หลังจากสั่งการเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพใหญ่ผู้งามสง่าก็เดินทอดน่องเอื่อยๆ ตามทหารหญิงไป
ซูเสี่ยวเตาร้องออกมาด้วยความยินดีเมื่อเห็นธารน้ำตรงตีนเขา
น้ำ! อีกทั้งในน้ำยังมีปลาด้วย ไม่แน่ว่าเดี๋ยวพอถลกหนังและทำความสะอาดกระต่ายเสร็จแล้ว นางอาจจับปลาสักสามสี่ตัวเอาไว้กินเปลี่ยนรสชาติด้วยก็ได้!
ซูเสี่ยวเตาในเวลานี้ลืมเรื่อง ‘ข้อตกลง’ เรื่องการปรุงอาหารกลางป่าเมื่อครู่ไปหมดสิ้นแล้วว่าจะกินดื่มแบบเบาๆ อีกทั้งลืมด้วยว่าตนเองเพิ่งเอาชีวิตเข้าแลกกับเสือตัวใหญ่มาหมาดๆ คนที่ความคิดไม่ซับซ้อนก็ใช้ชีวิตสบายเยี่ยงนี้เอง…นางถอดเสื้อเกราะที่หนาหนักจนหายใจแทบไม่ได้ให้พ้นทาง เผยให้เห็นเสื้อชั้นกลางสีขาวและกางเกงผ้าฝ้ายทรงหลวมรัดข้อเท้าสีเขียว พอเนื้อตัวเบาสบายเหมือนเดิมก็กระโดดลงไปจับปลาในน้ำ
โห! น้ำเย็นสดชื่น ปลาชุกชุม สบายที่สุดเลย…
“ซูเสี่ยวเตา!” ตอนแรกหร่วนชิงเฟิงยังเดินอมยิ้มช้าๆ พลางคิดหาโอกาสปลอบโยนใจบางๆ ที่เสียขวัญของเด็กสาว แต่พอเห็นอย่างนั้นเข้าก็หน้าถอดสีใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
เพิ่งจะรอดชีวิตจากปากเสือมาได้อย่างหวุดหวิด ตอนนี้ก็กระโจนลงไปในลำธารเสียแล้ว…บทบาทของนางจะเปลี่ยนไปมาเร็วเกินไปหน่อยหรือไม่
“หา?” ซูเสี่ยวเตาที่ยืนอยู่กลางน้ำใสหันมาทางเสียงเรียก มือเล็กจับปลาที่ดิ้นไปมาไม่หยุดไว้แน่น “เรียกข้าด้วยเหตุใดหรือ”
“นั่นเจ้าทำอะไรอยู่” ความเดือดดาลพลุ่งพล่านอยู่ในอก ใบหน้าคมคายแดงก่ำ เสียงทุ้มตะกุกตะกักอย่างหาได้ยาก
“ก็จับปลาอยู่น่ะสิ” เด็กสาวกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้เลยสักนิดว่าร่างอ้อนแอ้นบอบบางในเสื้อสีขาวกับกางเกงผ้าเบาพลิ้วสีเขียวดูเย้ายวนเพียงไรในสายตาบุรุษ
“เจ้าแต่งตัวอะไรของเจ้า” ทั้งที่ปกติไม่สนใจธรรมเนียมหยุมหยิม แต่ตอนนี้หร่วนชิงเฟิงตกใจจนแทบสำลัก รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง เหมือนว่าสมบัติของตนเองถูกคนอื่นแอบถ้ำมอง…ช้าก่อน ถ้ำมอง?
หร่วนชี!
“ออกไปเดี๋ยวนี้!” เนตรหงส์เป็นประกายวาววับ เขาตวาดเสียงเข้ม
หร่วนชีที่แบกเสือตัวใหญ่อยู่ในที่ลับเหงื่อตก พลางรีบหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนไม่เหลือแม้แต่เงา!
เสียงตวาดของเขาทำให้ซูเสี่ยวเตาตกใจจนเสียหลักลื่นล้มลงไปในลำธารก้นจ้ำเบ้า เสื้อตัวกลางสีขาวเปียกชุ่มจนแนบลู่ไปกับเนินอกกะทัดรัด มองเห็นเอี๊ยมบังทรงสีแดงปักลายดอกไม้ที่อยู่ข้างในได้รางๆ
หร่วนชิงเฟิงหัวสมองว่างเปล่า หูอื้อ อะไรร้อนๆ ไหลออกมาจากรูจมูกอย่างรวดเร็ว…อึก!
ตอนแรกเด็กสาวกำลังงุนงงทำอะไรไม่ถูก ทว่าเห็นแม่ทัพใหญ่ผู้งามสง่าเลือดไหลออกจากจมูกแล้วรีบหมุนตัวหันหลังให้นางอย่างลนลานเช่นนี้นางก็ทำหน้างงงัน
“แปลกจริง เป็นถึงแม่ทัพใหญ่กลับทำลุกลี้ลุกลนไปได้ เป็นอะไรของเขานะ”
แต่พอก้มหน้าลงเท่านั้น ตัวนางเองก็ต้องตาค้าง แล้วรีบยกมือตะปบของสงวนที่โผล่ออกมาครึ่งหนึ่งเอาไว้ ทำหลังงอไหล่งุ้มหลบอยู่ใต้น้ำ โผล่มาแค่ใบหน้าตื่นตระหนกที่แดงก่ำราวกับผลผิงกั่ว* สุก
“หะ…ห้ามมองนะ!” นางตวาดแหว “ใครมองเป็นตากั้งยิง!”
“…เจ้าจะพูดว่าตากุ้งยิงสินะ?” ไหล่กว้างของคนที่หันหลังให้สั่นนิดๆ
“แม่ทัพใหญ่ นี่หัวเราะเยาะข้าอยู่หรือ” อาการไหล่กระเพื่อมนั่นดูน่าสงสัยเหลือเกิน
“ถูกน้องหญิงปรักปรำเสียแล้ว พี่ชายจะเป็นคนต่ำช้าที่เห็นโนมเนื้อก็ลืมคุณธรรมได้อย่างไรกันเล่า” น้ำเสียงเขาฟังดู ‘เดือดดาล’ อย่างมาก
…ถ้าจริงใจก็อย่ากลั้นหัวเราะไปพูดไปสิ!