ทดลองอ่าน รัตติกาลซ่อนกล บทที่ 5 – หน้า 14 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน รัตติกาลซ่อนกล บทที่ 5

14 of 14หน้าถัดไป

ผิงอวี้ฝึกยุทธ์มานานปี การมองเห็นยามค่ำคืนจึงดีกว่าฟู่หลันหยาไม่รู้เท่าใดต่อเท่าใด ย่อมเห็นนานแล้วว่ามีงูประหลาดนับไม่ถ้วนกำลังคืบคลานอย่างน่าสยดสยองเข้ามาใกล้คนทั้งสอง หัวงูเลื้อยพันเกี่ยวกระหวัดอย่างสับสน น่ากลัวว่าจะมากันเป็นร้อยตัว ไม่ช้าก็เลื้อยเข้ามาโอบล้อมเขากับฟู่หลันหยาไว้ตรงกลาง

เขามองเข้าไปในดงไม้ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม งูฝูงนี้ตัวสีเขียวเข้ม สองตาวาวโรจน์ดุจคบไฟ ดูก็รู้ว่าเป็นงูเขียวหางไหม้ท้องเหลืองที่มีพิษร้ายแรง ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในดงไม้มีความเป็นมาเช่นไรจึงสามารถเรียกงูพิษทั้งฝูงมาได้ในชั่วอึดใจเดียวเช่นนี้

ว่ากันจากจำนวนของงูแล้ว คิดจะเล่นงานชาวยุทธ์อันดับหนึ่งนับสิบคนก็เรียกได้ว่าเกินพอ หากพวกเขายังอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่ต่างกับรอความตาย

“หนี!” ผิงอวี้เงื้อดาบขึ้นฟันงูตัวหนึ่งที่พุ่งเข้าใส่ด้านหน้าจนขาดเป็นสองท่อน แล้วหันไปตะคอกสั่งฟู่หลันหยา ลำธารด้านหลังนางกว้างเพียงแค่ไม่กี่ฉื่อตอนนี้อีกฝั่งไม่มีงู ขอเพียงลุยน้ำข้ามไปได้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหนีงูทั้งฝูงไม่พ้น

ชั่วชีวิตของฟู่หลันหยา สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือสัตว์จำพวกงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ไหนเลยจะกล้ารอช้า นางที่มีสีหน้าซีดขาวรีบตะกายลุกขึ้นจากพื้น

แต่เพิ่งจะก้าวเดินนางก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจนร้องคราง ก่อนทรุดฮวบลงกับพื้น

ผิงอวี้ได้ยินเสียงล้มทางด้านหลัง ฉับพลันก็ฉุนเฉียวอย่างมาก ตะคอกอย่างขุ่นเคือง “มัวอืดอาดชักช้าอะไรอีก! รีบหนีเร็ว!” ขณะที่พูดก็เงื้อดาบฟันฉับฆ่างูที่เกือบจะฉกโดนบั้นเอวเขาอีกหลายตัว

ฟู่หลันหยากัดฟันตะเกียกตะกายลุกขึ้น รีบวิ่งออกไปสองก้าวอย่างสุดกำลัง นางรู้สึกเจ็บปวดจนต้องสูดหายใจเฮือก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล พูดเสียงสั่นว่า “ข้าข้อเท้าแพลงเสียแล้ว”

ผิงอวี้ถึงกับพูดไม่ออก เหลือบเห็นเงาดำมะเมื่อมอีกสายพุ่งปราดมาถึงข้างกาย เห็นกับตาว่ากำลังจะกัดเข้าที่แขนฟู่หลันหยาอยู่แล้ว

ฟู่หลันหยาตกใจจนหวีดร้องเบาๆ พลางรีบกระถดหนี แต่งูตัวนั้นว่องไวมาก แทบไม่อาจหลบหลีกมันได้เลย

จังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็เห็นประกายดาบวาบขึ้น ดาบนั้นคมปลาบยิ่ง ฟันฉับตัดร่างงูจนขาดเป็นสองท่อนทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากแขนฟู่หลันหยาเพียงไม่กี่ชุ่นเท่านั้น

จากนั้นฟู่หลันหยาก็รู้สึกร่างเบาหวิว มือแข็งแรงข้างหนึ่งฉุดตัวฟู่หลันหยาขึ้นจากพื้น ไม่ทันรอให้นางได้รู้เนื้อรู้ตัว ผิงอวี้ก็แบกนางขึ้นหลังเขา แล้วกระโดดข้ามลำธารโดยไม่พูดอะไรสักคำ มุ่งหน้าลุยน้ำไปยังอีกฝั่ง

ฟู่หลันหยาตกใจจนขวัญกระเจิง ยังคงได้ยินเสียงงูขู่ฟ่อๆ จากทางด้านหลัง ไม่รู้ว่าคนที่เรียกงูมานั้นใช้วิธีการใดจึงทำให้งูทั้งฝูงข้ามน้ำมาได้ แล้วเลื้อยไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

นางกลัวว่าจะถูกงูฉกที่หลัง จึงกอดรัดผิงอวี้ไว้แน่นสุดชีวิตจนร่างแนบชิดกับตัวเขาอย่างไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

ขณะวิ่งหนีเตลิดอย่างชุลมุนนั้นเอง เสียงความเคลื่อนไหวที่ด้านหลังก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ หัวใจของนางที่แขวนค้างกลางอากาศตลอดเวลาในที่สุดก็กลับมาเป็นปกติ แต่ที่ทำให้นางแปลกใจก็คือร่างของผิงอวี้กลับเขม็งเกร็งขึ้นทุกที

ขณะกำลังนึกสงสัยอยู่นั่นเอง จู่ๆ ฟู่หลันหยาก็รู้สึกเย็นๆ ที่แขน นางมองด้วยความตกใจเล็กน้อย เห็นมีเหงื่อไหลลงมาจากขมับของผิงอวี้ เหงื่อเม็ดเป้งเท่าเม็ดถั่วไหลโกรกลงมาตามด้านข้างใบหน้าที่ซีดขาวเป็นทาง

ฟู่หลันหยาคิดว่าผิงอวี้คงจะเหนื่อยมากแล้ว พอเห็นว่าฝูงงูไล่ตามมาไม่ทัน นางก็คิดจะลงจากหลังของเขา ใครเลยจะรู้ เพียงแค่นางขยับตัวผิงอวี้ก็กัดฟันกระซิบบอกว่า “เจ้าอย่าขยับตัวได้หรือไม่”

นางเห็นว่าน้ำเสียงของเขาไม่สู้ดีก็พูดไม่ค่อยออก “ข้าคิดว่า…”

“เจ้าคิดว่าอะไร” เขาตัดบทนางเสียงเฉียบ นางสวมใส่เพียงชุดนอนบางๆ เท่านั้น แขนที่เปลือยเปล่าโอบรอบลำคอเขาไว้แน่น ผิวพรรณหอมสดชื่นไร้กลิ่นเหงื่อ ยามที่นางพูด ลมหายใจหอมกรุ่นดุจดอกกล้วยไม้บางเบาก็รดไปมาที่ใบหูเขาราวกับขนนกอ่อนนุ่ม จนทำให้ผิงอวี้ลำคอตีบตันคล้ายมีรสขมปร่า เรือนร่างนางอ่อนนุ่มราวกับไม่มีกระดูก เขากำลังกอบกุมเรียวน่องบอบบางไว้กับมือ ต่อให้มีเสื้อผ้าบางๆ กั้นไว้ก็ยังรู้สึกร้อนลวก ที่แย่ที่สุดก็คือเส้นผมนางที่ทั้งสยายยาวทั้งเรียบลื่นก็เอาแต่ไล้ไปมาอยู่ตรงซอกคอจนรู้สึกเหมือนมีใบหลิวปัดป่ายไปมา ชวนให้รู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก

 

ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ เวลา 12.00 

14 of 14หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

community.jamsai.com