บทที่ 3
หลังจากถึงบ้านแล้วจี้ชิงอิ่งก็ก้มตัวเปลี่ยนรองเท้า
เฉินซินอวี่ถอดรองเท้าส่งๆ ทิ้งไว้ที่หน้าประตูแล้วหันหน้ากลับไปมองจี้ชิงอิ่ง
คนงามในชุดกี่เพ้าเปลี่ยนรองเท้า แม้แต่กิริยาท่าทางก็ล้วนงดงามมีเสน่ห์
เธอจ้องมองส่วนโค้งเว้าของร่างกายจี้ชิงอิ่งอยู่สองสามวินาที ก่อนจะลูบคางและเอ่ยว่า “ถึงหมอฟู่คนนั้นจะเย็นชามาก…”
จี้ชิงอิ่งเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน
เฉินซินอวี่โค้งริมฝีปากยิ้ม “แต่ก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย”
ได้ยินดังนั้นจี้ชิงอิ่งก็เลิกคิ้วขึ้น พูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว สายตาของฉันดีมาตลอดแหละ”
“…” เฉินซินอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอมีความมั่นใจกี่ส่วน”
จี้ชิงอิ่งยิ้ม เอารองเท้าของพวกเธอวางไว้ในตู้เก็บรองเท้าแล้วเข้าไปล้างมือในห้องครัว เธอมัดผมขึ้นอย่างลวกๆ พลางเอ่ยตอบ
“เก้าส่วนมั้ง”
เธอไม่อาจพูดให้เต็มจนเกินไปได้
เฉินซินอวี่เลื่อมใสในความมั่นใจในตัวเองของเพื่อนเหลือเกิน คำพูดนี้ถ้าเป็นคนอื่นพูดออกมา เธออาจจะคิดว่าหลงตัวเองหรือไม่ก็มั่นใจในตัวเองอย่างหน้ามืดตามัว ทว่าเมื่อพูดออกมาจากปากของจี้ชิงอิ่ง เธอก็เชื่ออย่างอธิบายไม่ได้
เห็นท่าทางนี้ของจี้ชิงอิ่ง จู่ๆ เฉินซินอวี่ก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยพวกเธอเข้าร่วมการแข่งขันออกแบบครั้งใหญ่ หนึ่งคืนก่อนการแข่งขัน ผลงานที่จี้ชิงอิ่งเตรียมการอย่างพิถีพิถันเป็นเวลาหนึ่งเดือนถูกคนทำลาย มันถูกตัดจนมองรูปทรงเดิมไม่ออก
ในเวลานั้นเธอกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งต่างร้อนใจกันมาก ทั้งกลัดกลุ้มทั้งโมโห พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ให้อาจารย์มาตรวจสอบ
จี้ชิงอิ่งได้ยินคำพูดของเพื่อนทั้งสองก็หยิบโทรศัพท์ของเฉินซินอวี่มาอย่างใจเย็น ‘ตอนนี้ไม่ใช่เวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิด’ เธอมองผลงานที่ถูกทำพังของตัวเองพลางเม้มริมฝีปากแน่น ‘อดนอนโต้รุ่งเป็นเพื่อนฉันได้ไหม เรื่องอื่นรอจบแล้วค่อยว่ากัน’
ทั้งสองคนตะลึงงัน
จี้ชิงอิ่งเลิกคิ้วและยิ้ม กล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ‘ฉันมีแรงบันดาลใจใหม่แล้ว รีบลงมือก็น่าจะทำออกมาได้ทันก่อนการแข่งขัน’
คืนนั้นจี้ชิงอิ่งก็ออกแบบชุดใหม่ออกมา ตัดและเย็บด้วยตัวเอง ทำกระโปรงออกมาใหม่ตัวหนึ่ง หลังจากนั้นกระโปรงตัวนั้นยังได้รับรางวัลอีกด้วย
นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาจู่ๆ เฉินซินอวี่ก็เชื่อว่าคนที่ดูเหมือนงดงามและไม่เป็นอันตรายคนนี้มีความสามารถที่พิเศษ ขอเพียงจี้ชิงอิ่งบอกว่าได้ เธอก็จะสามารถทำสำเร็จได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน
การเป็นนักออกแบบของจี้ชิงอิ่งเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นการจีบคนก็เช่นเดียวกัน
แม้ว่าเรื่องของความรู้สึกจะบีบบังคับกันไม่ได้ แต่ดูจากสถานการณ์ของคืนนี้แล้วจี้ชิงอิ่งมีโอกาสชนะ
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่นี้ทั้งสองคนเพิ่งจะสืบสถานการณ์ส่วนหนึ่งของฟู่เหยียนจื้อจากปากของหมอและพยาบาลกลุ่มนั้นมาได้
เขาไม่เคยมีแฟนมาก่อน ถึงขนาดที่ไม่มีแม้แต่คนคุย
แน่นอน คนที่มาจีบนั้นมีไม่น้อย แต่ทั้งหมดล้วนถูกหมอฟู่แช่แข็งไปหมดแล้ว
“ฉันซัพพอร์ตเธออย่างไม่มีเงื่อนไข”
จี้ชิงอิ่งหน้าตายิ้มแย้มสดใส “ขอบคุณนะ”
“จริงสิ เธอวางแผนว่าจะอยู่ที่ไหนน่ะ” เฉินซินอวี่เอ่ยต่อ “อันที่จริงฉันคิดว่าเธออยู่กับฉันที่นี่ก็ดีนะ ถึงยังไงแฟนของฉันก็ออกไปทำงานนอกสถานที่แล้ว”
จี้ชิงอิ่งส่ายหน้า “งานของฉันน่ะถ้ายุ่งขึ้นมาเวลามันจะไม่แน่นอน จะส่งผลต่อการทำงานตามปกติของเธอ”
เฉินซินอวี่รู้ข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนจึงไม่ได้ฝืนใจอีกเช่นกัน “งั้นฉันจะให้เพื่อนหาๆ ให้ดู”
“ได้เลย”
ทั้งสองคนรีบล้างหน้าแปรงฟันและพักผ่อน
เรื่องของฟู่เหยียนจื้อ จี้ชิงอิ่งก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นกัน ใจร้อนกินเต้าหู้ร้อนไม่ไหว* เธอต้องค่อยๆ ดำเนินการตามลำดับ