บทที่ 11
เรือนพักรับรองของสกุลหวังตั้งอยู่ที่เชิงเขาฟู่โจว ข้างสะพานตงเหมิน อาณาบริเวณไม่ได้กว้างขวางนัก แต่ก็ดูงดงามยิ่ง
หวังจิ้งจือกลับไปถึงเรือนพักรับรองแล้วจึงค่อยพบว่าในบ้านมีแขกอยู่ หวนถิง หยางจวี้ และหยวนเพ่ยหลิงสามคนกำลังนั่งอยู่ที่ลานกลางบ้าน พอเห็นเขากับเซี่ยซูและเว่ยอี้จือเดินเข้ามาพร้อมกัน ก็รีบเดินเข้ามาคำนับ
เซี่ยซูยิ้มเอ่ยว่า “วันนี้ช่างบังเอิญเสียจริง เหตุใดทุกคนจึงมาพบกันได้เล่า”
เดิมทีหวนถิงคิดว่าช่วงนี้เซี่ยซูดูอารมณ์ไม่ค่อยร่าเริงเท่าไร เวลานี้เห็นท่าทางของอีกฝ่ายดูอารมณ์ดีก็รู้สึกยินดียิ่ง “ข้าว่างน่ะ เลยรู้สึกเบื่อ จึงนัดพบฮ่วนอิงกับจื่ออวี้มาชมทิวทัศน์ด้วยกัน มาถึงที่นี่แล้วก็ว่าจะนั่งพักสักหน่อย ต้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองหวังที่ต้อนรับขับสู้”
ฮ่วนอิงก็คือหยางจวี้ จื่ออวี้ก็คือหยวนเพ่ยหลิง หวนถิงแทบจะตัวติดกับทั้งสองเหมือนเงาตามตัว ทั้งสามคนล้วนเพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางของขุนนางได้ไม่นาน จึงยังมีเวลาว่างมาก
หวังจิ้งจือไม่สนใจแม้แต่น้อย “คนที่มาล้วนเป็นแขก ไม่ต้องเกรงใจนักหรอก ทุกคนรอสักครู่ ข้าจะให้คนยกน้ำชามาให้”
หวนถิงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไหนเลยจะต้องให้ท่านเจ้าเมืองหวังสั่งการ น้องสาวท่านสั่งให้ยกมาแล้วล่ะ”
เซี่ยซูเพิ่งเข้าใจต้นสายปลายเหตุที่หวังจิ้งจือพยายามเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ นางจึงยิ้มพลางหันไปสบตาเว่ยอี้จือ “ที่แท้ที่บ้านก็มี ‘คน’ อยู่”
เว่ยอี้จือกวาดตามองเซี่ยซู ใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ ไม่สนใจที่อีกฝ่ายเอ่ยเย้า
หวังจิ้งจือเห็นน้องสาวไม่อยู่ด้วยก็ให้คนไปตามนางมา
หวังลั่วซิ่วได้ยินว่าเว่ยอี้จืออยู่ด้วยก็เข้าใจว่าพี่ชายต้องการอะไร นางจึงรีบมา ชุดที่สวมเป็นกระโปรงสีเขียวอ่อนแขนกว้างกุ๊นขอบสีแดงอมส้มรัดสายคาดเอว เอวบางคอดกิ่วเกือบเท่ากำมือ ทำให้นางยิ่งดูงดงามน่ารัก
นางนั่งลงตรงที่นั่งระหว่างหวังจิ้งจือกับเว่ยอี้จือโดยไม่พูดไม่จา ได้แต่ทำตัวเป็นผู้ฟังเท่านั้น
เซี่ยซูนั่งอยู่เยื้องๆ ไป นางสังเกตว่าวันนี้หวังลั่วซิ่วเหมือนจะผัดหน้ามากกว่าปกติเล็กน้อย ทว่ากลับซ่อนสีหน้าซีดเผือดเอาไว้ไม่มิด ตอนแรกก็สงสัยว่าอีกฝ่ายคงป่วย กระทั่งจับสังเกตได้ว่าหวังลั่วซิ่วเอามือกุมท้องน้อยไว้ นางจึงคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หวังจิ้งจือพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับบรรดาญาติมิตรกับเว่ยอี้จือเป็นพักๆ เพื่อให้หวังลั่วซิ่วได้ตอบรับบ้าง ทว่าสีหน้านางไม่ค่อยดี รอยยิ้มจึงยิ่งดูฝืดฝืนขึ้นเรื่อยๆ
คงเพราะรู้สึกได้ว่ามีคนมองอยู่ หวังลั่วซิ่วจึงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเซี่ยซูกำลังจ้องมองตนเองพอดี ฉับพลันใบหน้าก็แดงเรื่อแล้วก้มหน้าก้มตาหลบ
เป็นสตรีเหมือนกัน เซี่ยซูย่อมเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ นางจึงพูดกับหวังจิ้งจือ “ข้ามีเรื่องจะพูดกับทุกท่านที่อยู่ในที่นี้สักหน่อย ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองหวังจะช่วยจัดหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัวสักหน่อยได้หรือไม่”
หวังจิ้งจือได้ฟังก็รู้ว่าเซี่ยซูต้องการจะเลี่ยงหลบหวังลั่วซิ่ว เขาจึงได้แต่ลุกขึ้นแล้วเดินนำทุกคนเข้าไปนั่งที่ลานบ้านทางด้านหลังแทน แล้วให้หวังลั่วซิ่วกลับไปพักผ่อน
หวังลั่วซิ่วแปลกใจอย่างมาก นางไม่แน่ใจว่าเซี่ยซูสังเกตเห็นอะไรหรือไม่ แต่หากเขาล่วงรู้กระทั่งเรื่องระดูของหญิงสาว ไยจะเป็นพวกชอบบุรุษไปได้เล่า
เว่ยอี้จือเดินไปอยู่ข้างๆ เซี่ยซู แล้วกระซิบถาม “มีอะไรหรือ”