ผู้ที่ก่อตั้งบริษัทแอลวายได้ใช้รูปแบบบริษัทแฟชั่นเฮ้าส์ของฝรั่งเศสมาเป็นต้นแบบในการจัดตั้งบริษัท บริษัทจึงแบ่งระบบการจัดการออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการบริหารจัดการ ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในการบริหารก็คือประธานกรรมการผู้บริหาร ซึ่งเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือซีอีโอนั่นเอง อีกส่วนก็คือการบริหารงานด้านการออกแบบ คนที่มีอำนาจและความรับผิดชอบสูงสุดคือครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ สำหรับบริษัทแฟชั่นเฮ้าส์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์เป็นผู้ที่มีความสำคัญมากที่สุด เป็นผู้กำหนดอนาคตของบริษัทว่าจะอยู่รอดหรือไม่ ดังนั้นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ในบริษัทแฟชั่นเฮ้าส์ทุกแห่งจะมีอำนาจล้นมือเลยทีเดียว
ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์มีหน้าที่รับผิดชอบหลักก็คือกำหนดหัวข้อและผลิตชุดโอตกูตูร์ ในแต่ละซีซั่น ขั้นตอนการทำชุดโอตกูตูร์ออกมาจะต้องมีนางแบบฟิตติ้ง ถ้านางแบบฟิตติ้งมีความรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายด้วยก็จะทำให้ตอนที่ลองชุดสามารถเสนอข้อคิดเห็นให้แก่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ได้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการทำงานในช่วงการแก้ไขปรับปรุงไปได้มาก
สองปีที่ผ่านมาเซียวเซียวรับหน้าที่เป็นนางแบบฟิตติ้งมาโดยตลอด จึงมีโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง พูดง่ายๆ ก็คือเป็น ‘คนโปรดของฮ่องเต้’ คนอื่นๆ จึงต้องให้ความเกรงใจอยู่บ้าง
เมื่อได้ยินว่า ‘ไม่ต้องไปที่ห้องฟิตติ้ง’ ในหัวของเซียวเซียวถึงกับว่างเปล่า…
‘ฉันชื่อเซียวเซียว อายุยี่สิบสอง จบการศึกษาจากสถาบันการออกแบบเครื่องแต่งกายคิว เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดการออกแบบเครื่องแต่งกายระดับประเทศ’ ในตอนนั้นเซียวเซียวสวมรองเท้าส้นสูงที่ตัดใจซื้อมาด้วยราคาห้าร้อยหยวน ยืนอยู่ในห้องออกแบบที่มีแสงแดดระยิบระยับซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของบริษัทแอลวาย ขาของเซียวเซียวสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะการสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์รอบที่สามซึ่งเป็นรอบสุดท้าย แต่เป็นเพราะประธานกรรมการสัมภาษณ์คือสุภาพสตรีผมสีเงินที่เป็นไอดอลของเธอ อเดอลีน หลี่ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของบริษัทแอลวาย
อเดอลีนเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เธอมีสายเลือดทางตะวันตก จมูกโด่งมาก ดวงตาบุ๋มลึก ด้วยบุคลิกที่เข้มงวดจึงทำให้ดูเหมือนว่าเป็นคนที่เข้าถึงได้ยาก
‘แนวคิดในการออกแบบของเธอคืออะไร’ ภาษาจีนกลางที่ไม่ค่อยชัดเจนถูกเปล่งออกมาอย่างช้าๆ เผยความหยิ่งยโสของคนชั้นสูงออกมา
‘แนวคิด…’ เซียวเซียวตอบไม่ถูก มือที่ประสานกันอยู่ด้านหน้ามีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย เรื่องแนวคิดของการออกแบบที่ลึกซึ้งแบบนั้นมีแต่ดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงแล้วเท่านั้นถึงจะมี เธอที่เพิ่งจะออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อน ‘ชีวิตดีไซเนอร์ของฉันเพิ่งจะเริ่มต้นและยังไม่มีสไตล์ที่ชัดเจน แม้ว่าจะขาดลักษณะเฉพาะตัวไปบ้าง แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับแอลวายได้ค่ะ’
คำตอบแบบนี้แม้จะไม่มีจุดเด่นอะไรแต่ก็ไม่มีอะไรผิดเช่นกัน อย่างน้อยซีอีโอกับอาร์ตแอดไวเซอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พอใจในคำตอบ
แต่เห็นได้ชัดว่าอเดอลีนไม่พอใจ เธอกดมุมปากทั้งสองข้างจนเห็นร่องแก้มลึก ‘สิ่งที่สำคัญที่สุดของดีไซเนอร์ก็คือจิตวิญญาณ ถ้าต้องให้คนอื่นมาบอกว่าเธอควรจะทำอะไร เธอมันก็เป็นแค่ช่างฝีมือ ไม่ใช่ศิลปิน’
‘โอ้ อเดอลีนที่รัก แม่หนูนี่ยังเด็กอยู่เลยนะ จะไปเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ยังไง’ หลินซือหย่วนอาร์ตแอดไวเซอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดยิ้มๆ เท้าคางด้วยหลังมือทั้งสองข้าง ดวงตายิ้มๆ มองพิจารณาหญิงสาวที่สะดุดตาตรงหน้า ‘รูปร่างเธอดีมาก ไปช่วยฟิตติ้งชุดได้นะ’
หลินซือหย่วนเป็นชายวัยกลางคน เขามีผิวเนียนละเอียดราวกับเด็กสาวแรกรุ่นเพราะดูแลเป็นอย่างดี ท่าเท้าคางแบบนี้หากผู้ชายคนอื่นทำก็คงดูสาวมาก แต่เขากลับทำท่านี้ได้ดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะคำพูดประโยคนี้ของเขาจึงทำให้เซียวเซียวได้ทำงานในบริษัทแอลวายและยังได้ทำงานใกล้ชิดกับอเดอลีนในห้องฟิตติ้ง มีโอกาสได้เรียนรู้เทคนิคมากมาย ด้วยเหตุนี้เธอจึงรู้สึกขอบคุณหลินซือหย่วนมาโดยตลอด
“แอดไวเซอร์พูดเองเหรอคะ” เซียวเซียวซักไซ้ต่ออย่างไม่อยากเชื่อ
ฟางเซี่ยงเฉียนมองเธอด้วยสายตาประหลาดแล้วยิ้มเย็นๆ “ถ้าไม่เชื่อเธอก็ไปถามเขาเองแล้วกัน แต่ก่อนจะไปเธอต้องจัดการงานให้เรียบร้อยก่อนนะ อีกสิบนาทีมีประชุม”