บทที่ 3
หากหลี่ซิวหยวนต้องการถุงหอม ไม่ว่าเป็นของคุณภาพดีเพียงใดก็สามารถหาได้ทั้งนั้น ไยต้องเป็นถุงหอมใบนี้ด้วย
ซู่ชิงจึงเอ่ยขึ้นทันที “นายท่าน หากท่านต้องการถุงหอม วันพรุ่งนี้บ่าวจะทำให้ท่านเอง ถุงหอมใบนี้ไม่…ไม่เหมาะกับท่านจริงๆ เจ้าค่ะ”
หากถุงหอมที่งานปักเป็นเช่นนี้ประดับอยู่บนตัวหลี่ซิวหยวน คนนอกเห็นเข้าจะต้องหัวเราะเยาะแน่นอน
แต่หลี่ซิวหยวนประหนึ่งไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น เขาไม่มองซู่ชิงแม้แต่แวบเดียว สายตาเอาแต่จับจ้องที่ถุงหอมใบนั้นโดยตลอด ซ้ำน้ำเสียงก็เริ่มจะเย็นเยียบขึ้นมา “เอาถุงหอมให้ข้า”
เสี่ยวเฟิงมีหรือจะกล้าไม่ให้ นางรีบปลดถุงหอมออกจากเอว จากนั้นก็ประคองยื่นไปเบื้องหน้าหลี่ซิวหยวนด้วยมืออันสั่นเทา
หลี่ซิวหยวนยื่นมือมาหยิบไป แม้ใบหน้าจะยังดูเย็นชาเหมือนที่แล้วมา แต่หากมองดูดีๆ ก็จะเห็นว่ามือเขากำลังสั่นเช่นกัน
หลังได้ถุงหอมไปหลี่ซิวหยวนก็กำไว้ในมือแน่น ราวกับกลัวว่าจะถูกใครแย่งไปก็มิปาน
เสี่ยวเฟิงลอบมองหลี่ซิวหยวน เห็นคนตรงหน้ามีท่าทางเช่นนี้ก็แทบจะทำให้คนนึกว่าเขาได้สมบัติสุดแสนล้ำค่าที่หายไปกลับคืนมา
ทว่าก็แค่ถุงหอมใบหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งงานปักยังแย่อย่างมาก
เสี่ยวเฟิงไม่กล้าอยู่ในห้องต่อแล้ว หลังลุกขึ้นจากพื้นได้ก็หยิบกล่องอาหารหันหลังวิ่งออกไปทันที
เวลานี้ซู่ชิงเองก็ลอบมองหลี่ซิวหยวนอยู่ตลอดเช่นกัน
เห็นเขามีท่าทางรักและทะนุถนอมถุงหอมใบนั้นอย่างที่สุด กำไว้ในมือแน่นไม่ปล่อย ทั้งยังมองดูมันอย่างใจลอยภายใต้แสงเทียนโดยไม่พูดไม่จา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ซู่ชิงย่อมข้องใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
มิใช่ของดีอะไรเสียหน่อย เป็นแค่ถุงหอมที่งานปักแย่ใบหนึ่ง…
มิหนำซ้ำจากที่เสี่ยวเฟิงบอกมาเมื่อครู่ นี่ยังเป็นของที่เจิ่นหลิวมอบให้นางด้วย เห็นทีวันอื่นจะต้องหาตัวเจิ่นหลิวมาถามเสียหน่อยแล้วว่าถุงหอมนี้มีความเป็นมาอย่างไร
ขณะกำลังคิดเรื่องเหล่านี้ซู่ชิงก็พลันได้ยินสาวใช้มารายงานอยู่ด้านนอก บอกว่า “แม่นางชิงอู๋มาเจ้าค่ะ”
ซู่ชิงรีบหันหน้าไปมองก็เห็นชิงอู๋เปิดม่านเดินเข้ามาแล้ว
ชิงอู๋เป็นหัวหน้าสาวใช้ของเซี่ยเจินเจินที่ติดตามมาจากบ้านเดิม ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากเซี่ยเจินเจินเป็นอันมาก แม้ซู่ชิงจะเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของหลี่ซิวหยวนอย่างเปิดเผย แต่กล่าวกันถึงที่สุดแล้วก็เป็นเพียงสาวใช้นางหนึ่ง มิหนำซ้ำยังไม่เป็นที่ชื่นชอบของเซี่ยเจินเจิน ยามนางเห็นชิงอู๋ย่อมจะต้องเกรงใจ
ด้วยเหตุนี้ซู่ชิงจึงรีบยิ้มพลางก้าวไปเอ่ยถาม “มืดเพียงนี้แล้ว ไฉนแม่นางชิงอู๋จึงมาเยือนได้เล่า”
ชิงอู๋ไม่ได้เหลือบแลซู่ชิงโดยสิ้นเชิง เพียงยอบตัวคารวะหลี่ซิวหยวน จากนั้นก็กล่าวอย่างเคารพนบนอบ “นายท่าน ค่ำแล้ว ฮูหยินให้บ่าวมาเชิญท่านกลับไปเจ้าค่ะ”
นี่คือเซี่ยเจินเจินเป็นฝ่ายมางอนง้อแล้ว