียมงานแต่งงานต่อไปก็อดอึดอัดขัดเขินขึ้นมาไม่ได้ แต่กลับไม่เผยสีหน้าออกมา กลัวนางจะหยอกล้อตน
ชายหนุ่มรีบร้อนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จ ก่อนจะตรงไปที่ห้องหนังสือของเผยจี้
ไม่นานก็มาถึง เขาเดินเข้าไปคารวะ “ท่านลุง เรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือขอรับ”
เผยจี้ปิดม้วนหนังสือลงช้าๆ ไม่พูดอะไร เพียงถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง
“มีอะไรหรือ เหตุใดท่านลุงจึงถอนหายใจ”
เผยจี้ถอนหายใจอีกครั้ง “เซียวหยวน ข้าเองก็รู้ เมื่อคืนตอนพูดเรื่องแต่งงานกับเจ้า เจ้าออกจะปากไม่ตรงกับใจ เช่นนี้ก็ดี เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจตนเองเพราะข้าแล้ว”
เผยเซียวหยวนงุนงงเล็กน้อย “ท่านลุงพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ”
“เมื่อเช้าหลังจากเจ้าออกไปได้ไม่นานเยี่ยซวี่อวี่ก็มาและบอกปฏิเสธเรื่องการแต่งงาน หลังจากเจ้าย้อนกลับมาเดิมข้าคิดจะบอกกับเจ้า แต่เห็นเจ้ากับเฉิงผิงรีบร้อนจะไปล่าสัตว์จึงไม่ได้รั้งไว้ รอตอนค่ำเจ้ากลับมาแล้วค่อยบอกก็เหมือนกัน”
ในห้องนิ่งเงียบไปทันที
ที่มุมห้อง น้ำชาที่กำลังต้มอยู่บนเตาดินเผาใบเล็กค่อยๆ เดือดพล่านขึ้นมา น้ำเดือดล้นออกจากฝา รดลงบนถ่านที่ถูกเผาจนแดงฉานดังฉี่ๆ ถ่านไฟมอดดับลง ควันที่แสบจมูกลอยขึ้นมา
เผยเซียวหยวนก้าวปราดเข้าไปหิ้วกาน้ำชาออก ครอบปิดถ่านไฟไปเสีย หลังจากดับไฟแล้วเขาลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะหันมามองเผยจี้
“นาง…เพราะเหตุใดหรือ”
เผยจี้จึงเล่าเรื่องที่ตนพบกับสตรีสกุลเยี่ยในตอนเช้าให้เขาฟังทั้งหมดรอบหนึ่ง “ที่แท้ก่อนหน้านี้ที่นางรับปากเรื่องแต่งงานก็เพียงเพื่อจะให้ท่านปู่ของนางสบายใจ เดิมทีลุงหวังว่าพวกเจ้าสองคนจะแต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข คิดไม่ถึงว่ากลับคว้าน้ำเหลว ช่างเถิด ในเมื่อเจ้ากับนางต่างไม่ปรารถนาจะแต่งงาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะบีบบังคับกันได้ ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้กับเจ้า การหมั้นหมายล้มเลิกเพียงเท่านี้ ต่อไปจะไม่พูดถึงอีก”
แม้จะพูดเช่นนี้ ในใจของเผยจี้สุดท้ายแล้วยังคงรู้สึกเสียดาย
หลังจากเผยเซียวหยวนสูญเสียมารดาไปเมื่อตอนอายุแปดขวบก็ออกจากเมืองหลวงมาอยู่ข้างกายเขา กล่าวได้ว่าเติบโตขึ้นมาในสายตาของเขา แม้ปกติลุงหลานจะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก แต่เผยจี้ก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเคารพตนดุจบิดาจากส่วนลึกของหัวใจ