บทที่ 88
“กินแล้ว” เผยไหวกวงวางพัดพับในมือลง มองหนังสือบนโต๊ะอีกคราหนึ่ง จากนั้นก็หันกายเดินไปที่ห้องเวจ ตอนเขากลับมาเสิ่นหุยก็เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนแล้ว นางคุกเข่านั่งอยู่บนเตียง เอนกายไปดึงม่านเตียงลงมา
เผยไหวกวงมองหนังสือ ‘บันทึกไข้รากสาดน้อยของฟั่นลู่’ บนโต๊ะเล่มนั้นอีกครั้ง เห็นว่าหนังสือพลิกไปหนึ่งหน้าก็รู้ว่าตอนที่เขาไปห้องเวจ เสิ่นหุยได้คัดลอกไปอีกครึ่งหน้า
เขาหันหน้ามาแล้วเดินไปที่เตียงนอน
ม่านเตียงถูกปล่อยลงมาแล้ว เสิ่นหุยใช้มือสอดมุมม่าน กำลังรอเขาอยู่ นางหลุบตาลง อ้าปากหาวเบาๆ เห็นได้ชัดว่าง่วงนอนแล้ว
เผยไหวกวงเก็บคำพูดที่อยากจะพูดกลับลงไป เขาดับไฟแล้วขึ้นไปบนเตียง แต่เพิ่งขึ้นไป เสิ่นหุยก็อ้าปากหาวอีกครั้ง นอนลงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
อากาศค่อยๆ อุ่นขึ้น เสิ่นหุยกลัวความหนาว ด้วยความเคยชินนางจึงยังไม่ได้ใส่ชุดนอนที่บางกว่านี้ แต่พอหลับสนิทแล้ว ร่างกายกลับเริ่มรู้สึกร้อน นางจึงคลายสาบเสื้ออย่างสะลึมสะลือ
เมื่อตื่นมาในวันรุ่งขึ้น เสิ่นหุยก็พบว่าเสื้อตัวบนของตนเองไม่รู้ว่าเปิดออกได้อย่างไร แม้แต่เสื้อตัวในก็ยังเบี้ยวเล็กน้อย นางจึงรีบจัดเสื้อตัวในที่เบี้ยวอยู่ให้ตรง จากนั้นก็มองไปยังเผยไหวกวงที่นอนอยู่ข้างกาย
เมื่อคืนนอนดึกมาก ตอนนี้สายมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าเผยไหวกวงจะยังไม่ตื่น เสิ่นหุยมองใบหน้าตอนหลับของเขาอย่างเงียบๆ
จู่ๆ นางก็นึกถึงสามีภรรยาหนุ่มสาวที่พบตอนเพิ่งมาถึงตำบลนี้
เสิ่นหุยยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า พลิกหาชุดฤดูใบไม้ผลิ นางหยิบชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีแดงออกมา เอามาทาบไว้ที่ร่างแล้วถามอิ๋งเฉิน
“งามหรือไม่”
อิ๋งเฉินพูดว่า “ฮูหยิน ซุ่นซุ่ยบอกว่าท่านกลัวความหนาว จะต้องความเย็นจนเป็นหวัดไม่ได้ ยังใส่ชุดฤดูใบไม้ผลิไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ไม่หนาวแล้ว” เสิ่นหุยหอบชุดกระโปรงผ้าโปร่งออกมา ตั้งใจที่จะใส่อย่างแน่วแน่
นางถามอีกครั้ง “อิ๋งเฉิน เจ้าเกล้าผมแบบที่ซับซ้อนสักนิดได้หรือไม่”
อิ๋งเฉินส่ายหน้าอย่างเขินอายแล้วพูดเสียงเบาว่า “อิ๋งเฉินทำไม่เป็นเจ้าค่ะ”
อิ๋งเฉินทำไม่เป็น แต่ซุ่นซุ่ยทำเป็น
ซุ่นซุ่ยยิ้มจนเห็นฟันเขี้ยวคู่นั้น “ฮูหยินวางใจได้ขอรับ! ซุ่นซุ่ยไม่มีความสามารถอื่นใด แค่มีสองมือที่พอมีฝีมืออยู่บ้าง!”
อิ๋งเฉินยืนอยู่ด้านข้าง ยืดคอมองดูอย่างละเอียด ในใจคิดว่าตนเองต้องฝึกทำให้เป็นจึงจะดี
เสิ่นหุยให้ซุ่นซุ่ยเกล้าผมทรงโหนอาชา ผมดำขลับห้อยลงมาด้านข้างราวกับดอกกุหลาบโน้มกิ่งลงมา
นางอายุน้อย ใบหน้าอ่อนเยาว์ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา นอกจากเข้าร่วมพิธีทางการสวมชุดหงส์จึงจะเกล้ามวยสูง ปกติแล้วจะไม่เกล้ามวยผมเช่นนี้
เสิ่นหุยเลือกดูในกล่องเครื่องประดับอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนางจากมาไม่ได้นำอะไรติดตัวมาด้วย เครื่องประดับในกล่องนางล้วนซื้อไว้ระหว่างทาง แน่นอนว่าของที่ร้านขายเครื่องประดับระหว่างเมืองที่ผ่านย่อมไม่สามารถเทียบกับในเมืองหลวงได้ เครื่องประดับในกล่องนี้จึงมีไม่มาก
เสื้อผ้าของเผยไหวกวงก็มีไม่มากเช่นกัน ทั้งยังมีไม่กี่สี มีเพียงสีฟ้านวล สีแดงเข้ม สีน้ำเงินเข้ม และสีดำ ที่มีมากที่สุดคือสีแดงเข้ม เขาน่าจะชอบสีแดงกระมัง
เสิ่นหุยเลือกเครื่องประดับที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นครู่หนึ่ง จึงฝืนใจเลือกเครื่องประดับรูปบุปผาฝังทับทิมสีแดงส่งให้ซุ่นซุ่ย ให้เขาปักไว้บนผมของนาง
เสิ่นหุยเปิดกล่องเครื่องประทินโฉม ส่องคันฉ่องแล้วประทินโฉมด้วยตนเอง
“ฮูหยินงดงามจริงๆ!” อิ๋งเฉินมองอย่างตกตะลึง นางเคยชมความงามโดดเด่นของเสิ่นหุยหลายครั้ง พอเห็นอีกฝ่ายประทินโฉม คิดไม่ถึงว่าจะเป็นความงามที่มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง
เสิ่นหุยมองดูตนเองในคันฉ่อง แต่กลับไม่ค่อยพอใจนัก นางถามเสียงเคร่งเครียดว่า “ยังดูอายุน้อยมากอยู่หรือไม่”
อิ๋งเฉินตกใจ ยังมีสตรีที่ไม่ชอบให้ตนเองดูอายุน้อยอีกหรือ