หางตาซูเสี่ยวเตากระตุกริกๆ ต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาลทีเดียวถึงจะสามารถห้ามตนเองไม่ให้กระโจมเข้าไปซัดเขาจนน่วม ก่อนจะแค่นเสียงประชด “ฮ่าๆ ขำมาก”
หร่วนชิงเฟิงเองก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองเข้าสู่ทางสายมืดขึ้นมานิดๆ ไม่เช่นนั้นเหตุใดถึงคิดว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก บุรุษรังแกสตรี เสือรังแกกระต่ายเป็นเรื่องที่สนุกเพลิดเพลินถึงเพียงนี้ได้เล่า
“กลับมาที่เรื่องสำคัญกันดีกว่า จำกัดที่สิบกระบวนท่า หากสามารถทำให้อาวุธหลุดมือคู่ต่อสู้และกดอีกฝ่ายลงกับพื้นได้ในสิบกระบวนท่าก็ถือว่าชนะ” เขาเดินไปที่ราวอาวุธช้าๆ แล้วหยิบกระบองไม้เกาลัดที่ใช้น้ำมันขัดถูจนขึ้นเงาลงมาจากราว
กระบองยาวกลมกลึง ไม่มีหนาม ไม่มีคม ไม่ทำให้บาดเจ็บ ข้อนี้สำคัญยิ่ง
ส่วนซูเสี่ยวเตาย่อมต้องเลือกดาบเล่มใหญ่แน่นอนอยู่แล้ว สันดาบหนา ใบดาบวาววับ ด้ามจับหุ้มหนังหมาป่าอย่างดี ช่วยให้จับกระชับมือ ไม่ลื่น อาวุธชนิดนี้ดุดันน่ากลัว ขัดกับภาพลักษณ์น่ารักอ่อนหวานของนางโดยสิ้นเชิง
แต่พอได้เห็นนางถือดาบเล่มใหญ่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้นอย่างห้าวหาญ หร่วนชิงเฟิงก็มีอันอึ้งไป
ดาบเล่มใหญ่ดูหนักแน่นขึงขัง ขณะที่คนถือรูปร่างเล็กบางนิดเดียว ไม่รู้เพราะเหตุใดสมองของเขาจึงได้นึกถึงกลอน ‘ดาบเล่มเขื่องหนักอึ้งเกินแรงนาง ร่างบอบบางหอบฮักยืนไม่ไหว’ ขึ้นมา
เขาชักอยากกระแอมอีกแล้วสิ
“เข้ามาเลย!” นางคำรามลั่นพลางตบดาบเป็นการคำนับ
หร่วนชิงเฟิงรีบปรับอารมณ์แล้วยิ้มบาง “เชิญ”
ซูเสี่ยวเตาทำปากเก่งไปอย่างนั้น แต่ในใจรู้ดีว่าฝ่ายตรงข้ามได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากสกุลหร่วนแห่งเมืองหลวง ซ้ำยังเป็นแม่ทัพสงบประจิมที่ราชสำนักแต่งตั้ง มีหรือวรยุทธ์จะอ่อนด้อย ดังนั้นนางจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยใช้กระบวนท่า ‘หนึ่งดาบเบิกภูผา’ หยั่งเชิงก่อน
หร่วนชิงเฟิงสวมเสื้อคลุมสีขาวนวล ผูกผ้าคาดเอวสีทอง ท่าทางเช่นคุณชายลูกผู้ดี ชายหนุ่มย่างเท้าเนิบนาบ มือใหญ่เรียวยาวถือกระบองไม้เกาลัดอย่างผ่อนคลาย รับดาบเล่มใหญ่ทรงพลังที่ฟาดลงมาได้โดยไม่เหนื่อยแรง
แรงสะเทือนที่เกิดขึ้นทำให้ง่ามนิ้วโป้งของนางเจ็บแกมชา หัวใจสะดุ้งวาบ ยิ่งไม่กล้าประมาทชายหนุ่มรูปงามที่ดีแต่ยิ้มกริ่มคนนี้มากกว่าเดิม
เยี่ยม มีดีอยู่เหมือนกัน ไม่ได้เป็นแค่หมอนปักลายที่สวยแต่รูป
ความคิดนั้นผ่านเข้ามาในหัว ร่างเล็กอ้อนแอ้นบิดตัวคล่องแคล่ว วาดดาบในมือออกจากตัวเป็นวงกลมอย่างรวดเร็วโดยมีจุดหมายอยู่ที่เอวเขา น่าเสียดายที่กระบองไม้เกาลัดที่ถูกยกอย่างเนิบนาบยังชิงสกัดปลายดาบนางได้ก่อนเหมือนเดิม พอเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นว่าเขายังมีท่าทางปกติ หน้าไม่แดง หายใจไม่หอบ ดวงตาแต้มยิ้มสบายอารมณ์ ซูเสี่ยวเตาเห็นแล้วโมโหจนเลือดแทบพุ่ง
ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรกัน!
บุรุษน่าโมโหคนนี้เสแสร้งแกล้งเล่นละครตบตาหลอกนางจนหัวหมุนมาตั้งแต่แรก จนนางคิดไปว่าเขาเป็นคนปัญญาอ่อนเซ่อซ่าไม่ทันโลก แล้วเกิดความสงสารเห็นใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สุดท้ายกลายเป็นว่านางบ้าบอไปเองอยู่ฝ่ายเดียว…
เพราะที่แท้แล้วเขาเป็นถึงผู้บัญชาการสูงสุดแห่งชายแดนตะวันตก เป็นแม่ทัพใหญ่จากสกุลหร่วน ซ้ำฝีมือยังเลิศล้ำไร้เทียมทาน!
นางกัดฟันแน่นจนฟันแทบแหลก ใบหน้าเรียวเล็กดำคล้ำเป็นก้นหม้อ ขณะเพิ่มน้ำหนักมือมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ได้ ถึงเขาจะเป็นพวกเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกช่างวางแผน นางก็จะปล่อยให้ ‘สามสิบหกกระบวนท่าดาบเบิกภูผา’ ของสกุลซูต้องมาเสียชื่อเพราะตนเองไม่ได้!