บทที่เก้า สามร้อยปี (หลัง)
(หนึ่งร้อยปี ครั้งที่สาม)
วันเวลาของข้าผ่านไปอย่างน่าเบื่อยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้หรือรังแกสัตว์ล้วนเบื่อแล้ว กระทั่งเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ก็ยังเกียจคร้านแล้ว
ทุกวันก็ได้แต่สะบัดๆ ขนบนตัว จากนั้นก็วิ่งขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดของภูเขาลั่วอิง นอนผึ่งแดดอย่างเกียจคร้าน ไม่ก็เหม่อมองก้อนเมฆบนท้องฟ้า นั่งครั้งหนึ่งก็อยู่ไปทั้งวัน
ในเศษเสี้ยวความทรงจำในสมอง ข้าได้จดจำสัญชาตญาณในการต่อสู้ที่ใช้อยู่เป็นประจำเอาไว้ ส่วนเรื่องอื่นล้วนโยนทิ้งไปหมดไม่มีเหลือ
ข้ารู้สึกว่าในช่วงเวลาที่ตนโยนทิ้งไปนั้น คล้ายได้ลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป ในใจเหมือนมีช่องโหว่เล็กๆ อยู่ช่องหนึ่ง อุดถมอย่างไรก็ไม่เต็ม แต่ของสิ่งนั้นที่แท้แล้วคืออะไรกันแน่
ปลา ไก่ย่าง ลูกหนังไหมพรม หญ้าหางสุนัข หรือหยกสีเขียวอันงดงาม
ข้าทนไม่ไหวจึงไปถามอิ๋นจื่อผู้เฉลียวฉลาด อิ๋นจื่อกลับเอาแต่เช็ดถูเพชรพลอย เขาบอกกับข้าอย่างดูถูก “สมองเช่นท่านมีวันใดบ้างไม่ลืมโน่นนี่ นอกจากกินอาหาร ต่อสู้กับผู้อื่นแล้ว ข้าก็ไม่เห็นท่านจดจำอะไรได้แม่นยำ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่พอหันหน้าไปก็ลืมแล้ว เรื่องบางอย่างข้าก็คร้านจะว่าท่านแล้ว…นับเป็นความอัปยศของเหล่าปีศาจโดยแท้”
คำบ่นว่าของเขาทำให้ข้าไม่ชอบใจอย่างมาก ข้าจึงตวัดอุ้งเท้าไปหนึ่งที สนอง ‘ความชอบถูกตี’ ของเขา แล้วกลับไปนอนเหม่อลอยบนยอดเขาอีกครั้ง
วันเวลาผ่านไปอย่างไม่หยุดยั้ง พี่ใหญ่จอมมารวัวกระทิงเคยมาเยี่ยมข้าที่นี่หลายครั้ง มาทีไรก็จะเตือนข้าว่าอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้ หลังจากข้าเข้าใจความหมายของเขาแล้วก็ถามด้วยความไม่เข้าใจ “ถ้าทุกวันไม่นอนหรือเหม่อลอย เวลาก็จะไม่ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์หรือ”
เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เช่นนั้น…ผึ่งแดดก็แล้วกัน”
สีหน้าของจอมมารวัวกระทิงพลันเปลี่ยนเป็นอับจนปัญญา เขาบอก “แมวโฉดเขลาเบาปัญญาสอนไม่ได้”
ข้ามองค้อนอย่างเหยียดหยาม แอบคิดในใจ…พูดจาส่งเดช ปลา กับแมวเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้างขึ้นมาต่างหาก
ต่อมา จอมมารวัวกระทิงบอกว่าเขาได้ไปรู้จักปีศาจร้ายกาจตนหนึ่งชื่อราชันวานรโสภา และได้สาบานเป็นพี่น้องกัน ถามข้าว่าจะไปพบหน้าปีศาจตนนั้นหรือไม่ ไปกินอาหารด้วยกันสักมื้อ
ข้าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ลิงตัวหนึ่งจะร้ายกาจได้สักเพียงใด ด้วยความอยากรู้จึงรับคำเชิญของเขาเดินทางไปที่ภูเขาหั่วเยี่ยน คิดไม่ถึงว่าลิงตัวนั้นกลับลงไปทะเลตะวันออก ข้าจึงไปเสียเที่ยว ในใจรู้สึกไม่พอใจ หลังจากกินปลาที่พี่สะใภ้หลัวช่าทำไปไม่กี่ตัว ก็ขี่หลังอิ๋นจื่อเดินทางกลับ
นึกไม่ถึงว่าภายหลังลิงตัวนั้นจะถูกสวรรค์เรียกตัวไปรับใช้เทพเซียน สิ่งที่ตามมาก็คือเทพปี้ชิงแม่ทัพอันดับหนึ่งของเหล่าทวยเทพออกจากด่านมาอีกครั้ง ปีศาจมากมายที่ก่อกรรมทำชั่วล้วนถูกเขาสังหาร
ในเวลาอันสั้น แดนปีศาจโลหิตไหลนองดุจสายน้ำ เทพปี้ชิงชื่อนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายของเหล่าปีศาจทั้งหมด
ข้ากลับรู้สึกว่าชื่อนี้ออกจะคุ้นหู จึงวิ่งไปถามอิ๋นจื่อ คิดไม่ถึงว่าเขาจะกำลังยุ่งอยู่กับการขุดหลุมฝังทองคำและเงิน พยายามเอาเพชรพลอยเครื่องประดับที่สาดประกายแวววาวใส่ลงไปในถุงใหญ่ใบหนึ่ง ไม่มีเวลาจะมาใส่ใจข้า