ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 35 – หน้า 9 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 35

นางรีบกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจตามตอแยไม่เลิกรา แต่คิดว่าซื่อจื่อคงเห็นแล้ว หลังอาหารมื้อเย็นข้าน้อยเหงื่อออกไม่หยุดจนน่าแปลกใจ อารมณ์แปรปรวนควบคุมไม่ได้ เหมือนร่างกายอยู่กลางกองไฟ จิตใจอยู่ในขุมนรกก็ไม่ปาน ทั้งหมดล้วนเกิดจากน้ำแกงรากวิญญาณหยกเพลิงชามนั้น คืนนี้คนดื่มน้ำแกงมีมากกว่าหนึ่งคน เพราะเหตุใดถึงมีข้าน้อยผู้เดียวที่เป็นเช่นนี้ ในเมื่อสมุนไพรวิเศษนี้ซื่อจื่อเป็นคนนำมา ขอซื่อจื่อโปรดไขข้อข้องใจให้ด้วย”

ลิ่นเฉิงโย่วเดินห่างออกไปอีกทาง ตลบชายเสื้อคลุมขึ้นแล้วนั่งลงในท่าขัดสมาธิ “คุณชายหวัง ไอร้อนในร่างสายนั้นสงบลงบ้างแล้วใช่หรือไม่”

เถิงอวี้อี้ถามกลับอย่างสงสัย “ใช่ แล้วนี่มันหมายความว่าอะไรกัน”

“หากคุณชายหวังอึดอัดเหลือเกินจริงๆ ก็ออกกำลังยืดเส้นยืดสาย ถ้ายังไม่หายก็ไปประมือหลายๆ กระบวนท่ากับใครสักคน ให้ร่างกายเหงื่อออกมากหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว”

เถิงอวี้อี้ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ “นี่ซื่อจื่อยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าเล่นลูกไม้อะไรกับน้ำแกง ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าข้าน้อยไปล่วงเกินซื่อจื่อตรงที่ใด ขอซื่อจื่อโปรดอภัยด้วย ส่งยาถอนพิษให้ข้าน้อยเถอะ”

สายตาลิ่นเฉิงโย่วมองตรงไปข้างหน้า “คำพูดประโยคนี้ของคุณชายหวังข้าฟังไม่เข้าใจเลย แม้ว่าเรื่องที่เจ้าเคยล่วงเกินข้ามีมากมายจนนับไม่ไหว แต่น้ำแกงชามนี้ข้าก็ไม่ได้บังคับให้เจ้าดื่มนะ ต่อให้ข้ามีความสามารถเลิศล้ำแค่เพียงใด ก็ไม่มีทางลอบทำร้ายเจ้าท่ามกลางสายตาผู้คนที่จับจ้องอยู่ได้หรอก หากจะโทษก็โทษที่ร่างกายเจ้าอ่อนแอเกินไป ข่มฤทธิ์สมุนไพรวิเศษอย่างรากวิญญาณหยกเพลิงไม่ไหว ไม่เชื่อเจ้าลองดูองครักษ์สองคนนั้นของเจ้าสิ พวกเขาก็สบายดีอยู่ไม่ใช่หรือไร”

เถิงอวี้อี้มองตามสายตาของลิ่นเฉิงโย่วไป คืนนี้สายลมโชยอ่อนดวงจันทร์สุกสกาว เมื่อยืนอยู่บนหอสูงจะมองเห็นทิวทัศน์ภายในหอไฉ่เฟิ่งแบบแจ่มชัดในคราวเดียว ภาพนางวิ่งห้อตะบึงกระโดดโลดเต้นในลานกว้างเมื่อครู่คิดว่าลิ่นเฉิงโย่วน่าจะเห็นทุกอย่างแล้ว เขาคงกุมท้องหัวเราะขบขันไปยกใหญ่ มิน่าเล่าถึงอารมณ์ดีเพียงนี้

นางสูดลมหายใจรับลมเย็นเข้าไปเต็มที่ เปลวไฟร้อนรุ่มในอกเหล่านั้นเดิมทีมอดดับเรียบร้อยแล้ว แต่อึดใจเดียวก็มีเค้าลางว่าจะลุกโชนขึ้นมาใหม่ “จะว่าไปคืนนี้ในบรรดาคนที่ดื่มน้ำแกงมีแต่ข้าน้อยที่ไม่มีกำลังภายใน ซื่อจื่อก็รู้ว่าข้าน้อยข่มฤทธิ์ยาน้ำแกงรากวิญญาณหยกเพลิงไม่ได้กลับไม่ยอมเตือน ยามนี้ข้าน้อยร้อนใจนั่งไม่ติด ไม่มาหาซื่อจื่อจะให้ไปหาใครเล่า”

ลิ่นเฉิงโย่วหยิบขลุ่ยหยกเลาหนึ่งจากข้างเอว เคาะลงบนฝ่ามือเล่นอย่างเอ้อระเหย ตอนนั้นในสมองเขามีแต่เรื่องของคนร้าย จนลืมเตือนเถิงอวี้อี้เป็นการส่วนตัวไปเสียสนิท แต่ตอนเขาออกไปน้ำแกงยังไม่ทันยกมาขึ้นโต๊ะเลย จะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาแค่ไปหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่หอหน้า ตอนกลับมาถึงคนกลุ่มนี้ก็ดื่มน้ำแกงลงท้องไปแล้ว

“ข้าถูกปรักปรำจริงๆ นะ ข้ารู้เพียงว่ารากวิญญาณหยกเพลิงช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายบำรุงร่างกาย จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณชายหวังกินเข้าไปแล้วจะคลุ้มคลั่งอาละวาดเช่นนี้ เมื่อก่อนเวลามีคนข่มฤทธิ์เดชสมุนไพรไม่ได้ ขับลมร้อนออกไปสักหน่อยก็หายแล้ว บางทีเจ้าสิ่งนี้อาจแตกต่างจากสมุนไพรชนิดอื่น ไม่อย่างนั้นจะเป็นถึงขั้นนี้ได้หรือ เอาอย่างนี้แล้วกัน ตอนข้าเข้าไปเอารากวิญญาณหยกเพลิงในวังหลวง ถือโอกาสหยิบม้วนคัมภีร์ส่วนที่เหลืออยู่ติดมือมาด้วย ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอ่าน เห็นแก่ที่เจ้าต้องลำบากปานนี้ข้าจะช่วยดูให้เจ้าเองว่าต้องข่มฤทธิ์สมุนไพรอย่างไร”

เถิงอวี้อี้หรี่ตาลงครุ่นคิด บอกว่ายังไม่เคยอ่านเลยน่ะหรือ เห็นได้ชัดว่าจะต้องวางแผนไว้แต่แรก คนผู้นี้นิสัยเลวร้ายไม่สิ้นสุดจริงๆ เมื่อตอนบ่ายก็สั่งสมโทสะเอาไว้เต็มท้อง คาดว่าคงอยากกลั่นแกล้งนางอยู่นานแล้ว อาการเพิ่งกำเริบมาได้ครึ่งชั่วยาม เขายังรอดูเรื่องตลกขบขันของนางอยู่ไม่ใช่หรือ จะเป็นฝ่ายบอกวิธีข่มฤทธิ์ยาให้ได้อย่างไร

นางกลับอยากเห็นเหมือนกันว่าเขาจะกลั่นแกล้งนางต่อไปเช่นไร จึงเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาประโยคหนึ่ง “เช่นนั้นคงต้องรบกวนซื่อจื่อช่วยชี้แนะแล้ว”

ระหว่างการสนทนา ลุงเฉิงกับฮั่วชิวก็ลงแตะมุมชายคาอย่างไร้สุ้มเสียงพลางขยับเข้ามา

ลิ่นเฉิงโย่วแสร้งทำท่าหยิบสมุดเล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา มิใช่รูปแบบของม้วนคัมภีร์ที่เถิงอวี้อี้คิดไว้ในคราแรก เขาถืออยู่ในมือพลางพลิกหน้ากระดาษเล่น ก่อนจะชี้ไปที่จุดหนึ่งในสมุดตามอำเภอใจ “เจอแล้ว รากวิญญาณหยกเพลิงมีฤทธิ์ยาแปลกนัก หากมันพบกับผู้แข็งแกร่งจะเป็นคุณ หากมันพบกับผู้อ่อนแอจะเป็นโทษ ผู้ฝึกวรยุทธ์กินแล้วจะเพิ่มพูนพลังปราณเสริมสร้างรากฐาน แต่ถ้าผู้สูงวัยหรือคนอ่อนแอกินเข้าไปฤทธิ์ยากลับจะรุกล้ำเข้าสู่ร่างกายคนผู้นั้น อาการเบาหน่อยก็เป็นไข้ตัวร้อน กระหายน้ำผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน อาการหนักหน่อยก็จะเกิดผื่นไอร้อนขึ้นทั่วร่างกาย”

ลุงเฉิงกับฮั่วชิวที่หัวใจบีบรัดแน่นมาตลอดได้ยินประโยคนี้แล้วค่อยถอนหายใจโล่งอก ถึงอย่างไรก็แค่เกิดผื่นคันตามร่างกาย ไม่ถึงขั้นกระทบกระเทือนอวัยวะภายใน “ถ้าอย่างนั้นขอถามซื่อจื่อ วิธีข่มฤทธิ์ยาคืออะไรหรือ”

“วิธีถอนพิษสลายไอร้อนทั่วไปใช้ไม่ได้ผล จะต้องอาศัยกำลังภายในของตนเองเท่านั้นถึงจะสลายฤทธิ์ร้อนของมันไปได้ คนที่ดื่มน้ำแกงแล้วจะต้องฝึกฝนกระบวนท่าสักชุดหนึ่งภายในเวลาอันสั้น ไม่อย่างนั้นจะมีผื่นไอร้อนผุดขึ้นมาไม่จบสิ้น”

เถิงอวี้อี้พอได้ยินว่าจะเกิด ‘ผื่นไอร้อน’ สีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่มากกว่าเดิมแล้ว หากในมือมีมีดสักเล่มคงกรีดหน้าลิ่นเฉิงโย่วให้ลายพร้อยไปนานแล้ว ทว่าพอได้ยินคำว่า ‘ฝึกวรยุทธ์’ ก็นิ่งอึ้งไปโดยไม่รู้ตัว

นับตั้งแต่นางฟื้นคืนชีพมาเคยมีแผนการจะฝึกวรยุทธ์จริงๆ แต่เพราะตวนฝูบาดเจ็บยังไม่หายดีจึงปล่อยทิ้งไว้มาจนถึงตอนนี้ หากครั้งนี้กำจัดมารผีดิบได้อย่างราบรื่น หลังกลับไปก็จะจัดการเรื่องฝึกวรยุทธ์แล้ว

ทว่าความสมัครใจกับการถูกบังคับเป็นคนละเรื่องกัน

“คุณชายหวังมองข้าเช่นนี้ด้วยเหตุใดกัน” ลิ่นเฉิงโย่วเผยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง “รากวิญญาณหยกเพลิงเป็นของล้ำค่าหายากในใต้หล้านี้ ผู้คนมากมายทำได้เพียงเฝ้าฝันถึง ข้ามอบสมุนไพรวิเศษให้อย่างไม่เสียดาย คุณชายหวังไม่ขอบคุณข้า กลับมาลงไม้ลงมือใส่ข้า ตอนนี้ข้าก็บอกวิธีข่มฤทธิ์ยาให้เจ้าฟังแล้ว ก็แค่ฝึกฝนวิชาเองไม่ใช่หรือ เห็นเจ้าอายุยังน้อย ไม่ฉวยโอกาสนี้ฝึกเรียนรู้ยืดเส้นยืดสาย ทั้งสามารถข่มฤทธิ์ยาได้ ทั้งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง รากวิญญาณหยกเพลิงช่วยเพิ่มกำลังภายในอย่างได้ผลจนน่าทึ่ง ขอเพียงเจ้าข่มฤทธิ์ยาสำเร็จราบรื่น พลังวรยุทธ์ก็จะเพิ่มพูนรวดเร็วเจ็ดถึงแปดปีได้อย่างไม่มีปัญหา”

ลิ่นเฉิงโย่วกล่าวพลางมองสำรวจเถิงอวี้อี้ไปด้วย ราวกับกำลังศึกษาว่าผื่นไอร้อนเม็ดแรกของนางจะผุดขึ้นมาจากตรงที่ใด เขาไม่เชื่อว่าเถิงอวี้อี้จะยอมลำบากฝึกวรยุทธ์ ฉะนั้นผื่นไอร้อนไม่อยากจะผุดก็ต้องผุดออกมาแล้ว

หากไม่มองคงไม่รู้เลย เมื่อจ้องมองถึงสังเกตเห็นว่าใบหน้าเถิงอวี้อี้ไม่มีกระทั่งรอยไฝเล็กๆ ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจหยก บอบบางเสียยิ่งกว่าดอกอิงฮวาในฤดูใบไม้ผลิ หากมีผื่นไอร้อนสีแดงเข้มผุดขึ้นมาเป็นหย่อมคงสนุกสนานน่าดูชม

เขาครุ่นคิดอยู่ในใจรอบหนึ่ง แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วถอนสายตากลับมา ไหนเลยจะรู้ว่าแพขนตาของเถิงอวี้อี้กะพริบครั้งเดียวกลับเค้นหยาดน้ำตาใสแวววาวออกมาได้

หยาดน้ำตาไหลรินอย่างเงียบงันดุจหยาดน้ำค้างเกาะพราวบนแก้มนวล จากนั้นนางก็สูดจมูกฟุดฟิด หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขอบตาประหนึ่งสร้อยมุกถูกกระชากขาดสะบั้น ยิ่งกลิ้งออกไปไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

ลิ่นเฉิงโย่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว?

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

community.jamsai.com