ผู้ดูแลหญิงหน้าเปลี่ยนสีไปหลายตลบ ทางฝั่งนั้นเป็นเพียงบ่าวชายผู้หนึ่ง ตายไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรหนักหนา ในเมื่อยามีแค่เม็ดเดียว ก็ต้องเก็บไว้ให้คุณหนูรองของนางอยู่แล้ว นางจึงรีบร้อนเข้ามาแย่งชิง “ข้าน้อยขอขอบคุณแทนคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”
ไม่คาดคิดว่าเถิงอวี้อี้จะเอี้ยวตัวหลบ ถือขวดยาแล้ววิ่งไปทางตวนฝู
ผู้ดูแลหญิงสกุลต่งตกตะลึงอ้าปากค้าง เห็นเถิงอวี้อี้วิ่งหายไปต่อหน้าต่อตา นางก็กระทืบเท้าด้วยความโมโห ก่อนหันหลังก้าวลงบันไดไป มองหน้าลิ่นเฉิงโย่วทั้งน้ำตา
“ซื่อจื่อ คุณหนูรองของข้าน้อยอาการหนักมาก คุณหนูเถิงเอายาของท่านไปแล้วไม่ยอมแบ่งปัน นี่มิเท่ากับทำให้เจตนาอันประเสริฐของซื่อจื่อต้องสูญเปล่าหรือเจ้าคะ”
ลิ่นเฉิงโย่วไม่สนใจไยดีแม้แต่น้อย
ผู้ดูแลหญิงผู้นี้กลืนน้ำลายกลับไป คุณหนูของนางกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ จะปล่อยให้คุณหนูเถิงจัดการส่งเดชไม่ได้ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าทางนั้นมีปีศาจอยู่ ก็ยังกัดฟันเดินเข้าไป “ซื่อจื่อ ยาขวดนั้น…”
นางชำเลืองมองไปทางลานกว้างโดยบังเอิญ ก็ต้องตกใจกลัวจนตัวสั่น มองเห็นใบหน้าฮูหยินอันกั๋วกงดูแปลกพิลึกอย่างบอกไม่ถูก ผิวหน้าสีขาวดุจน้ำนมสะท้อนแสงราวกับมิใช่มนุษย์ แต่เหมือนเครื่องเคลือบสีขาวเนื้อดีมากกว่า ขอบตาคล้ายฉาบทาด้วยชาดสีแดงเข้มสวยสด เผยให้เห็นความดุร้ายท่ามกลางความเมามายแทบไร้สติ
ฮูหยินอันกั๋วกงโดนแผ่นยันต์ปิดปากไว้ ได้แต่ชิงชังที่ไม่อาจกล่าวตอบโต้ นางจ้องหน้าลิ่นเฉิงโย่วครู่หนึ่งแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะโดยไร้เสียง
การหัวเราะของนางครั้งนี้ทำให้ผ้าม่านหน้าลานกว้างปลิวไสวท่ามกลางบรรยากาศเงียบสนิท เมฆสีดำสนิทหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง
ผู้ดูแลหญิงสกุลต่งสองขาอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง ภาพตรงหน้าทำให้นึกถึงดอกโบตั๋นที่สั่นไหวกลางสายลม แต่ก่อนใบหน้าสตรีนางนั้นงดงามมากเพียงใด ยามนี้ยิ่งน่ากลัวเป็นเท่าทวี
ขณะที่ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อดี ก็เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติใต้ฝ่าเท้าอย่างกะทันหัน กิ่งดอกไม้หลากสีจำนวนหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ดินแล้วแกว่งไกวสั่นใบพึ่บพั่บ คล้ายสูดดมกลิ่นอะไรบางอย่าง พอบิดไปทางหนึ่งก็มองเห็นผู้ดูแลหญิงสกุลต่ง ก่อนยื้อแย่งกันพุ่งกรูเข้ามา
ผู้ดูแลหญิงนางนี้ตกใจเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง นางขยับถอยหลังอย่างลนลาน แต่กิ่งดอกไม้กลับเลื้อยขึ้นไปบนขา ยิ่งดิ้นรนเท่าไรก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น “ซื่อจื่อ ช่วย…ช่วยด้วย!”
รอยยิ้มเจ้าชู้หยอกเย้าบนใบหน้าลิ่นเฉิงโย่วจางหายไปแล้ว เขาทะยานร่างกระโดดขึ้นไปบนคานไม้ กวาดสายตามองทั่วบริเวณโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ จนกระทั่งผู้ดูแลหญิงนางนั้นตกใจปัสสาวะเกือบราดถึงได้โยนยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง “ไสหัวไปได้รึยัง!”
ยันต์แผ่นนั้นโจมตีไปที่กลางเรือน กลิ่นเหม็นไหม้ฟุ้งกระจายออกมาเป็นระยะ กิ่งดอกไม้ทั้งหลายหลบหนีไปไม่ทัน โดนเผาเป็นเถ้าถ่านไปมากกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือโดนสั่งสอนจนหลาบจำแล้วพร้อมใจกันหดหายกลับลงใต้ดิน
พอกิ่งดอกไม้ใต้เท้าคลายออก ผู้ดูแลหญิงนางนี้ก็ตะลีตะลานกลับไปที่ระเบียงทางเดิน “ไป…ข้าน้อยจะไสหัวไปประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
นางตระหนักดีว่าลิ่นเฉิงโย่วลงมือช่วยนางได้แต่แรกแล้ว เขาแค่รำคาญที่นางเข้ามายุ่มย่าม ก็เลยปล่อยให้นางเจอดีไปเต็มๆ ใครต่อใครต่างกล่าวว่าซื่อจื่อผู้นี้ไม่ควรตอแย ค่ำคืนนี้นางได้รับบทเรียนมากเกินพอแล้วจริงๆ
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 29 ก.ค. 66 เวลา 12.00 น.