ทดลองอ่าน ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน บทที่ 17.2 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน บทที่ 17.2

คำพูดเหล่านี้ของเขาชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างฮ่องเต้ สภาขุนนาง และสำนักกิจการฝ่ายในเบื้องพระพักตร์ไทเฮา แม้เขาจะรวมตนเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มสำนักกิจการฝ่ายใน แต่นี่ก็เป็นคำพูดจากส่วนลึกของหัวใจ ประโยคที่ว่า ‘ถ้าบ่าวยังมีชีวิตอยู่จะให้เหล่าขุนนางในสภาขุนนางจิตใจสงบได้อย่างไร หากพวกเขาจิตใจไม่สงบ จะช่วยฮ่องเต้ที่ยังทรงพระเยาว์บริหารราชการแผ่นดิน ทำให้อาณาจักรต้าหมิงสงบสุขได้อย่างไร’ นี้ชี้จุดตายของสำนักกิจการฝ่ายในโดยตรง

เหออี๋เสียนฟังคำพูดเหล่านี้จบก็กลืนน้ำลายอย่างสิ้นหวัง

“ด้วยเหตุนี้ผู้บัญชาการสำนักบูรพาจึงร้องขอความตายหรือ”

เติ้งอิงสั่นศีรษะ “บ่าวหาได้ร้องขอความตาย แต่สมควรตาย”

ในตำหนักไม่มีใครส่งเสียง หยางหลุนก้าวออกมากล่าวอย่างเหมาะแก่เวลา “ไทเฮา คดีนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของสภาขุนนาง การไต่สวนเบื้องพระพักตร์ในวันนี้ สำนักกิจการฝ่ายในได้กลับคำให้การในตำหนัก กล่าวหาว่าถูกสามตุลาการไต่สวนด้วยทัณฑ์ทรมาน ถูกบีบบังคับให้ต้องรับสารภาพ กระหม่อมเห็นว่าควรกำหนดขุนนางผู้ไต่สวนคดีในสามตุลาการใหม่และส่งคดีนี้กลับไป”

ไป๋อวี้หยางฟังคำพูดนี้แล้วก็หันไปมองหยางหลุนอย่างนึกไม่ถึง “รองเสนาบดีหยาง คำพูดนี้ของท่านเป็นคำพูดอะไร คดีที่ไต่สวนเสร็จสิ้นไปแล้วจะส่งกลับไปไต่สวนใหม่ได้อย่างไร”

องค์ชายอี้หลางหันมากล่าวกับไทเฮา “เสด็จย่า เราก็เห็นว่าควรส่งกลับไปไต่สวนใหม่”

ไทเฮาเอ่ยถาม “ฮ่องเต้ นี่พระองค์กำลังตั้งคำถามกับตนเองหรือ”

องค์ชายอี้หลางไม่ได้ตอบ

ไทเฮาถอนหายใจคราหนึ่ง “พาพวกเขาออกไป ข้ามีคำพูดจะพูดกับผู้ช่วยราชเลขาธิการสภาขุนนางทุกท่าน”

องครักษ์เสื้อแพรรับคำสั่งแล้วก้าวเข้ามา นำตัวคนของสำนักกิจการฝ่ายในและเติ้งอิงออกไปด้วยกัน

ในตำหนักเหลือเพียงเหล่าขุนนางในสภาขุนนางอย่างหยางหลุน ไป๋อวี้หยาง และอีกไม่กี่คน

ไทเฮายืนขึ้น จูงมือองค์ชายอี้หลางเดินลงมาจากด้านหลังบัลลังก์ เหล่าขุนนางก็รีบถวายบังคมอีกครั้ง

นางชำเลืองมององค์ชายอี้หลาง องค์ชายอี้หลางก็เข้าใจทันที “ไม่ต้องมากพิธี”

ไทเฮาปล่อยมือองค์ชายอี้หลางแล้วกล่าวกับหยางหลุน “เติ้งอิง มีคำพูดประโยคหนึ่งที่กล่าวได้ถูกต้อง ถ้าสภาขุนนางกับสำนักกิจการฝ่ายในเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บ้านเมืองก็สงบมั่นคงได้ ข้ารู้ เหออี๋เสียนสร้างปัญหาให้ราชสำนักมานานหลายปี พวกท่านต่างชิงชังเขา เขาเองก็สมควรตาย แต่ไม่อาจสังหารคนของสำนักกิจการฝ่ายในทั้งหมด หาไม่ผู้ใดจะควบคุมดูแลพระราชลัญจกร ผู้ใดจะนำส่งกระดาษปิดหน้าหนังสือ หลานชายของข้ายังเล็ก พวกท่านคงไม่คุมตัวฮ่องเต้ไปฟังการทูลข้อราชการในห้องทำงานของสภาขุนนางกระมัง”

เหล่าขุนนางรีบบอก “พวกกระหม่อมมิกล้า”

ไทเฮาโบกมือแสดงเจตนาให้เหล่าขุนนางลุกขึ้นแล้วเอยว่า “ในเมื่อพระราชโองการก่อนสวรรคตได้ประกาศออกไปแล้ว อ๋องปกครองแคว้นศักดินาในที่ต่างๆ ก็รับทราบแล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรอีก บทความที่พวกท่านเขียนแทนอดีตฮ่องเต้ ข้าก็ได้อ่านแล้ว บางเรื่องก็เป็นความผิดของอดีตฮ่องเต้จริงๆ พวกท่านเป็นขุนนาง ถ้าจะชี้ข้อบกพร่องออกมาก็ไม่มีอะไรให้ตำหนิได้ ทว่าข้าผู้เป็นมารดาจะขอกล่าวคำพูดจากใจจริงกับพวกท่านสักคำ ในสายตาของข้าบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ชื่อเสียงของราชวงศ์รองลงมา ข้ายอมให้พวกท่านเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนหลานชายของข้า พวกท่านอบรมสั่งสอนเขามาจนเติบใหญ่ เขาเพิ่งจะสืบทอดตำแหน่งฮ่องเต้ ไม่อาจแปดเปื้อนสิ่งสกปรกโสมมแม้แต่น้อยนิด คดีปลอมแปลงพระราชโองการก่อนสวรรคต ถ้าให้อ๋องทั้งหลายในดินแดนศักดินารู้เข้าก็จะฉวยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวายขึ้น เขาจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองอย่างไร ก่อนหน้านี้ข้าทำตามความต้องการของพวกท่าน ให้สามตุลาการไต่สวนพิจารณาคดีนี้ พวกท่านก็ไต่สวนออกมาแล้ว แต่กลับไม่คำนึงถึงฐานะของราชวงศ์ พวกท่านเป็นขุนนางใกล้ชิดผู้ช่วยบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากเป็นขุนนางแล้วยังเป็นอาจารย์ของฮ่องเต้ พวกท่านไม่อาจคำนึงถึงแต่ความแค้นเคืองระหว่างพวกท่านกับสำนักกิจการฝ่ายในแล้วผลักฮ่องเต้ไปอยู่ในจุดที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์”

เหล่าขุนนางฟังคำพูดเหล่านี้จบต่างก็คุกเข่าลงอีกครั้ง

หยางหลุนโขกศีรษะแล้วเอ่ยว่า “กระหม่อมละอายใจยิ่ง ขอไทเฮาทรงให้ความกระจ่าง”

ไทเฮาบอกว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มากเท่าพวกท่าน แต่ถึงอย่างไรก็อยู่อย่างไร้ประโยชน์มานานเพียงนี้แล้ว หากพวกท่านจะให้ข้าพูด ข้าก็จะขอล่วงเกินพูดสักคำ จะฟังหรือไม่ก็แล้วแต่พวกท่าน”

เหล่าขุนนางกล่าวขึ้นพร้อมกัน “ไทเฮาโปรดพระราชทานโอวาท”

ไทเฮาโอบองค์ชายอี้หลางไว้ข้างหน้าตนพลางเอ่ยว่า “ว่าตามกฎระเบียบ อดีตฮ่องเต้สวรรคตกะทันหัน สภาขุนนางจะเป็นผู้ร่างพระราชโองการแทน ในเมื่อพวกท่านร่างไปแล้ว นั่นก็คืออดีตฮ่องเต้ไม่ได้ทิ้งพระราชโองการก่อนสวรรคตเอาไว้ นับแต่นี้คดีปลอมแปลงพระราชโองการก่อนสวรรคตไม่ต้องพิจารณาอีก กรมอาญาก็ไม่ต้องเก็บหลักฐานทางคดีนี้ไว้อีก”

ไป๋อวี้หยางอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ “ไทเฮาทรงหมายความว่า…จะลบล้างคดีนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

community.jamsai.com