พอถึงยามรุ่งสาง มองไม่เห็นพระจันทร์และดวงดาวแล้ว มีประทีปหลายดวงลอยอยู่บนแม่น้ำในระยะไกล ดูสะดุดตาและงดงามเป็นพิเศษท่ามกลางความมืดสลัว
เสิ่นหุยชี้ไปยังประทีปที่ลอยอยู่บนแม่น้ำ
เผยไหวกวงจึงเปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าไปยังแม่น้ำที่มีประทีปลอยอยู่ ปล่อยให้ม้าเดินไปตามริมแม่น้ำอย่างช้าๆ
ตอนท้องฟ้าเริ่มสว่าง เผยไหวกวงก็พาเสิ่นหุยไปยังเรือนเล็กหลังหนึ่ง ที่นี่เป็นเรือนที่เขาเพิ่งซื้อไว้ จะพักสองสามวันแล้วค่อยเดินทางต่อ
เสิ่นหุยที่อยู่บนหลังม้าหันหน้าไปมองดูแสงสว่างตรงขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ภาพยามราตรีเหมือนถูกฉีกออก มีแสงสีขาวทะลุออกมา นางยังปรับสายตากับแสงไม่ได้ หรี่ตามองครู่หนึ่งก็เลื่อนสายตากลับมา
ทางด้านอิ๋งเฉินหลังจากกลับมาพร้อมซุ่นซุ่ยกับซุ่นเหนียนก็ไม่ได้นอน รอคอยอยู่ตลอด นางคิดว่าหากถูกทิ้งไว้ข้างหลังต้องถูกคนเลวจับตัวกลับไปอย่างแน่นอน พอได้ยินเสียงฝีเท้าม้านางก็รีบวิ่งออกมาจากห้อง พอเห็นว่าเผยไหวกวงกับเสิ่นหุยกลับมาแล้วจริงๆ ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าตนเองควรฉลาดสักนิด จึงรีบเตรียมไปต้มน้ำร้อน แต่เห็นว่าซุ่นเหนียนต้มน้ำร้อนเสร็จแล้ว พอนางวิ่งไปที่ห้องครัวกลับพบว่าซุ่นซุ่ยทำอาหารเช้าไว้แล้ว
ซุ่นซุ่ยยิ้มให้นางแล้วพูดว่า “เจ้านายทั้งสองต่างไม่ชอบถูกรบกวน หากไม่มีคำสั่ง อยู่เงียบๆ อย่าก่อเรื่องก็พอ จะให้ดีปล่อยให้เจ้านายทั้งสองมองข้ามการมีตัวตนอยู่ของเจ้า แต่เจ้าจะหนีไปหลบไม่ได้ ต้องระวังตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ตอนที่รอเรียกใช้ก็รีบไปยืนใกล้ๆ ทันที จะชักช้าไม่ได้”
“ขอบคุณมากที่เตือน ข้าจะจำไว้” อิ๋งเฉินถอยไปยืนเงียบๆ อยู่นอกประตู
เสิ่นหุยนั่งอยู่บนขอบเตียง คลุมร่างด้วยชุดคลุมของเผยไหวกวง เผยไหวกวงยื่นมือไปที่ข้างหูของนาง เสิ่นหุยเอียงหลบการสัมผัสของเขาแล้วขมวดคิ้วพูดเสียงเบา
“ท่านไปล้างมือก่อน”
“เหนียงเหนียงทรงเป็นอะไร พอทอดพระเนตรเห็นกระหม่อมล้างมือทำให้พระองค์มีความสุขได้หรือ”
เสิ่นหุยหน้าแดง เบือนหน้าหนีไม่มองเขาแล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ข้าง่วงแล้ว อยากนอน”
ว่าแล้วนางก็ปีนขึ้นเตียง นอนตะแคงหันหน้าเข้าด้านในเตียง หลับตาลงแล้วนอนหลับไปจริงๆ
เสิ่นหุยง่วงจริงๆ ศีรษะหนุนหมอนเพียงไม่นานก็หลับสนิท แม้แต่อาหารเช้าที่ซุ่นซุ่ยเตรียมไว้ก็ไม่ทันได้กินสักคำ
นางหลับไปจนถึงเกือบยามเที่ยงจึงสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เมื่อตื่นขึ้นมาแม้จะรู้สึกหิวเล็กน้อย แต่ยังคงอาบน้ำก่อน
นางนั่งอยู่ท่ามกลางไอน้ำหนาทึบ หลุบตาลง ท่าทางกลัดกลุ้มไม่มีความสุข
เผยไหวกวงผลักเปิดประตูเข้ามา มองนางที่ท่าทางไม่สดชื่นคราหนึ่ง “ตื่นบรรทมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหุยไม่ได้พูดอะไร นางไม่อยากตอบคำถามไร้สาระของเขา
เผยไหวกวงย่อมรู้สึกได้ว่าตั้งแต่เสิ่นหุยมาถึงที่นี่อารมณ์ก็หม่นหมองอย่างมาก ไม่ใช่ ไม่ใช่ตั้งแต่มาถึงที่นี่ ตอนรุ่งสางยังไม่ทันมาถึงที่นี่ นางก็มีท่าทางกลัดกลุ้มไม่มีความสุขเช่นนี้แล้ว
เขาไม่พูดอะไรอีก มองนางด้วยสายตาเย็นชา
เสิ่นหุยก้มหน้าลง มองผิวน้ำที่มีระลอกคลื่นอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย นางจมอยู่กับความคิดจนลืมไปว่าเผยไหวกวงยังอยู่ข้างๆ
หากบอกว่าตั้งใจครุ่นคิด แท้จริงแล้วนางไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ก่อนหน้านี้เพราะสุราผลไม้นั่น นางจึงไปหาเผยไหวกวงเพื่อแก้ไขอาการ แต่สุราผลไม้นั่นทำให้นางขาดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นจำได้เพียงรางๆ ถึงความสุขทางกาย แต่ขั้นตอนโดยละเอียดระหว่างนั้นจำไม่ได้สักนิด แต่ยาที่แม่เล้าของหอเซียงมี่ให้นางเมื่อวานนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น
นางจำได้ทุกอย่าง!