บทที่ 65
วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน
ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรมเพราะความทุกข์ใจตรอมใจ ก่อนเสียชีวิตนางไม่รับข้อเสนอของชุยเต้าซื่อที่มาเยี่ยมนางเป็นการส่วนตัวและบอกว่ายินดีจะเลี้ยงดูหลานชาย กลับสั่งให้บุตรชายออกจากเมืองหลวงไปพึ่งพาเผยจี้ผู้เป็นลุงที่อยู่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงเหนือ
แน่นอนว่าเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องเก่าในอดีตทั้งหมด ตอนนี้เผยเซียวหยวนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่าทีของหวังซื่อนายหญิงแห่งจวนสกุลชุยก็เปลี่ยนไปแล้ว ครั้งนี้นางให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับวันครบรอบการจากไปของน้องสาวสามี ได้เรียกหวังเจินเฟิงหลานสาวของตนมาล่วงหน้าเพื่อช่วยจัดเตรียมงาน ในวันนี้จึงมีการจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลที่วัดฉือเอิน และเนื่องจากอีกสามวันจะเป็นเทศกาลอวี๋หลันเผินพอดี จึงจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลในครั้งนี้ต่อเนื่องกันสามวัน เป็นการบูชาพระรัตนตรัยในเทศกาลอวี๋หลันเผินและอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดาผู้ล่วงลับได้ไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น
หลังจากพบหน้ากับเยี่ยซวี่อวี่โดยบังเอิญ เผยเซียวหยวนก็สำรวมจิตใจอย่างรวดเร็วแล้วเข้าวังไปเข้าร่วมการประชุม
หานเค่อรั่งสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งทุกวันนี้อย่างมั่นคงได้ นอกเหนือจากเขาจะมีความดีความชอบในฐานะผู้ติดตามที่ร่วมเป็นร่วมตายของติ้งอ๋องในการต่อสู้ทำศึกในสนามรบสมัยก่อนแล้ว ตัวเขาเองยังไม่ใช่คนผิวเผินธรรมดาอีกด้วย ครั้งนี้เขาได้จัดทำแผนการคุ้มกันไว้อย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน ตั้งแต่ออกเดินทางไปจนถึงที่พักระหว่างทาง กระทั่งไปถึงพระราชนิเวศน์ที่ภูเขาชังซาน ไม่เพียงจัดเตรียมทุกขั้นตอนไว้อย่างชัดเจน การรักษาการณ์ในทุกจุด แต่ละจุดจะจัดให้มีทหารรักษาการณ์ในที่แจ้ง ทหารรักษาการณ์ในที่ลับกี่คน แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ก็ไม่ปล่อยผ่าน สอบถามด้วยตนเองทุกเรื่อง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นจึงสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมตัว
หานเค่อรั่งก็รู้ว่าวันนี้จวนสกุลชุยจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ชุยเหนียงจื่อที่วัดฉือเอิน หลังเลิกประชุมจึงตั้งใจรั้งเผยเซียวหยวนไว้ กำชับเขาว่าหลายวันนี้ไม่ต้องแบ่งความสนใจไปกับเรื่องการแปรพระราชฐาน ให้ไปดูแลจัดการพิธีอุทิศส่วนกุศลให้มารดาก่อน ส่วนเรื่องของหน่วยลู่อู๋ตนจะช่วยจับตาดูให้เอง
เผยเซียวหยวนซาบซึ้งใจยิ่งนัก ทำความเคารพอย่างเป็นทางการ หานเค่อรั่งบอกว่าเขาอย่าถือเป็นคนอื่น ปีนั้นตนก็ถูกการกระทำอันเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมของชุยเหนียงจื่อสั่นสะเทือนจิตใจ ยังคงจดจำได้ชัดเจนจนถึงทุกวันนี้ วันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของมารดาอีกฝ่าย และเป็นการเซ่นไหว้ครั้งแรกหลังจากเขาเข้าเมืองหลวง ในฐานะบุตรชายจะปลีกตัวอยู่ข้างนอกได้อย่างไร ถือเสียว่าให้เขาลาพักเป็นกรณีพิเศษ บอกเขาให้วางใจไปร่วมงานเถิด
เรื่องนี้เดิมเผยเซียวหยวนได้วางแผนไว้แล้ว แต่ในเมื่อผู้บังคับบัญชาได้จัดการให้เป็นพิเศษเช่นนี้ เขาจึงไม่ปฏิเสธ กล่าวขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นก็ออกจากวังไปยังวัดฉือเอิน
เป็นดังที่หวังเจินเฟิงเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ นางใส่ใจเรื่องวันครบรอบอย่างยิ่ง ได้จัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวัดฉือเอินทราบว่าสกุลชุยจะจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ชุยเหนียงจื่อผู้ล่วงลับก็ไม่กล้าเมินเฉย มอบห้องโถงเจ้าแม่กวนอินทั้งห้องเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดพิธีในช่วงสามวันต่อจากนี้ ผู้ทำพิธีก็เป็นพระภิกษุชั้นสูงที่มีชื่อเสียงของวัดนามเจวี๋ยฮุ่ยซึ่งเข้าออกวังหลวงเพื่อเทศนาพระธรรมคำสอนแด่ไทฮองไทเฮาและผู้สูงศักดิ์อยู่เสมอ
เผยเซียวหยวนมาถึงหน้าห้องโถงเจ้าแม่กวนอิน ข้างในพิธีได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางควันธูปที่ลอยเป็นเกลียวและเสียงประสานกันของเกราะไม้ และระฆัง เจวี๋ยฮุ่ยนำคณะสงฆ์สวดมนต์พร้อมกัน เผยเซียวหยวนฟังอยู่ด้านนอกครู่หนึ่ง ฟังออกว่าคณะสงฆ์กำลังสวดบทสวดมนต์ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรจากนั้นเขาก็เดินมาถึงประตู มองไปก็เห็นชิงโถวทันที