ทั้งสองคนตั้งใจจะไปกินอะไรเล็กๆ น้อยๆ รองท้องกันก่อน ตอนนี้ถึงได้มุ่งหน้าไปยังบาร์แห่งหนึ่ง
เฉินซินอวี่บอกว่าบาร์นี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เป็นช่วงที่กิจการรุ่งเรืองพอดี บรรยากาศรอบบาร์ไม่เลว ที่หน้าประตูมีรถหรูจอดอยู่หลายคัน
หลังจากทั้งสองคนเข้าไป เฉินซินอวี่ยังเจอเพื่อนของเธอด้วยสองสามคน พอเจรจาหารือกันแล้ว คนกลุ่มหนึ่งก็นั่งอยู่ด้วยกันอย่างงุนงง
จี้ชิงอิ่งไม่ค่อยชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้าสักเท่าไร ทว่าช่วยไม่ได้ที่เธอหน้าตาสะสวย เพิ่งนั่งลงได้ไม่นานคนที่เข้ามาพูดคุยด้วยก็เปลี่ยนไปหลายกลุ่มแล้ว
รับมืออย่างง่ายๆ ไปครู่หนึ่งจี้ชิงอิ่งก็เหนื่อยแล้ว
เธอเปลี่ยนที่นั่งกับเฉินซินอวี่ นั่งเงียบๆ อยู่ในมุม แสงและเงาภายในบาร์ตกลงบนตัวเธอ เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง ร่างเค้าโครงท่าทางที่เฉื่อยชาของเธอออกมา หน้าตางดงาม ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา แค่มองก็ทำให้ผู้คนรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย
เพื่อนคนหนึ่งที่นั่งข้างๆ เฉินซินอวี่จ้องมองจี้ชิงอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเฉินซินอวี่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเสียงเบาๆ
“เพื่อนเธอหน้าตาดีเกินไปแล้ว”
เฉินซินอวี่เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “นั่นมันแน่อยู่แล้ว” เธอหัวเราะ “อย่าคิดที่จะเอาชนะใจนางล่ะ นางไม่เหมือนพวกเธอหรอกนะ”
เพื่อนคนนั้นยกยิ้ม “เขาไม่ค่อยพูดเท่าไหร่”
“นางอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณของตัวเอง”
นี่เป็นนิสัยของจี้ชิงอิ่ง เฉินซินอวี่รู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
จี้ชิงอิ่งเป็นคนที่แปลกมากคนหนึ่ง บางครั้งเธอก็ต้องการสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบสุดขีด บางครั้งก็สามารถหาแรงบันดาลใจเจอในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังโหวกเหวกที่สุด เป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก แต่ก็แปลกได้น่ารักมาก
จี้ชิงอิ่งไม่ได้สนใจบทสนทนาของคนข้างๆ เธอมองเวทีของบาร์และเหม่อลอย
บนเวทีมีคนหนุ่มสาวกำลังเต้น ภาพฉากนั้นเร่าร้อนอย่างยิ่ง
เธอมองอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าไม่น่าสนใจ กำลังจะถอนสายตากลับมาก็เห็นเงาร่างด้านข้างของคนผู้หนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็กส์สีดำ เขากำลังลุกขึ้นพอดี ภายใต้แสงไฟที่เปลี่ยนสีสันไปมาของบาร์ รูปร่างของเขาถูกร่างเค้าโครงออกมาให้ดูสูงโปร่งสะดุดตา บุคลิกสูงส่ง
เพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็นสายตาของจี้ชิงอิ่งจึงมองตามไปแล้วยิ้มแย้มพูดคุยกับเธอ “เธอก็สังเกตเห็นทางด้านนั้นแล้วเหรอ”
จี้ชิงอิ่งพยักหน้า
เพื่อนคนนั้นกล่าวต่อ “ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีมากเลยนะ มาเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ผู้หญิงที่เข้าไปชวนคุยมีเยอะเว่อร์ แต่พวกหล่อนก็ต้องผิดหวังกลับไป”
เฉินซินอวี่ได้ยินทั้งสองคนออกความเห็นก็เหลือบมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ทำไมเขาไม่หันมา”
“น่าจะกลัวโดนมองมั้ง” เพื่อนคนนั้นยิ้มพลางเอ่ยต่อ “เมื่อกี้ฉันไปถามมาสองประโยค ไม่ได้คำตอบอะไรเลย”
“ไม่ใช่มั้ง” เฉินซินอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่ได้อะไรกลับมาเลยเหรอ”
“ไม่มี”
“ไม่ใช่ว่าพวกเธอมองคนแม่นยำที่สุดหรือไง มองไม่ออกเหรอว่าเขาทำงานอะไร”
“มองไม่ออก”
จี้ชิงอิ่งที่นิ่งเงียบไปชั่วครู่อยู่อีกด้านหนึ่งจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น “ฉันรู้”
สองสามคนนั้นหันหน้ามามองเธอ สีหน้าดูประหลาดใจเล็กน้อย
จี้ชิงอิ่งยิ้มน้อยๆ มองไปทางผู้ชายคนนั้น “หมอ”
“อะไรนะ”
จี้ชิงอิ่งมีน้ำอดน้ำทน เธอเอ่ยออกมาทีละคำว่า “เขาเป็นหมอ”