ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 5-6 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน แม่ทัพฉางหนิง ขุนศึกหญิงพิทักษ์นครา บทที่ 5-6

บทที่ 6

ไร้ความเคลื่อนไหว…

ซู่เซิ่นฮุยมองทางเดินที่ทอดตัวออกจากหอคัมภีร์ เพียงครู่เดียวก็กระจ่างแจ้ง ประกายดุดันในดวงตาอันตรธาน เขาตวัดสายตามองไปทางหน้าต่างทางทิศใต้

“ยังจะแอบอยู่อีก ออกมาเถิด!” เขาบอกซ้ำอีกครั้ง

สิ่งที่ตอบกลับประโยคนั้นคือเสียงกุกกัก จากนั้นศีรษะของใครคนหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากหน้าต่างทางทิศใต้ตามที่เขาบอกจริงๆ เป็นศีรษะของเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมหมวกใบเล็ก แต่งกายอย่างข้ารับใช้ในวังหลวง หน้าตาหล่อเหลา ทว่าดวงหน้ายังเจริญวัยไม่เต็มที่ เห็นได้จากไรขนอ่อนๆ บนริมฝีปากที่ฟ้องว่าเจ้าตัวยังสลัดความเป็นเด็กทิ้งไปไม่หมด

“เสด็จอาสาม!” ผู้มาใหม่ทำหน้าเบ้ใส่ซู่เซิ่นฮุย “เพิ่งจะย่องเข้ามาแท้ๆ ยังไม่ทันได้ลงไปนั่งยองๆ ก็ถูกจับได้เสียแล้ว! ไม่สนุกเอาเสียเลย! ท่านเดาได้อย่างไรว่าเป็นข้า” คนถามทำหน้าขัดอกขัดใจ

ซู่เซิ่นฮุยไม่ตอบ แต่รีบลุกขึ้นรับรอง เอ่ยเรียกว่า “ฝ่าบาท” พลางค้อมกายคำนับเด็กหนุ่มผู้นี้

เด็กหนุ่มปรี่เข้ามาข้างในห้องแล้วยกมือห้าม ปากก็บ่นว่า “เสด็จอาสาม ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาไม่มีใครอยู่ด้วยไม่ต้องแสดงมารยาทมากมายเช่นนี้กับข้า!”

ซู่เซิ่นฮุยคำนับจนเสร็จแล้วยิ้มบางๆ “มารยาทจะงดเว้นไม่ได้ นี่เป็นธรรมเนียมระหว่างกษัตริย์กับขุนนาง”

กลุ่มราชองครักษ์ที่วันนี้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยของฮ่องเต้น้อยอย่างใกล้ชิดก็พากันโผล่ออกมาตรงสุดโค้งทางเดินนอกหอคัมภีร์แล้วเช่นกัน จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยสีหน้ากริ่งเกรง

เด็กหนุ่มผู้นี้คือซู่เจี่ยน ฮ่องเต้น้อยวัยสิบสามพรรษาผู้ครองราชย์องค์ปัจจุบัน อีกไม่กี่เดือนในปีหน้าถึงจะอายุครบสิบสี่ แต่เพราะโตไวจึงดูเหมือนหนุ่มน้อยอายุสิบห้าสิบหกตั้งแต่ตอนนี้ พระมาลาประดับม่านมุกระย้ากับฉลองพระองค์ที่ใส่แต่เดิมหายไปหมด กลายเป็นใส่ชุดข้ารับใช้เสียได้

เขาพิจารณาการแต่งกายของเด็กหนุ่ม ทว่าไม่ได้แสดงความประหลาดใจแต่อย่างใด

ฮ่องเต้น้อยเห็นผู้เป็นอามองมาที่ตนเองก็รีบชิงสารภาพก่อนโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายถาม

“เมื่อครู่ข้าเห็นท่านไม่ตามมาเสียที ไม่อยากกลับเข้าวังหลวงทั้งอย่างนี้ เลยสั่งให้ข้ารับใช้ถอดเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนบนรถม้า จากนั้นก็หาโอกาสลงจากรถม้ากลับมาหาท่าน เสด็จอาสาม ท่านอยู่ทำอะไรที่นี่กัน”

ซู่เซิ่นฮุยมองหลานชายอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ต่อให้รถม้าคันข้างหน้าของไทเฮาไม่ระแคะระคาย แต่ข้างหลังยังมีขุนนางใหญ่ตามมาเป็นพรวน หากลมไม่พัดเข้าตาจนมองอะไรไม่เห็น มีหรือจะปล่อยให้เจ้าทิ้งขบวนเดินอาดๆ ออกมากลางทาง”

เด็กหนุ่มรู้ว่าคงปิดไม่อยู่เสียแล้ว อีกประการหนึ่งอีกฝ่ายคือเสด็จอาสามที่เขารู้สึกสนิทชิดเชื้อด้วยมากที่สุดมาตั้งแต่เล็ก ไม่มีเรื่องใดเล่าให้ฟังไม่ได้ อีกทั้งแต่ก่อนเรื่องเหลวไหลยิ่งกว่านี้เขาก็เคยทำมาแล้ว

ซู่เจี่ยนยอมสารภาพแต่โดยดีว่าเมื่อผ่านทางโค้งที่มีแนวป่าย่อมๆ ตนรอให้รถม้าของไทเฮาเลี้ยวลับไปก่อนจึงค่อยสั่งให้หยุดรถม้าโดยเร็ว อ้างว่าปวดเบา พอลงมาแล้วก็เดินเข้าป่า บังคับให้หนึ่งในข้ารับใช้ที่ติดตามสลับเสื้อผ้ากับตนเอง แล้วสั่งให้พวกที่เหลือห้อมล้อมข้ารับใช้ผู้นั้นพากลับขึ้นรถม้าออกเดินทางต่อ เหล่าขุนนางที่หยุดรอเขาไม่ล่วงรู้สักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นรถม้าของเขาเลื่อนล้อก็พากันเคลื่อนขบวนตาม เขาเลยแอบหนีมาได้ด้วยเหตุนี้

ระหว่างไล่เรียงลำดับขั้นตอนการหนีขบวนของตน ฮ่องเต้น้อยยังหัวเราะร่าอย่างกระหยิ่มใจ

“โอ๊ย ช่างน่าขันเป็นที่สุดเลย! ในขบวนมีคนตั้งเยอะ แต่ไม่มีใครจับได้เลยสักคนเดียว นึกว่าข้ากลับขึ้นรถม้าไปแล้วจริงๆ!”

ซู่เซิ่นฮุยมุ่นหัวคิ้ว “ฝ่าบาท เดี๋ยวนี้พระองค์ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะ…”

เขาเพิ่งจะพูดออกมาเพียงเท่านั้นก็ถูกฮ่องเต้น้อยตัดบท

“เสด็จอาสาม ข้าทราบว่าท่านอยากพูดอะไร! ไม่ต้องรอให้ท่านบอกหรอก ราชครูติงพูดกรอกหูข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนหูข้าแทบเป็นสิวอยู่แล้ว! ใช่ ข้ารู้ว่าอะไรคือความน่าเกรงขามของโอรสสวรรค์ ข้าต้องทำแน่นอนอยู่แล้ว แต่ข้าไม่ได้ออกมานอกวังหลวงครึ่งปีกว่าแล้วนะ! ข้าอึดอัดแทบตาย ต่อให้ไม่อึดอัดตายก็ต้องเหนื่อยตาย! วันนี้อุตส่าห์ได้มีโอกาสออกมาทั้งที เสด็จอาสาม ถือว่าสงสารข้าเถิด อย่าพร่ำสอนข้าอีกเลย!” พูดจบก็ทอดถอนใจ “หากเสด็จพี่รัชทายาทของข้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่คงจะดีมาก ข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยถึงเพียงนี้ ได้ใช้ชีวิตสบายๆ มีความสุขไปวันๆ เหมือนแต่ก่อน…”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

community.jamsai.com