everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 1-4 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1
ผู้เขียน : อีตั่วเสี่ยวชงฮวา (一朵小葱花)
แปลโดย : เฉินซุ่นเจิน
ผลงานเรื่อง : 暗恋对象是猫?
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่ การทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในครอบครัว
การทำร้ายทางจิตใจ อาการป่วยทางจิต และการค้ามนุษย์
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 1
เด็กดี ทนหน่อยนะ
ภาพที่กระจัดกระจายจำนวนหนึ่งผุดขึ้นในหัวของเยี่ยนฉืออย่างเลือนราง
พายุฝนกระหน่ำ ถนนในย่านเมืองเก่า จู่ๆ รถคันหนึ่งก็ชนเขาจนกระเด็น ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ร่างของเขาลอยคว้างกลางอากาศออกไปไกลก่อนตกลงอย่างแรง ความเจ็บปวดหายไปโดยสิ้นเชิงในชั่ววินาทีนี้
รถคันนั้นแล่นหายไปจากสายตาที่พร่ามัวของเขา สองข้างถนนว่างเปล่าไร้ผู้คน
ไม่กี่วินาทีต่อมาความเจ็บปวดรุนแรงค่อยๆ ลุกลามไปทั่วร่าง กัดกร่อนทุกส่วนประสาทและกลืนกินจิตสำนึกของเขาอย่างช้าๆ
ท้องฟ้าราตรีอันไร้สิ้นสุดถาโถมเข้ามาห่อหุ้มเขาไว้ราวกับผ้าม่าน
เขาเหมือนคนจมน้ำที่หายใจลำบาก ทั้งวิญญาณและร่างกายจมดิ่งสู่ห้วงนิทราพร้อมกัน
เมื่อเยี่ยนฉือลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล แต่กลับเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
เขาขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวพร้อมกวาดตามองไปรอบๆ
สิ่งของของที่นี่เหมือนถูกขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะน้ำชาที่อยู่ตรงหน้า โซฟาที่อยู่ใต้ร่างเขา หรือคอนโดฯ แมวซึ่งอยู่ไม่ไกล กระทั่งผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาหาต่างก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดใหญ่ยักษ์สำหรับเขาไปแล้ว
เยี่ยนฉือตื่นตระหนกขึ้นมาทันที รีบเค้นเสียงถามออกมาจากลำคออย่างร้อนรน
“เมี้ยว!”
เยี่ยนฉือเบิกตากว้าง รีบมองดูอุ้งเท้าแมวคู่หนึ่งของตัวเอง ก่อนร้องอย่างสิ้นหวัง “ทำไมฉันถึงกลายเป็นแมวอีกแล้วล่ะเนี่ย!”
แน่นอนว่าในหูของคนอื่นได้ยินเพียงแค่เสียง ‘เมี้ยว’ ที่ไพเราะน่าฟังเท่านั้น
จากนั้นเยี่ยนฉือยังไม่ทันได้ตอบสนองอะไรก็ถูกชายคนนั้นอุ้มขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เยี่ยนฉือดิ้นสุดแรงเกิด ถีบเท้าไปข้างหลังเต็มแรง แล้วกระโจนออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว
เพียงพริบตาเขาที่เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวก็แตะพื้นอย่างแผ่วเบา
เขาแกว่งไกวหางด้านหลัง ก่อนจะมุดเข้าไปในซอกแคบๆ ระหว่างตู้กับกำแพงด้วยความว่องไว
อุ้งเท้าแมวเหมียวนุ่มนิ่มช่วยให้การเคลื่อนไหวของเขาไร้สุ้มเสียง
เขาขดตัวอยู่ในมุมมืด แผ่นหลังตึงเกร็ง หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งอย่างไวต่อสิ่งรอบข้าง มองไปข้างหน้าอย่างเตรียมการป้องกัน
ชายคนนั้นดูคาดไม่ถึงกับท่าทีของเจ้าเหมียว แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก เขาย่อตัวลงตรงหน้าซอกแคบๆ บดบังแสงเพียงน้อยนิดที่สาดส่องเข้ามา
ใบหน้าเขาหล่อเหลาแฝงความเยือกเย็น น้ำเสียงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความอดทนขณะพูดกับเยี่ยนฉือ
“เสี่ยวเฮย เป็นอะไรไป”
เยี่ยนฉือไม่ตอบ
ชายคนนั้นเรียกอีกครั้ง “เสี่ยวเฮย?”
ใบหน้าของเยี่ยนฉือค่อยๆ ฉายแววสับสน ใครคือ ‘เสี่ยวเฮย’ ล่ะเนี่ย
จู่ๆ เจ้าเหมียวก็เอียงหัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นเป็นประกาย
“เสี่ยวเฮยออกมาเร็ว”
เยี่ยนฉือเพิ่งจะรู้ตัว ที่แท้ ‘เสี่ยวเฮย’ ก็คือฉันเอง?
ชื่อเชยชะมัด
‘เสี่ยวเฮย’ กับ ‘เสี่ยวไป๋’ ในโลกของเจ้าเหมียวก็เหมือนกับ ‘เสี่ยวหมิง’ กับ ‘เสี่ยวหง’ ในโลกของมนุษย์นั่นแหละ
ขณะที่เยี่ยนฉือมัวแต่ประหลาดใจกับชื่อแมวที่เชยขั้นสุดอยู่นั้น หลังคอเขาก็ถูกชายคนนั้นคว้าหมับเข้าอย่างชำนาญโดยไม่ทันตั้งตัวสักนิด ก่อนจะถูกหิ้วออกมาจากซอกแคบๆ นั่นสำเร็จในที่สุด
ชายคนนั้นถือโอกาสใช้มือข้างหนึ่งรองก้นของเจ้าเหมียวเอาไว้
เยี่ยนฉือแยกเขี้ยว “แฮ่!” ใครอนุญาตให้นายมาจับก้นฉันกันฮะ!
นอกจากความตื่นตระหนกแล้ว เยี่ยนฉือสัมผัสได้ว่าคราวนี้อีกฝ่ายแค่ปรับท่าอุ้มแมวเล็กน้อยเพื่อที่จะอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนได้ง่ายๆ และกระชับขึ้น
“เมี้ยว? เมี้ยวๆ?”
“อยู่นิ่งๆ สิ”
แขนเรียวบางที่ไร้เรี่ยวแรงของชายคนนั้นกลับเต็มไปด้วยพละกำลังสำหรับเจ้าเหมียวตัวหนึ่ง แค่ออกแรงนิดหน่อยก็ทำให้เยี่ยนฉือหมดหนทางขยับเขยื้อนตัวแล้ว อีกอย่างไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเยี่ยนฉือที่ได้สามัญสำนึกของมนุษย์กลับคืนมาแล้วย่อมไม่มีทางกัดอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
เยี่ยนฉือทำได้แค่พูดอย่างโกรธๆ ว่า “เมี้ยว! หง่าว…”
ชายคนนั้นดูเหมือนจะคุ้นชินกับที่เจ้าเหมียวไม่ให้ความร่วมมือเช่นนี้ เขาหยิบกล่องเล็กๆ ข้างตัวขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน เปิดกล่องออกก่อนหยิบกรรไกรตัดเล็บสำหรับสัตว์เลี้ยงมาจากข้างใน แล้วเริ่มลงมือตัดกรงเล็บแหลมคมของเยี่ยนฉืออย่างระมัดระวัง
เยี่ยนฉือต่อต้านการกระทำของเขา ยังคงพยายามบิดร่างแมวนุ่มนิ่มของตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้
“เมี้ยวๆๆ!”
เจ้าเหมียวตัวนี้เริ่มสบถคำหยาบคายเป็นชุด พ่นภาษาแมวออกมาสารพัด
แต่อีกฝ่ายไม่เพียงไม่โกรธ ซ้ำยังก้มลงจูบกลางศีรษะของเยี่ยนฉือเบาๆ ไปทีหนึ่ง
“เด็กดี เชื่อฟังนะ”
ดวงตาแมวสีฟ้าคู่นั้นของเยี่ยนฉือเบิกกลมโตทันที สีหน้าแข็งค้าง ปากอ้าค้างน้อยๆ มองชายคนนั้นด้วยแววตาประหลาดใจ คล้ายกำลังพูดว่า ‘พี่ชาย นายโอเคอยู่ใช่ไหม’
ชายคนนั้นเม้มปาก ขณะที่มือยังสาละวนอยู่กับการตัดเล็บก็กล่อมเขาอย่างใจเย็น “ทนหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะเอาปลาแห้งให้นายกิน” พูดจบชายคนนั้นก็จูบเขาอีกหนึ่งที
เยี่ยนฉือโง่งมขั้นสุดไปแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่ใช่เพราะตัวเองกลายเป็นแมว แต่เป็นเพราะท่าทีที่ชายตรงหน้าคนนี้ปฏิบัติต่อเขาต่างหาก
ไม่ว่ายังไงพี่ชายสุดหล่อที่กำลังอุ้มเขาพร้อมพูดจาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนอยู่นี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นรุ่นน้องในคณะเดียวกันกับเขา…เฉียวโม่
ในภาพจำของเยี่ยนฉือ เฉียวโม่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาน้ำแข็งประจำมหาวิทยาลัย พูดน้อย ไม่เคยยิ้ม ทำตัวเคร่งครัดและผิดแปลกจากคนทั่วไป เห็นว่าเป็นเพราะทางบ้านมีฐานะหน่อย เขาเลยยิ่งวางมาดสูงส่งหยิ่งยโสอยู่เสมอ คบหาด้วยยากเป็นที่สุด
โดยเฉพาะกับเยี่ยนฉือ ท่าทีของเฉียวโม่นั้นเรียกได้ว่า ‘ยิ่งกว่าเลวร้าย’ เสียอีก
ปกติแล้วต่อให้เฉียวโม่พูดน้อยแค่ไหนก็ยังพูดกับคนอื่นสักประโยคสองประโยค แต่กับเยี่ยนฉือแล้ว ช่วงแรกเฉียวโม่ยังมองด้วยสายตาเย็นชา แต่ช่วงหลังกลับไม่เคยแม้แต่จะชายตามองมาด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเฉียวโม่ถึงดูเหมือนไม่ค่อยชอบหน้าเยี่ยนฉือสักเท่าไร
แต่เฉียวโม่ในตอนนี้แตกต่างจากภาพจำของเยี่ยนฉือโดยสิ้นเชิง เขาสงสัยว่าตัวเองถูกรถชนจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันนั้น รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เขาล้วนนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น
เขาไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมตัวเองถึงมาโผล่ที่บ้านของเฉียวโม่ และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว
หรือว่าเขายังคงฝันอยู่
ถ้าอย่างนั้นความฝันนี้ก็ออกจะน่าเหลือเชื่อและแปลกประหลาดสำหรับเยี่ยนฉือเหลือเกิน…
ไม่นานหลังจากนั้นเยี่ยนฉือที่ถูกบังคับตัดเล็บเสร็จเรียบร้อยก็ถูกเฉียวโม่ ‘ปล่อยตัว’ เยี่ยนฉือเหยียดเท้าทั้งสี่ข้างทันที กระโดดไปยังอีกด้านหนึ่งของโซฟา ก่อนจะมองเฉียวโม่อย่างไม่ไว้ใจ แล้วถอยหลังไปสองก้าวอย่างมีชั้นเชิง
เฉียวโม่เก็บกล่องเครื่องมือเข้าที่ แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระปุกปลาแห้งที่วางอยู่บนชั้นลงมา
“เสี่ยวเฮย มากินปลาแห้งเร็ว”
เจ้าเหมียวในวันนี้ไม่กระตือรือร้นเหมือนเคย มันเอาแต่รักษาระยะห่างจากเฉียวโม่ ไม่ว่าเฉียวโม่จะเรียกมันยังไงเจ้าเหมียวก็ไม่ยอมขยับเขยื้อน
“เสี่ยวเฮย?”
“…”
เยี่ยนฉือคร้านจะสนใจเฉียวโม่อีก เขาทำหน้าบึ้งเหมือนคนทั้งโลกติดค้างปลาแห้งเขาแปดร้อยชิ้น หันมองซ้ายแลขวา ยื่นหน้าสำรวจอพาร์ตเมนต์สำหรับหนึ่งคนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแห่งนี้
พื้นที่ห้องรับแขกไม่กว้างนัก แถมพื้นที่แทบจะเต็มไปด้วยของใช้และอาหารของเจ้าเหมียวทุกประเภท มองออกว่าหลายอย่างเฉียวโม่เพิ่งซื้อมาใหม่ ยังไม่ทันเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
บนตู้ที่วางชิดผนังมีชั้นวางหนังสือตั้งโต๊ะขนาดเล็กวางอยู่ หนังสือจำพวก ‘สารานุกรมเลี้ยงแมว’ ‘โภชนาการของเจ้าเหมียว’ และ ‘สูตรอาหารแมว’ วางกระจัดกระจายอยู่หลายเล่ม
ถึงเฉียวโม่จะดูเป็นคนไม่ค่อยดีสักเท่าไร แต่เขาก็ใส่ใจกับการเลี้ยงแมวมาก
เฉียวโม่มองดูเจ้าเหมียวที่มีท่าทางแปลกไป ก่อนพูดว่า “ฉันจะเลือกตัวใหญ่ๆ ให้นายสองตัวแล้วกัน”
เยี่ยนฉือสีหน้าเย็นชา ในใจไม่มีความเมตตาสักเศษเสี้ยว หึ นายเก็บไว้กินเองเถอะ!
เฉียวโม่ไม่สนใจการยั่วยุของเจ้าเหมียว หันตัวไปข้างๆ ใช้มือบีบถุงปลาแห้งด้วยความมั่นใจ
พริบตานั้นสมองของเยี่ยนฉือพลันว่างเปล่า ขาทั้งสี่ข้างขยับไปเองอย่างไม่เชื่อฟัง เขาในฐานะแมวตัวหนึ่งพุ่งตรงไปหาเฉียวโม่ด้วยความเร็วสูงสุด แกว่งหางนิดๆ บิดก้นน้อยๆ แล้วกระโดดขึ้นไปบนตักเฉียวโม่อย่างคล่องแคล่ว
ความทรงจำของร่างกายสอนเยี่ยนฉือว่าการเป็นแมวต้องทำตัวยังไง เขาวางหัวลงบนหน้าท้องของเฉียวโม่อย่างว่าง่ายพลางถูไถไปมา ดูน่ารักและขี้อ้อนเป็นที่สุด
“เมี้ยว~”
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อปลาแห้งตัวใหญ่
“เมี้ยวๆ~”
เจ้าเหมียวได้ปลาแห้งตัวใหญ่มาสองตัวพ่วงด้วยจูบจากเฉียวโม่ แถมยังได้รับการเกาพุงแมวจากเฉียวโม่อีกด้วย
เฉียวโม่ยกมุมปากยิ้ม “เป็นเด็กดีจริงๆ”
เจ้าแมวน้อยพอใจจนส่งเสียง ‘ครืดๆ’ ออกมา
เยี่ยนฉือยอมสละศักดิ์ศรีความเป็นคนไปเลยทีเดียว
ตอนเยี่ยนฉือได้สติกลับมา เขากำลังถูกเฉียวโม่ลูบไล้ขนอยู่ในอ้อมแขน ปลาแห้งที่กินไปครึ่งหนึ่งยังคาบอยู่ในปาก เขากำลังกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
เยี่ยนฉือ อะไรน่ะ
เยี่ยนฉือ ให้ตายสิ ประมาทเกินไปแล้ว
เปรี้ยง!
ปลาแห้งที่เยี่ยนฉือคาบอยู่ในปากร่วงผล็อยลงพื้น พอนึกถึงพฤติกรรมของตัวเองเมื่อครู่เขาก็รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าใส่
ถึงเขาจะรู้ตั้งแต่เด็กว่าร่างกายของตัวเองมีความพิเศษ การแปลงร่างเป็นแมวก็ใช่ว่าเคยเกิดขึ้นแค่หนสองหน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสติหลุดไปแบบนี้
จู่ๆ เยี่ยนฉือก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว
ความทรงจำแสนหวานนับไม่ถ้วนที่เขามีร่วมกันกับเฉียวโม่หลั่งไหลเข้ามาในหัว ซึ่งมีแต่ฉากที่เขาในร่างแมวเป็นฝ่ายออดอ้อนเข้าหาอีกฝ่ายก่อนทั้งนั้น
นับตั้งแต่ที่เขาถูกเฉียวโม่เก็บกลับบ้านมา เขาก็กลายเป็นเจ้าแมวน้อยขี้อ้อนตัวหนึ่งที่จำอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
กินยาก็ต้องกล่อม กินข้าวก็ต้องป้อน จะนอนก็ต้องกอด จะอาบน้ำก็ต้องจูบ…แม้แต่ตอนกลบอึในกระบะทรายก็ยังอุตส่าห์ไปตามเฉียวโม่มาเพื่ออวดผลงานและรอฟังคำชม
เยี่ยนฉือไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นแมวนิสัยแบบนี้
เขาไม่อาจทนรับไหวได้จริงๆ “แหวะ!”
ความทรงจำพวกนั้นหวานเลี่ยนเกินไป เยี่ยนฉือเลยทำท่าแมวขย้อนให้เฉียวโม่เห็นเสียเลย
เฉียวโม่เข้าใจผิดนึกว่าเจ้าเหมียวสำลักอาหารจึงขยับเข้าไปใกล้ ทำให้เยี่ยนฉือสะดุ้งโหยงและกระโดดพรวดราวกับเสียสติ
พฤติกรรมนี้ทำให้เฉียวโม่ตกใจมาก
ไม่รอให้เฉียวโม่ตอบสนอง เยี่ยนฉือที่อับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีก็กระโดดผลุงลงจากโซฟาอย่างว่องไว ก่อนเผ่นแน่บเข้าไปหลบในซอกแคบๆ ระหว่างตู้กับกำแพงอีกครั้ง
เยี่ยนฉือหย่อนก้นนั่งกับพื้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อุ้งเท้าหน้ากอดหัวตัวเองอย่างขุ่นเคือง
เฉียวโม่รีบตามมาติดๆ เขานั่งยองๆ เหมือนเมื่อครู่ ใบหน้าที่งดงามอยู่ในระยะการมองเห็นของเยี่ยนฉือพอดี
“เสี่ยวเฮยออกมาเร็ว วันนี้นายเป็นอะไรไป”
น้ำเสียงของเฉียวโม่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาเอื้อมมือหมายจะหิ้วเยี่ยนฉือออกมาอีกครั้งโดยไม่สนเลยว่าตัวเองอาจจะถูกเจ้าเหมียวที่ทำตัวแปลกไปนี้กัดหรือข่วนเอาได้
เยี่ยนฉือเงยหน้าขึ้น ทันทีที่เห็นเฉียวโม่ ในหัวก็มีแต่ภาพที่อีกฝ่ายจูบเขา กอดเขา แถมยังลูบๆ คลำๆ เขาในตอนกลางคืนอีกต่างหาก
แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้เยี่ยนฉือลนลานจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว!
เมื่อเห็นว่ามือเหนือศีรษะใกล้เข้ามาทุกที เยี่ยนฉือจึงคำรามยาวดังสนั่นฟ้าดินว่า “แง้ววว…” อย่าเข้ามานะเว้ยยย…
ถ้านายเข้ามา ฉันได้สติหลุดแน่ อ๊ากกก…
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้…
Comments



