everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 5-8 #นิยายวาย
บทที่ 6
แหวะ…ถุยๆ!
เยี่ยนฉือถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า ‘นายบอกเขาเรื่องที่ฉันขายไอดีไปแล้วเหรอ’
ไป๋อี้หนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังนายนะ แต่…ขนาดคนโง่ยังมองออกเลยว่า MO ชอบนาย
เยี่ยนฉือนิ่งเงียบ
ถึงไป๋อี้หนิงจะพูดมากไปหน่อย แต่ก็เป็นคนจิตใจดี ‘ฉันแค่อยากให้เขาตัดใจได้เร็วๆ แบบนี้จะได้ดีขึ้นหน่อย’
เยี่ยนฉือไม่ได้เปิดโปงอะไรทั้งนั้น มุมปากยกขึ้นน้อยๆ ตอบเพียงว่า ‘อืม ขอบใจ’ แต่ในใจกลับคิดอีกแบบ เฉียวโม่จะไปตัดใจอะไรเล่า มีแต่จะสบายใจล่ะสิไม่ว่า
ที่จริงเยี่ยนฉือเองก็ค่อนข้างไว้ใจเฉียวโม่
เขาคิดว่าหลังจากเฉียวโม่รู้ว่าเขาขายไอดีแล้ว ก็คงจะเว้นระยะกับไป๋อี้หนิงเองโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องกังวลด้วยซ้ำ เขาจึงปิดหน้าต่างแชตอย่างวางใจ แล้วหยิบกระปุกปลาแห้งออกมาจากกล่อง
หลังจากกินปลาแห้งไปสองตัว เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้จัดการไอดีเกมที่ตัวเองล็อกอินค้างไว้เมื่อวันก่อนเลย
เยี่ยนฉือเดินมาที่โต๊ะหนังสือพร้อมคาบปลาแห้งไว้ในปาก แล้วรีบเปิดหน้าเว็บในมือถืออย่างรวดเร็ว
หลายวันมานี้มีคนทักเขามาทางข้อความส่วนตัวไม่น้อย ทุกคนคิดจะต่อราคาเหมือนกันหมด
เยี่ยนฉือไม่รีบร้อน เขาไล่นิ้วเลื่อนอ่านข้อความส่วนตัวช้าๆ
กระทั่งเห็นข้อความหนึ่งที่ส่งมาจากไอดีไม่ระบุชื่อ
‘ผมยอมจ่ายให้สองเท่า ขายให้ผมได้ไหมครับ’
เป็นข้อความที่ส่งมาเมื่อวาน
เยี่ยนฉือตั้งไอดีรองขึ้นมาก็เพื่อที่จะได้เล่นกับ MO อย่างราบรื่น สกินในเกมก็จัดครบพอสมควร ราคาที่เขาตั้งขายก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เพื่อกันไม่ให้โดนต่อราคาหนักเกินไป เขาเลยตั้งราคาสูงกว่าราคาจริงสองร้อย
ใครจะไปรู้ว่าถึงกับมีคนยอมจ่ายตั้งสองเท่า
นี่เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเยี่ยนฉือ เขานึกสงสัยจึงตอบกลับตามมารยาทด้วยเครื่องหมายคำถาม
อีกฝ่ายคงได้รับการแจ้งเตือนข้อความ ไม่ถึงนาทีก็ตอบกลับมา
‘สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าไอดียังอยู่ไหมครับ’
เยี่ยนฉือ คุณจะจ่ายสองเท่า?
บอกตามตรง ตราบใดที่อีกฝ่ายเสนอราคามาตรงๆ แบบไม่ต่อราคา มีเหรอที่เยี่ยนฉือจะไม่ขาย
‘ใช่ครับ!’
เหมือนกลัวว่าเยี่ยนฉือจะไม่ตอบตกลง เขาส่งข้อความต่อทันที
‘สามเท่าก็ได้ครับ’
สิ่งแรกที่เยี่ยนฉือคิดคือ เจอมิจฉาชีพเข้าแล้วไง
อีกฝ่ายเดาความคิดของเขาออกจึงรีบอธิบาย
‘คุณวางใจเถอะ ผมไม่ใช่มิจฉาชีพ! ผมเคยเห็นคุณในอันดับแรงก์การต่อสู้ ไอดีคุณดูดีมาก ผมอยากซื้อจริงๆ’
เยี่ยนฉือขมวดคิ้วนิดๆ พลางนึกย้อนกลับไป เขาจำได้เลือนรางว่าครั้งหนึ่งเคยพุ่งขึ้นไปติดอันดับท็อปสามของแรงก์ประจำฤดูกาลในเกม ตอนนั้นเขาแค่อยากปลดล็อกความสำเร็จของภารกิจ รับวัตถุดิบรางวัล แล้วเอาไปใช้คราฟต์* สัตว์เลี้ยงหายากให้ MO เท่านั้นเอง
แม้ว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะดูน่ารักน่าชัง เหมาะที่จะได้รับความรักความทะนุถนอม แต่ทันทีที่ลง ‘สนามต่อสู้’ ดันตายเร็วกว่าใครเพื่อน…
เยี่ยนฉือหมดคำพูด ยกมือขึ้นปัดข้างหูเบาๆ เพื่อสลัดความทรงจำที่เกินความจำเป็นทิ้งไป
อีกฝ่ายไม่เห็นเขาตอบกลับในหน้าแชต จึงร่ายข้อความมายาวเฟื้อย
‘ไอดีผมกากมาก เล่นยังไงก็ไม่เวิร์กสักที ผมก็เลยอยากหาซื้อไอดีเจ๋งๆ สักไอดี หาไปหามาก็มาถูกใจของคุณนี่แหละ ผมรับประกันเลยว่าพอซื้อไอดีคุณไปแล้วจะไม่เล่นมั่วๆ แน่นอน จะไม่ทำให้มันกลายเป็นไอดีร้าง ผมจะดูแลมันอย่างดีเลย!’
เขาส่งข้อความที่จริงใจและประโยคที่มีความหมายทำนองเดียวกันมาซ้ำๆ หลายครั้ง แต่ละครั้งดูเร่งเร้าและกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อยๆ
อันที่จริงเยี่ยนฉือไม่ควรลังเลใจ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการเร่งเร้าของผู้ซื้อแบบนี้ เขาก็ตระหนักได้ว่าทันทีที่เขาขายไอดีไป มันก็จะจบลงจริงๆ ในชั่วพริบตานี้เองเขาก็หวนนึกถึงทุกช่วงเวลาที่ได้รู้จักกับ MO และรู้สึกอาลัยอาวรณ์เป็นครั้งแรกในชีวิต
โชคดีที่ความรู้สึก ‘อาลัยอาวรณ์’ ของเขาเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ เยี่ยนฉือไม่ใช่คนประเภทที่จะกลับคำง่ายๆ ซะด้วย
‘ราคาเดิมก็ได้ครับ คลิกที่ลิงก์ซื้อโดยตรงได้เลย’
หลังจากทำตามขั้นตอนที่เว็บไซต์แนะนำไว้ ไอดีก็ถูกเปลี่ยนมือภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
เยี่ยนฉือได้ล็อกอินล่วงหน้าเพื่อยกเลิกการผูกข้อมูลส่วนตัวบางอย่างแล้ว จากนั้นก็จัดแจงไอเทมต่างๆ ใส่กระเป๋า แล้วโอนไปที่ไอดีหลักของตัวเอง
สุดท้ายเขาก็เหลือบไปเห็นในระบบว่าหน้าต่างแจ้งเตือนยกเลิกความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับเฉียวโม่ยังคงนับเวลาถอยหลังอยู่
เฉียวโม่ยังไม่ยินยอมยกเลิกความสัมพันธ์ ถ้าเป็นการยกเลิกความสัมพันธ์ฝ่ายเดียวต้องใช้เวลาเก้าวัน ซึ่งตอนนี้ยังเหลือเวลาสามวันกับอีกห้าชั่วโมง
เยี่ยนฉือเห็นหน้าต่างนี้แล้วก็อธิบายให้ผู้ซื้อฟังคร่าวๆ
ผู้ซื้อนิสัยดีมาก ตอบเยี่ยนฉือมาว่า…
‘ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร’
หกพยางค์ง่ายๆ เป็นการประกาศว่าธุรกรรมครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์
เยี่ยนฉือจ้องหน้าต่างยกเลิกความสัมพันธ์อยู่หลายวินาที ก่อนที่จะออกจากระบบไอดีเกมอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ดี เยี่ยนฉือไม่มีวันรู้เลยว่าชีวิตที่เขานึกว่ากลับสู่ปกติแล้วนั้น อันที่จริงยังห่างไกลจากคำว่า ‘สงบ’ อย่างมาก
เวลา 13.24 น. วันที่ 7 เดือนสิงหาคม
นับตั้งแต่วันที่เยี่ยนฉือกับเฉียวโม่เจอกันในชีวิตจริงแล้วทุกอย่างพังไม่เป็นท่าก็ผ่านมาหนึ่งเดือนกับอีกแปดวันแล้ว ซึ่งเยี่ยนฉือก็ใช้ชีวิตในร่างแมวมาครบหนึ่งเดือนแล้วเหมือนกัน
ในเวลานี้แสงแดดนอกหน้าต่างเจิดจ้า ร้อนจนแทบทนไม่ไหว
ใบหลิวห่อม้วนอยู่บนกิ่งเพราะความร้อน ขณะที่เยี่ยนฉือส่งเสียงร้องเมี้ยวอยู่ในห้อง
ภายในอพาร์ตเมนต์แบบพักคนเดียวได้รับการตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสบายตา อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศตั้งอยู่ที่ยี่สิบหกองศาเซลเซียส เจ้าเหมียวหน้าดำยื่นขาข้างหนึ่งออกมาจากอ่างอาบน้ำพลางส่งเสียงร้องแหลมสูง
“แฮ่!” ปล่อยฉันนะ!
“เมี้ยว!” ฉันเคืองแล้วนะ!
“เมี้ยวๆ! เมี้ยววว…หง่าว” นายคอยดูเถอะ! ถ้าตอนนี้ฉันกลับร่างได้นะ…งื้อออ
“เมี้ยววววว…” ไว้ฉันกลับร่างได้เมื่อไหร่ ได้เห็นดีกันแน่…
เยี่ยนฉือยังไม่ทันจะด่าเป็นภาษาแมวอย่างเกรี้ยวกราด ร่างนุ่มนิ่มก็ถูกเฉียวโม่จับลากกลับเข้าไปในอ่างอาบน้ำสีฟ้าอ่อนที่จัดเตรียมไว้สำหรับแมวโดยเฉพาะแล้ว
“งื้อออ!”
เยี่ยนฉือเผลอสำลักน้ำไปคำหนึ่ง ร่างนุ่มนิ่มดิ้นพราดไปมาอย่างเกินจริง “แหวะ…ถุยๆ!”
ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงร้องเมี้ยวๆ ของเยี่ยนฉือที่ดังไม่หยุด เขาพยายามอ้าปากข่มขู่ “แฮ่!”
เฉียวโม่ขมวดคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “เสี่ยวเฮย นี่นายจะกัดฉันเหรอ”
“…”
“นายไม่เคยจะกัดฉันเลยนี่นา”
เยี่ยนฉือจ้องเฉียวโม่อย่างไร้คำพูด นัยน์ตาสื่อความหมายชัดเจนว่า ‘เดือนที่แล้วฉันความจำเสื่อมน่ะ ความจำเสื่อม ขอบใจ!’
“นายดูเขี้ยวของนายสิ น่ากลัวจะตาย…”
เยี่ยนฉือกลัวการถูกเข้าใจผิดเป็นที่สุด จึงเก็บเขี้ยวแหลมๆ กลับเข้าไปทันที
เขาแค่อยากทำให้เฉียวโม่ตกใจก็เท่านั้น…
สุดท้ายเฉียวโม่ก็พูดประโยคน่าโมโหที่สุดด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนที่สุดว่า “ช่างเถอะ แล้วแต่นายแล้วกัน อยากกัดก็กัดเลย ฉันไม่เจ็บหรอก”
เฉียวโม่สวมถุงมือกันกัดกันข่วนเอาไว้ ย่อมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เขาขัดตัวให้เยี่ยนฉืออย่างตั้งใจไม่เว้นแม้แต่ขนสักเส้น กระทั่งก้นแมวที่ปกติไม่สามารถแตะต้องได้ เขาก็ยังถูซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบก่อนจะยอมปล่อยมือ ฟองสบู่กระจายเต็มอ่าง
เยี่ยนฉือทั้งเปียกปอนทั้งหมดแรงจนแทบอยากร้องไห้ เขาอยากจะกัดเฉียวโม่ให้หายแค้นสักที แต่จิตสำนึกของมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างแมวนี้ทำให้เขายังคงมีศีลธรรมและยับยั้งชั่งใจตัวเองเอาไว้ได้
ภายใต้การโจมตีของฟองสบู่ ท้ายที่สุดเยี่ยนฉือก็เลิกต่อต้าน ยอมแพ้ไปอย่างสิ้นหวัง
เขานอนแผ่หลาอยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยให้เยี่ยนฉือถูเนื้อตัวตามใจชอบ ทั้งหน้าอก หลัง ท้อง ไปจนถึงก้นอันแสนล้ำค่าของเขา ล้วนถูกข้าศึกตีแตกลงอย่างสิ้นเชิง
โชคดีที่เฉียวโม่ยังมีความเกรงใจอยู่บ้าง ไม่ได้ล้างของรักของหวงของเขา ไม่อย่างนั้น…ชีวิตแมวๆ ของเยี่ยนฉือคงไม่เหลืออะไรให้น่าจดจำอีกแล้ว
“เสร็จแล้วๆ อาบให้เรียบร้อยแล้ว”
เฉียวโม่ล้างฟองสบู่บนตัวเจ้าเหมียวออก แล้วหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดให้อย่างแรง
เยี่ยนฉือสีหน้าบึ้งตึง ไม่ส่งเสียงใดๆ
เฉียวโม่หลุบตาลงเล็กน้อย เอ่ยแก้ต่างให้ตัวเองเสียงเบา “สองสามวันนี้ใครให้นายมุดไปทั่วล่ะ แถมวันนี้ยังไปเล่นที่ห้องเก็บของเล่นอีก ห้องนั้นไม่ได้ทำความสะอาดนานแล้ว มีแต่ฝุ่นทั้งนั้น”
หน้าแมวของเยี่ยนฉือหงิกงอ พูดอย่างโกรธเคือง “เมี้ยว?” ฉันผิดงั้นสิ?
เฉียวโม่เข้าใจโดยไม่ต้องพูดออกมา “เลิกงอนได้แล้ว ฉันจะไม่อาบน้ำให้นายแล้ว”
ฟังดูก็รู้ว่ากำลังหลอกแมว
เยี่ยนฉือแยกเขี้ยวใส่
เฉียวโม่ถูกลูกแมวดุเข้าให้ ไหล่ก็ลู่ตกลงอย่างเหงาหงอย ตั้งใจพึมพำประชด “งั้นต่อไปถ้านายอยากซกมกก็ตามสบายแล้วกัน ฉันไม่เคยเห็นลูกแมวตัวไหนรักความสกปรกเท่านายมาก่อนเลย”
เยี่ยนฉือ “เมี้ยว?!” พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย?!
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบอาบน้ำ เขาแค่ไม่ชอบให้เฉียวโม่อาบน้ำให้ต่างหาก!
เยี่ยนฉือกับเฉียวโม่นั้น…ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็คุยกันไม่รู้เรื่อง!
เขาได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งต่อไป
ส่วนเฉียวโม่ก็มีเรื่องที่อยากคุยกับเจ้าเหมียวไม่รู้จบ แถมยังคุยเก่งกว่าไป๋อี้หนิงซะอีก
เพียงแต่ไป๋อี้หนิงพูดจาน่ารำคาญ ส่วนเฉียวโม่พูดจาอ่อนหวานเหมือนคนอารมณ์ดีโดยกำเนิด แต่ในสายตาของเยี่ยนฉือ ‘ความใจดี’ ของเฉียวโม่มีไว้ให้แมวเท่านั้น จิตใจของอีกฝ่ายคับแคบเสียยิ่งกว่าอะไร
ตลอดหลายวันมานี้ที่เยี่ยนฉือได้ใช้เวลาอยู่กับเฉียวโม่ เขาพบว่าไม่ว่าจะเป็นตอนที่รับอาหารหรือตอนที่มีพัสดุมาส่ง เฉียวโม่ก็จะกลับคืนสู่โหมดคนหน้านิ่ง พูดขอบคุณคนอื่นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง คำพูดก็สั้นกระชับ เหมือนกับว่าอยากรีบๆ พูดให้เสร็จ
พอประตูปิดลงเฉียวโม่ก็เปลี่ยนเป็นคนละคนจากท่าทางซังกะตายที่เขาเคยเป็นตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย
เฉียวโม่ที่อยู่บ้านไม่เคยแสดงท่าทางเคร่งเครียด สีหน้าก็ผ่อนคลายอย่างยิ่ง ปกติเวลานึกอะไรได้ก็มักจะพูดกับ ‘เสี่ยวเฮย’ เสมอ
เฉียวโม่ในเวลานี้เหมือนกับ MO ที่เยี่ยนฉือรู้จักทุกกระเบียดนิ้ว แต่ก็ไม่เหมือนกับ MO ซะทีเดียว
* คราฟต์ หมายถึงการนำวัตถุหรือไอเทมต่างๆ มารวมกันเพื่อสร้างเป็นสิ่งใหม่
Comments



