“ข้าเป็นห่วงแทนนายน้อยสิบสองเจ้าค่ะ” เสวียนจีอธิบายโดยไม่คิด ทว่าความจริงในตอนนี้คือสมองนางกำลังหมุนติ้ว “เช่นนั้นก็แสดงว่าต่อไปคุณหนูสกุลจางจะมาที่คฤหาสน์เป็นประจำหรือเจ้าคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” เขาตอบงึมงำ สกุลจางกระตือรือร้นต่อเรื่องการแต่งงานนี้อย่างมาก ตีให้ตายเขาก็ไม่มีทางไปสกุลจาง ส่วนคุณหนูสกุลจางนั่น สวรรค์…มิใช่จะบอกว่านางอัปลักษณ์หรืออะไร ก็แค่เขายังเที่ยวเล่นไม่พอ จู่ๆ จะให้เขาแบกรับภาระหลังแต่งงาน เขาคงได้เบื่อตายทั้งเป็น เขาต้องหนี ต้องหนีให้ได้
เขาพลันจับมือของเสวียนจีกับหรูหมิ่นพลางกล่าว “พวกเราแอบหนีออกไปเที่ยวกันดีหรือไม่ ไม่รู้ว่าข้าไม่ได้ก้าวออกนอกประตูคฤหาสน์มานานเท่าไรแล้ว ให้ข้าหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์ทั้งวันเพื่อรอคุณหนูสกุลจางมาเยี่ยม ข้าต้องได้เป็นบ้าตายแน่…”
“ใครจะเป็นบ้า” แสงภายในถ้ำศิลาถูกเงามืดบดบัง เนี่ยมี่หยางก้มตัวลงมองมาด้านใน “หยวนเฉี่ยว ข้ารู้ว่าเจ้าหลบอยู่ข้างใน ออกมา!”
“ข้า…ข้าไม่ออก!”
ตั้งแต่เล็กๆ ทุกครั้งไม่ว่าเขาจะไปแอบที่ใด พี่สี่ล้วนหาเจอทุกครั้งไป เป็นผีชัดๆ!
เนี่ยมี่หยางถอนหายใจ “คุณหนูสกุลจางกลับไปแล้ว เจ้าจะอยู่ข้างในให้ราขึ้นหรือไร”
เนี่ยหยวนเฉี่ยวจ้องเขาด้วยความระแวง “แต่ไหนแต่ไรพี่สี่ก็ชอบพูดจาหลอกลวง ไม่เหมือนพี่เจ็ดที่บอกว่าหนึ่งก็คือหนึ่ง ใครจะไปรู้ว่าท่านหลอกข้าหรือไม่”
“เจ้าอยากอยู่ ข้าก็ไม่คัดค้าน ทว่าเสวียนจี เจ้าออกมา นายน้อยสามของเจ้ากำลังรอเจ้าอยู่”
“เจ้าค่ะ”
“นี่!” เนี่ยหยวนเฉี่ยวคว้ามือเสวียนจีไว้ได้ทัน มือนางอ่อนปวกเปียกไร้กระดูก จับแล้วทั้งลื่นทั้งนุ่ม เขาใจสั่น ขยิบหูขยิบตาให้เนี่ยมี่หยาง “ท่านบอกให้ไปก็ต้องไปหรือ เสวียนจีอยู่เป็นเพื่อนข้าดีกว่าอยู่กับสัตว์ประหลาดเฒ่าอย่างพี่สามมากนัก จริงหรือไม่เสวียนจี”
เนี่ยมี่หยางจ้องมองมือที่จับเสวียนจีไว้ของอีกฝ่าย ก่อนแย้มยิ้มชั่วร้าย “เจ้าอยากให้พี่สามมาด้วยตัวเองหรือ”
ถ้ามา เขาก็ได้ตายจริงๆ แล้ว แม้จะไม่ได้ไปสวนซั่งกู่บ่อยนัก แต่ก็มีช่องทางที่ข่าวลอดออกมา ผู้เป็นที่โปรดปรานของพี่สามในเวลานี้มิใช่หยวนเจาเซิงและก็มิใช่พี่สี่ แต่เป็นฉินเสวียนจีผู้นี้
มองไม่ออกจริงๆ ว่าสาวใช้นางนี้มีเสน่ห์พิเศษอะไร ทว่าขอแค่พี่สามพอใจก็พอแล้ว เขาบุ้ยปากและปล่อยมือนางออกในที่สุด
“เจ้าไปเถอะ” เขาขยิบตาให้นาง “ส่วนหรูหมิ่นก็ให้อยู่กับข้าที่นี่ อย่าลืมนัดของพวกเราในวันพรุ่งเล่า” เขาพูดยิ้มด้วยท่าทางชั่วร้าย
นัด? นัดอะไร
เมื่อครู่นอกจากเรื่องสกุลจางแล้วก็ได้ยินอย่างอื่นที่เขาพูดไม่ชัดโดยสิ้นเชิง เสวียนจีเดินออกจากถ้ำศิลา สายตาเหลือบมองไปรอบสี่ด้านอย่างห้ามตนเองไม่ได้
“เจ้ากำลังหาอะไร”
“บ่าวกำลังหา…ว่าคุณหนูสกุลจางไปแล้วจริงๆ หรือไม่เจ้าค่ะ”
เนี่ยมี่หยางมองนางแวบหนึ่งก่อนกล่าวยิ้ม “ข้ามิใช่บอกว่าไปแล้วหรือไร ไฉนจึงไม่มีใครเชื่อข้าสักคน ดูเจ้าคล้ายเป็นห่วงหยวนเฉี่ยวนัก ไม่ต้องห่วงเขาหรอก เจ้าดูแลนายน้อยสามของเจ้าให้ดีก็พอ” เขาก้าวเท้าเดินกลับไปยังสวนซั่งกู่ ให้นางตามอยู่ข้างๆ ทำเป็นว่ากำลังเดินเล่น
“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”
“บ่าว?” เขาพูดทวนยิ้มๆ ได้ยินแล้วขัดหูอยู่บ้างจริงๆ แม้พี่สามจะไม่สนใจถามไถ่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง แต่ระดับความเฉียบแหลมยังไม่ลดลงจากเมื่อก่อน พวกเขาคิดเห็นตรงกัน…นางไม่เหมือนเป็นสาวใช้ แม้จะอ้างว่าเป็นทายาทของอาจารย์สอนหนังสือ แต่ทั้งตัวนางไม่มีกลิ่นอายชนบท นางอ่อนน้อมอ่อนหวาน แต่ก็มีความดื้อรั้น