“แม่ทัพใหญ่…ระ…หร่วนชิงเฟิง…เจ้าไหวหรือไม่ ข้าไปเรียกหมอทหารมาให้ดีหรือไม่” มือเล็กลูบสะเปะสะปะไปตามศีรษะและใบหน้าเขาเพื่อสำรวจอาการพลางเอ่ยถามเสียงสั่น
“หน้าอก…เจ็บ…” ชายหนุ่มหายใจรวยริน ขณะขยับหน้าเข้าไปใกล้ท้องน้อยนางอีกนิด จนแทบจะฝังซุกลงไปในกลิ่นหอมหวานของวัยดรุณี
“หน้าอก?” ราวกับคว้าจับทุ่นลอยที่ช่วยตนเองให้พ้นจากการจมน้ำได้ หัวใจนางสงบขึ้นเล็กน้อย มือเล็กลูบไปตามอกเสื้ออีกฝ่าย “ตรงไหน ตรงไหนกัน”
“ต่ำอีกนิด…ต่ำอีก…”
ต้องโทษมุกเรืองแสงสถานเดียว ที่แสงหรุบหรู่ไม่สว่างพอ เลยเป็นโอกาสให้ ‘คนใจคด’ แอบฉกฉวยโอกาสกับนางได้
“ตรงนี้หรือ” นางรีบเลื่อนมือจากอกครึ่งบนไปหาอกครึ่งล่าง
ร่างสูงใหญ่ที่นอนหนุนตักสะท้านเฮือกหนึ่งเหมือนเจ็บปวด ยังผลให้นางยิ่งลนลาน
“ต่ำลงไปอีก…” เสียงทุ้มพร่าของเขาเกือบจะมีความรู้สึกผิดแฝงอยู่
ทว่ามือเล็กทั้งนุ่มนวลทั้งอุ่นสบายอย่างยากจะบรรยาย จุดลูกไฟให้ลุกพึ่บขึ้นมาระหว่างลูบไล้จนเขาทั้งเคลิบเคลิ้ม มึนเมา วูบวาบ แล้วจะให้หยุดได้อย่างไรเล่า…
ตกต่ำเหลือเกิน หร่วนชิงเฟิง เจ้าตกต่ำเกินไปแล้วจริงๆ…
“ต่ำกว่านี้ก็ไม่ใช่หน้าอกแล้วนะ” ซูเสี่ยวเตาใช่จะหัวช้าจนเกินเยียวยา เมื่อลูบลงไปถึงท้องน้อยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า นางก็ถามขึ้นด้วยความฉงน
เฮ้อ…จบกัน
หร่วนชิงเฟิงผงะ ก่อนจะแสร้งทำถอนหายใจอย่างอ่อนแรง “ช่างเถิด ข้า…เดี๋ยวข้าทำเองก็ได้ ถึงอย่างไรชายหญิงก็ไม่ควรใกล้ชิดกัน ข้า…แค่กๆ ข้าจะทำให้น้องหญิงมัวหมองได้อย่างไร…แค่กๆ…ได้อย่างไรกันเล่า”
“โธ่เอ๊ย ชาวยุทธ์เราไม่สนใจธรรมเนียมหยุมหยิมพวกนี้หรอก ลูบแค่ไม่กี่ทีจะเป็นไรกันเชียว” ได้ยินเขาพูดอย่างนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกผิดจนแทบทนไม่ไหว น้ำเสียงจึงนุ่มนวลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะถามเบาๆ “แม่ทัพใหญ่ ไม่ต้องอายหรอกนะ ข้าจะอ่อนโยนให้มากๆ หากเจ็บก็ร้องออกมาล่ะ…”
ไม่ไหวแล้ว เขาไม่ไหวแล้วจริงๆ…
หร่วนชิงเฟิงสัมผัสได้ว่าอะไรอุ่นๆ กำลังฉีดพุ่งอยู่ในจมูกและทำท่าจะไหลทะลักออกมา เขารีบยกมือขึ้นปิดจมูกไว้พลางลุกพรวดขึ้นมาจากตักนาง ก่อนจะหันหลังให้ด้วยความร้อนตัว
“แม่ทัพใหญ่ เป็นอะไรหรือ” มือนางจับถูกอะไรบางอย่าง พอยกขึ้นมาดูก็ตกใจจนหน้าถอดสี “เลือด!?”
“ข้าไม่เป็นไร” เขายังคงหันหลังให้นาง ใบหน้าแดงก่ำ ขณะพูดเบาๆ อย่างกระอักกระอ่วน “แค่กๆ การประลองครั้งนี้เจ้าเป็นฝ่ายชนะ ข้าอนุญาตให้เจ้าเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่วันพรุ่งนี้ มาเป็นทหารในสังกัดแม่ทัพใหญ่โดยตรง”
“ตอนนี้ใช่เวลามาพูดว่าใครแพ้ใครชนะเสียที่ไหนกันเล่า เจ้าบาดเจ็บจนเลือดไหลแล้วนะ” อารามร้อนรนทำให้ลำคอนางตีบตันและเจ็บแน่นอย่างน่าประหลาด “รีบให้ข้าดูแผลเร็วเข้า!”
“ไม่ต้อง” เขาเพิ่งฉุกใจว่าตนเองมีการตอบสนองรวดเร็วและรุนแรงเกินไป จึงลดเสียงลงถอนหายใจ “ประลองยุทธ์ก็ต้องได้แผลบ้างอยู่แล้ว วางใจเถิด เดี๋ยวข้าจะไปใส่ยา เจ้ากลับไปก่อนไป”
“แต่ถ้าไม่ได้ดูด้วยตนเองข้าไม่วางใจ” นางกัดริมฝีปาก
“แค่กๆ หร่วนชี!” เขาส่งเสียงเรียก “พาแม่นางเสี่ยวเตาออกจากค่าย”
“ขอรับ!” เงาดำร่างหนึ่งโผล่ออกจากที่ใดไม่รู้มาตอบรับอย่างนอบน้อม ทำเอาเด็กสาวสะดุ้งเฮือก
“แม่ทัพใหญ่ ไม่ได้นะ ข้าเป็นคนทำร้ายเจ้า จะลอยชายจากไปโดยไม่รับผิดชอบได้อย่างไรกัน”
ถึงซูเสี่ยวเตาจะมีนิสัยใจร้อนหุนหัน แต่ก็เป็นคนมีเหตุผล ตนใช้ดาบแทงแม่ทัพใหญ่จนได้รับบาดเจ็บ เขาไม่ลงโทษหรือว่ากล่าวนางสักคำ เท่านี้ก็ใจดีมากแล้ว เป็นแม่ทัพต้องใจคอกว้างขวาง แต่หากนางสะบัดก้นจากไปจริงจะยังเรียกตนเองว่าคนได้อีกหรือ