everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1
ผู้เขียน : อีตั่วเสี่ยวชงฮวา (一朵小葱花)
แปลโดย : เฉินซุ่นเจิน
ผลงานเรื่อง : 暗恋对象是猫?
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่ การทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในครอบครัว
การทำร้ายทางจิตใจ อาการป่วยทางจิต และการค้ามนุษย์
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 13
อย่าเห็นใจคนมีตังค์ง่ายๆ
เยี่ยนฉือฉวยโอกาสตอนที่เฉียวโม่ยังคงหลับอยู่ลุกพรวดขึ้นมา เขย่งปลายเท้า เดินวนเฉียวโม่สองรอบอย่างสง่างาม
เขายกอุ้งเท้าข้างหนึ่งของตัวเองขึ้น แล้วตบลงบนหน้าผากของเฉียวโม่อย่างฉับไว ก่อนดึงกลับ
เขาไม่ได้ตบแรง แค่ทดสอบดูเท่านั้น
เฉียวโม่น่าจะกำลังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากของตัวเองเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวนอนต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน ระหว่างนั้นไม่รู้ว่าเฉียวโม่กำลังฝันถึงอะไร เขากำหมอนอิงข้างมือไว้แน่น แล้วซุกหน้าเข้าไป ปากก็พึมพำบางอย่างที่ฟังได้ไม่ชัด
เยี่ยนฉือฟังไม่ถนัด และเขาก็คร้านเกินกว่าจะตั้งใจฟังด้วย
ว่ากันว่าเมื่อเสียโอกาสไปแล้ว โอกาสนั้นจะไม่กลับมาอีก หางของเยี่ยนฉือแกว่งไกวสองครั้ง เขาเดินวนรอบเฉียวโม่อย่างเงียบเชียบโดยไม่รอช้า
หลังมั่นใจว่าเฉียวโม่ไม่มีวี่แววจะตื่นขึ้นมาจริงๆ เขาก็ตัดสินใจจู่โจมครั้งสุดท้าย
ประกายวาบขึ้นในดวงตาของเยี่ยนฉือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า เขาเหยียดขาออกแล้วหดกลับอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็กระโดดเหยียบร่างของเฉียวโม่ด้วยท่วงท่าร่าเริง ร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง ก่อนจะหมุนตัวอย่างสง่างามในแบบของแมว นิ่งรอ ‘เสียงน่าฟัง’ จากเฉียวโม่
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ เฉียวโม่ขมวดคิ้ว ส่งเสียงอือออกมา บางทีเขาอาจจะเจ็บอยู่ก็ได้
ทันใดนั้นเยี่ยนฉือก็ยกหางขึ้น มองเฉียวโม่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ อยากได้ยินเสียง ‘คราง’ ของเฉียวโม่
หลังจากรออยู่หลายนาที เฉียวโม่กอดหมอนอิงแน่น ยังคงหลับสนิทเหมือนเดิม
เยี่ยนฉือ “?”
ถ้าเฉียวโม่ไม่อาจสังเกตเห็นการแก้แค้นของแมวได้ แล้วทั้งหมดนี้จะไปมีความหมายอะไร
เพราะว่าเยี่ยนฉือเป็นแมวเลือดผสม แม้จะโตเต็มวัย แต่ก็ตัวเล็กกว่าแมวตัวอื่น
เขาตัวไม่หนักเลย
ถึงอย่างนั้นเขาก็ภาคภูมิใจในตัวเองไม่น้อย
เยี่ยนฉือพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างโกรธจัด เตะเข้าที่หน้าของเฉียวโม่ทีหนึ่ง ถึงอย่างนั้นเขาก็ตั้งใจเก็บกรงเล็บแล้ว เพราะยังไงก็เป็นใบหน้า ถ้าเขาทำให้เฉียวโม่เสียโฉมขึ้นมาคงไม่ดี เขาคิดว่าเฉียวโม่ก็ไม่ได้ผิดถึงขั้นนั้น…
เพียงแต่แผ่นอุ้งเท้าเล็กๆ ของเยี่ยนฉือที่กดไปกดมาและดันไปดันมาบนใบหน้าของเฉียวโม่นั้นกลับเหมือนกำลังนวดหน้าเสียมากกว่า
หลังจากเป็นแมวได้หนึ่งเดือน ความยับยั้งชั่งใจตามปกติของเยี่ยนฉือลดลงไปมาก เขากำลังถูกอิทธิพลจากนิสัยของแมวครอบงำทีละน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว บ่อยครั้งมักโยนความสงบเยือกเย็นที่ตัวเองเคยมีในฐานะมนุษย์ทิ้งไป
นวดไปนวดมาเขาก็รู้สึกสนุกจนหยุดไม่ได้
เขาไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมนี้เหมือนลูกแมวกำลัง ‘นวดนม’*…
เยี่ยนฉือยิ่งเล่นยิ่งเพลิน สองเท้าหน้า ‘บดขยี้’ อยู่บนใบหน้านุ่มๆ ของเฉียวโม่อย่างเมามัน
“เมี้ยวๆๆ!” ให้นายเติมแมวๆ เข้าไป นี่แน่ะๆ!
ถ้าไป๋อี้หนิงอยู่ที่นี่ด้วย เขาคงจะยอมลงเงินลงแรงส่งเยี่ยนฉือไปเช็กสมองที่โรงพยาบาลประสาทแน่ๆ
ไม่ว่าจะคนหรือแมวก็ทำตัวเป็นเด็กน้อยได้อยู่หรอก แต่ถ้าถึงขั้นนี้…
การแก้แค้นของเยี่ยนฉือหยุดลงทันทีเมื่อเสียงเจือสะอื้นของเฉียวโม่ดังขึ้นแผ่วเบา
“อย่า…”
เฉียวโม่ถูกเจ้าเหมียวก่อกวนจนอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาหันหน้าไปมองเจ้าเหมียวด้วยน้ำตาคลอเบ้า น้ำตาไหลออกมาเป็นสายอย่างน้อยใจ
เยี่ยนฉือสะดุ้งเฮือก เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป
ด้วยความตกใจ เยี่ยนฉือพยายามจะหนีออกจากตรงนั้น แต่ไม่คิดว่าแขนเรียวยาวของเฉียวโม่จะคว้าเขาไว้หมับ แล้วโอบรัดเขาไว้แน่น ใบหน้าที่เปียกชื้นซุกไซ้กับร่างแมว ก่อนจะหลับตาลง
เฉียวโม่ผล็อยหลับไปอีกแล้ว
เยี่ยนฉือตื่นตระหนก “เมี้ยว?”
เฉียวโม่ไม่ได้ตอบสนองอะไร เขาตกอยู่ในความฝันอันยาวนาน อ้อนวอนด้วยน้ำเสียงขมขื่น “อย่า…” น้ำตาที่ติดอยู่ตรงหางตาของเขาทำให้ขนแมวของเยี่ยนฉือเปียกชื้น
เยี่ยนฉืออึ้งตะลึง ทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภูเขาน้ำแข็งอย่างเฉียวโม่ร้องไห้
ตามหลักแล้วพวกเขาสองคนรังเกียจกัน เฉียวโม่ยัง ‘รังแก’ เขาตั้งนานขนาดนั้น
ในเวลานี้เยี่ยนฉือควรมีความสุขถึงจะถูก แต่ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้อันเปราะบางของอีกฝ่าย หัวใจของเยี่ยนฉือกลับบีบรัดแน่น รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เป็นเพราะเมื่อครู่เขาควบคุมแรงของตัวเองไม่ดี ลงมือหนักเกินไปงั้นเหรอ
เป็นไปไม่ได้หรอก
เยี่ยนฉือยกอุ้งเท้าขึ้นมา มองดูแผ่นเท้าน้อยๆ ที่ไร้พิษภัยของตัวเอง แล้วลองดันหน้าเฉียวโม่อีกรอบ
ไม่รู้ว่าเฉียวโม่กำลังฝันถึงอะไร เขาสะอื้นออกมาในเวลาที่พอดิบพอดี “เจ็บ”
เยี่ยนฉือ “…”
เยี่ยนฉือสงสัยว่าเป็นเพราะใบหน้าของเฉียวโม่นุ่มเกินไปหรือเปล่า…เขารู้สึกเสียใจภายหลัง รู้อย่างนี้คงไม่โกรธอีกฝ่ายมากขนาดนี้ เพื่อชดเชยความผิดของตัวเองเยี่ยนฉือจึงสงบสติลง ไม่กล้าขยับตัวอีก
เขาซุกอยู่ในอ้อมอกของเฉียวโม่อย่างว่าง่าย พึมพำว่า “เมี้ยวๆ” ขอโทษที ครั้งนี้ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง
ลมหายใจของเฉียวโม่ที่รินรดอยู่บนคอทำให้เยี่ยนฉือรู้สึกจั๊กจี้
เยี่ยนฉือหดคอหนี พูดแขวะเสียงเบา “เมี้ยวๆ” ขนาดนี้แล้วยังไม่ตื่นอีก นายนี่สุดยอดชะมัด
เวลาล่วงเลยไป เมื่ออารมณ์ของเฉียวโม่สงบลงบ้างแล้ว เยี่ยนฉือก็เอาหน้าผากถูไถกับคางของเฉียวโม่เงียบๆ
เฉียวโม่ขยับเข้ามาใกล้เยี่ยนฉือโดยไม่รู้ตัว มองไม่ออกว่าเขาตื่นแล้วหรือแค่แกล้งหลับต่อกันแน่ แต่ตอนนี้ปากของเฉียวโม่แนบชิดกับหน้าผากของเยี่ยนฉือแล้ว ลมหายใจของเขาร้อนระอุราวกับเปลวไฟในฤดูร้อน
ใบหน้าแมวของเยี่ยนฉือเห่อร้อนจนควบคุมไม่ได้
“เมี้ยว!” ปล่อยนะ!
ริมฝีปากนุ่มๆ ของเฉียวโม่ถูไถอยู่บนหน้าผากของเยี่ยนฉือ
หัวใจของเยี่ยนฉือเต้นรัวแรงจนรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก เขาแสร้งหันหน้าหนีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แกล้งทำเป็นไม่อยากลงมือรุนแรงกับคนที่กำลังร้องไห้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอ่อนโยนลงอย่างไม่คุ้นชินเท่าไรนัก
“เมี้ยว เมี้ยวๆ” ปล่อยฉันนะ วันนี้นายกอดฉันมากพอแล้ว
เฉียวโม่เรียก “แม่…”
เยี่ยนฉือ “?”
ดูเหมือนว่าจะยังไม่ตื่น
เยี่ยนฉือหมดหวัง เฉียวโม่หลับลึกเกินไปแล้ว จะต้องเป็นเพราะเมื่อคืนเล่นเกมจนดึกแน่ๆ เยี่ยนฉือแอบตำหนิเฉียวโม่ในใจว่า ไม่รู้จักโต ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่พอสัมผัสอุ่นๆ จากริมฝีปากของเฉียวโม่แตะเข้าที่ใบหน้าอีกหน เขาก็ชาวาบไปทั้งตัว
เยี่ยนฉือทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขารู้สึกว่าทั้งร่างแมวของตัวเองใกล้จะไร้ความรู้สึกเต็มที
บางที ‘การถูกบังคับรัก’ ไม่ใช่สิ่งที่คนเราควรนำมาล้อเล่นจริงๆ
เฉียวโม่สะอื้นไห้ คำพูดที่แสนเจ็บปวดหลุดออกจากริมฝีปากของเขาอย่างขาดๆ หายๆ “แม่ อย่าทิ้งผมไป…ผมจะเชื่อฟัง อย่าไปนะ…” น้ำตาของเขาไหลเปื้อนมุมปากของเยี่ยนฉือ ในรสชาติเค็มปร่ามีความขมเจือปนเล็กน้อย
เฉียวโม่ไม่อาจหลุดออกมาจากฝันร้ายได้เลย เอาแต่พึมพำว่า “แม่ อย่าทิ้งผมไป”
เยี่ยนฉือใจอ่อนยวบ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเฉียวโม่กับเขาจะประสบกับความทุกข์แบบเดียวกัน
เยี่ยนฉือมองไปรอบๆ อพาร์ตเมนต์แบบพักคนเดียวห้องนี้ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่า…ปิดเทอมฤดูร้อนผ่านมาครึ่งทางแล้ว แต่เฉียวโม่ยังไม่ได้กลับบ้านเลยสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่ได้โทรหาใครเลยสักสาย
ถ้าว่ากันตามสถานการณ์นี้
สาเหตุที่เยี่ยนฉือไม่กลับบ้านเพราะเขาเป็นฝ่ายตัดขาดกับทางบ้านเอง ขณะที่ไป๋อี้หนิงไม่กลับบ้านเป็นเพราะอีกฝ่ายอยากเที่ยวเล่น พี่ชายสุดแสบตระกูลไป๋ไม่กลับบ้านเป็นเพราะงานยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้
แล้วที่เฉียวโม่ไม่กลับบ้านเป็นเพราะอะไรล่ะ
เยี่ยนฉือพอจะเดาได้คร่าวๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาไม่แน่ใจว่าทายถูกหรือเปล่า แต่พอดูจากท่าทางน่าสงสารของเฉียวโม่แล้ว คิดว่าน่าจะเดาถูกแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
เยี่ยนฉือเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา เขาไม่เข้าใจนักว่าคนรวยๆ ใช้ชีวิตกันอย่างไร สิ่งที่เขาพอจะอ้างอิงได้ก็มีแค่ฉากในละคร ข่าวตามอินเตอร์เน็ต และพฤติกรรมของเฉียวโม่ในชีวิตจริง…
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ได้คำตอบที่พอจะเดาได้รางๆ
เยี่ยนฉือรู้ว่าเฉียวโม่เป็นนายน้อยรองของเฉียวเซิ่งกรุ๊ป เหนือเฉียวโม่ขึ้นไปยังมีพี่ชายคนโตที่โดดเด่นอีกคน…เฉียวอวี่ ลูกชายคนโตของตระกูลเฉียว
เยี่ยนฉือเคยได้ยินเรื่องของเฉียวอวี่มาบ้าง รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนหนุ่มที่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาด และมีความสามารถโดดเด่นกว่าคนทั่วไป
ตรงกันข้าม ตระกูลเฉียวปิดบังคนภายนอกเกี่ยวกับเฉียวโม่ลูกชายคนนี้ตลอดมา จนกระทั่งปีที่แล้วถึงอนุญาตให้สื่อเปิดเผยสถานะของเขา นอกจากหน้าตาที่โดดเด่นแล้ว เขาก็สู้เฉียวอวี่ที่เฉลียวฉลาดและมากความสามารถไม่ได้เลยสักเรื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่มนุษยสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานของเฉียวโม่ยังย่ำแย่เข้าขั้นวิกฤต…ทุกคนในมหาวิทยาลัย C ต่างก็รู้เรื่องนี้ดี
เยี่ยนฉือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาสงสัยว่าเวลาที่เฉียวโม่อยู่ที่บ้านคงถูกเฉียวอวี่กดข่มเอาไว้ตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับความสำคัญจากใคร คุณพ่อละเลย คุณแม่ไม่รัก ไม่แน่ว่าในวันปกติคงต้องเผชิญหน้ากับการเสียดสี เยาะเย้ย และดูหมิ่นดูแคลนจากคนรอบข้างเป็นประจำ
หลังจากผ่านประสบการณ์การเลี้ยงดูที่กดดันแบบนี้ บุคลิกที่ไม่สอดคล้องกับนิสัยของเฉียวโม่จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ดูเหมือนว่าสาเหตุทั้งหมดล้วนเกิดมาจากวัยเด็กที่ไม่มีความสุข
เยี่ยนฉือหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเฉียวโม่ จึงรู้ว่าตามปกติแล้วถ้าเฉียวโม่ไม่ออกไปทิ้งขยะก็ไปรับพัสดุ ช่างเป็นชีวิตแสนจืดชืดน่าเบื่อ แม้แต่เพื่อนที่คบหาก็ยังไม่มีสักคน
ในชั่วขณะนั้นเฉียวโม่ที่น่ารำคาญกลับดู ‘น่าสงสาร’ ขึ้นมาจับใจ ใครจะไปคิดว่าเฉียวโม่ที่ดูหยิ่งยโส อันที่จริงแล้วกลับดูน่าสงสารได้ขนาดนี้
เยี่ยนฉือถอนหายใจอย่างเห็นใจ “เฮ้อ”
นี่สินะ ชีวิตในตระกูลใหญ่
เยี่ยนฉือรู้สึกว่าอารมณ์หลายร้อยผสมปนเปอย่างห้ามไม่อยู่ เพื่อปลอบโยนเฉียวโม่ เขาจึงซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย หลับตาลง นอนเคียงข้างเฉียวโม่ไปหนึ่งคืนอย่างว่าง่าย
หนึ่งคนหนึ่งแมวแอบอิงอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งความคิดแจ่มใส คนหนึ่งความคิดสับสน
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าบนมือถือของเฉียวโม่มีสายหนึ่งที่ไม่ได้รับ รวมถึงหลายข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน
เฉินหลิง แม่ของเฉียวโม่เป็นคนส่งมา
เฉินหลิง โม่โม่ ทำไมถึงไม่รับสายล่ะ แม่กับพ่อใกล้จะเคลียร์งานเสร็จแล้ว จะกลับจีนอาทิตย์หน้า ช่วงนี้เพราะเวลาต่างกันพวกเราเลยแทบไม่ได้คุยกันเลยเนอะ ไหนๆ ก็ปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว ถ้ายังไงลูกกลับไปอยู่ที่บ้านดีไหม พาเสี่ยวเฮยของลูกมาอยู่ด้วยกัน แม่จะเตรียมอาหารซีฟู้ดชุดใหญ่ให้มันเอง
เฉินหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ‘จริงสิโม่โม่ วันเกิดลูกอยากได้อะไรหรือเปล่า ถ้ามีก็บอกแม่มาได้เลยนะ แม่กับพ่อจะซื้อให้ลูกทุกอย่างเลย’
เฉินหลิง [ผู้หญิงร่ำรวยส่งจูบ.jpg]
เฉินหลิง เมื่อวานแม่ฝันถึงเรื่องเมื่อก่อนอีกแล้ว ตอนที่แม่กับพ่อต้องทำงานแล้วต้องฝากลูกไว้กับคุณย่าน่ะ ลูกร้องไห้ไม่หยุดเลย แถมยังล้มด้วย แม่ปวดใจแทบตายเลยนะ
เฉินหลิง แม่คิดถึงลูกจังเลย แล้วก็พลอยนึกถึงพี่ชายไร้หัวใจของลูกไปอีกคนด้วย
การบ่นพึมพำของเฉียวโม่คงได้รับการสืบทอดมาจากคุณแม่อย่างแน่นอน
* นวดนม เป็นพฤติกรรมที่ลูกแมวใช้แสดงความรักต่อแม่แมวอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่ลูกแมวต้องการเพิ่มปริมาณน้ำนมของแม่แมว และสำหรับแมวที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีนั้น พฤติกรรมการนวดนมก็ยังนับเป็นการผ่อนคลายอีกด้วย
Comments



