เซี่ยหร่านอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาจึงเดินมาขวางกลุ่มคนเอาไว้ให้ก่อน เซี่ยซูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็เปิดประตู เขาจึงจัดการให้ทุกคนที่มาเยี่ยมได้อยู่กันเป็นระเบียบ ซึ่งยามนี้ทุกคนกำลังชื่นชมดอกไม้อยู่ในลานกลางบ้าน
หวนถิงกระตือรือร้นที่สุด พอเห็นเซี่ยซูปรากฏตัวก็พุ่งเข้าไปถามไถ่อย่างรวดเร็วดุจลูกธนู “ท่านพี่ชายอัครเสนาบดี ไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
เซี่ยซูถูกเขาเรียกขานเช่นนี้ก็นิ่งอึ้งไป ข้าไปเป็นพี่ชายของเขาตั้งแต่เมื่อใดกัน
เซี่ยหร่านเดินเข้ามากระซิบอะไรสองสามประโยคที่ข้างหูเซี่ยซู
ใช่แล้ว ภรรยาของเซี่ยหมิงกวงก็คือท่านย่าของนาง เป็นบุตรีของสกุลหวน มิน่าเล่าหวนถิงจึงหาทางตีสนิทกับนางตลอดทาง ที่แท้ก็มีสายสัมพันธ์นี้อยู่นี่เอง
สกุลหวนถือเป็นตระกูลใหญ่ หากไม่รักษาสายสัมพันธ์นี้ไว้ก็เสียเปล่าสินะ เซี่ยซูจึงยิ้มให้แล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณน้องชายที่เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไร”
หวนถิงเป็นคนซื่อๆ พอเห็นเซี่ยซูพูดดีด้วย เขาก็ดึงพวกคุณชายที่ตนเองสนิทสนมด้วยเช่นหยางจวี้เข้ามา แล้วชวนพูดคุยถึงประสบการณ์เสี่ยงอันตรายเมื่อวานอย่างออกรสออกชาติ
หยางจวี้ท่าทีค่อนข้างสุขุม เขาเอ่ยรั้งทุกคนที่กำลังพูดเรื่องเมื่อวานเอาไว้แล้วหันไปพูดกับเซี่ยซู “ข้าว่าท่านน่าจะกลับเมืองหลวงแต่เนิ่นๆ หากคนพวกนั้นยังคงมุ่งร้าย หรือวางแผนจะทำร้ายใครอื่นอีก จะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากแน่”
คนที่อยู่ในที่นั้นเมื่อได้ยินว่าตนเองอาจพลอยเดือดร้อนไปด้วยก็แสดงท่าทีว่าเห็นด้วย จึงพากันเร่งให้เซี่ยซูรีบกลับเมืองหลวง
เซี่ยซูพยักหน้า “เช่นนั้นก็กลับกันเถอะ”
พอหวังจิ้งจือได้ข่าวก็ต้องพูดชักจูงให้อยู่ต่อตามมารยาทสักนิด กล่าวโทษตนเองอีกสักหน่อย แล้วค่อยเอ่ยรับรองว่าปีหน้าจะป้องกันให้ดียิ่งขึ้น
เซี่ยซูนั่งอยู่ในห้องโถง นางยิ้มพลางพูดปลอบใจ “ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องโทษตนเองหรอก เรื่องนี้เป็นเหตุที่คาดไม่ถึง ยังดีที่สกุลลู่ สกุลกู้ สกุลจาง และสกุลจูอยู่ด้วย จากนี้ไปพวกอันธพาลคงไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายอีกเป็นแน่”
ลู่ซีฮ่วนและกู้ฉ่างที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งของแขกก็พากันกล่าวเสริม “ย่อมเป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นเช่นนั้น!”
เซี่ยซูรีบกลับเช่นนี้ เห็นทีว่าคงต้องสืบสาวจนถึงต้นตอ พวกเขาล้วนมีแผนการในใจแล้ว ย่อมไม่กล้าบุ่มบ่ามก่อเรื่องก่อราวอีกเป็นการชั่วคราว
ทุกคนบอกลาแล้วก็แยกย้ายกันไป หวังจิ้งจือเดินไปอยู่ต่อหน้าเว่ยอี้จือแล้วเอ่ยว่า “อู่หลิงอ๋องกลับไปคราวนี้ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเป็นแขกที่ไคว่จีอีกเมื่อใด ข้าในฐานะคนรุ่นหลังนึกอยากจะได้พบเซียงฮูหยินมาโดยตลอด แต่จนใจที่ไม่อาจปลีกตัวไปได้ เช่นนั้นมิสู้ให้ลั่วซิ่วตามท่านกลับไปเพื่อเยี่ยมท่านผู้อาวุโสด้วยเถิด ท่านคิดเห็นเช่นไร”
เว่ยอี้จือย่อมรู้ว่าหวังจิ้งจือมีเจตนาแอบแฝง ทว่าเขาไม่อาจบอกปัดได้ จึงยิ้มเอ่ยว่า “ในเมื่อท่านเจ้าเมืองหวังมีน้ำใจเช่นนี้ ก็ทำตามที่ท่านว่าเถอะ”
เซี่ยซูเดินผ่านหน้าเขาแล้วเอาพัดจีบป้องปากพลางกลั้นหัวเราะ
เว่ยอี้จือมองไป ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสายตาเขาจึงได้แต่คอยวนเวียนอยู่ที่เท้าของนาง
ยามนี้เซี่ยซูสวมรองเท้าหุ้มข้อเหมือนอย่างเคยแล้ว เขาถึงขั้นสงสัยว่าเมื่อคืนใช่เขาตาฝาดไปเองหรือไม่