everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 17-20 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1
ผู้เขียน : อีตั่วเสี่ยวชงฮวา (一朵小葱花)
แปลโดย : เฉินซุ่นเจิน
ผลงานเรื่อง : 暗恋对象是猫?
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่ การทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในครอบครัว
การทำร้ายทางจิตใจ อาการป่วยทางจิต และการค้ามนุษย์
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 17
ขอโทษที พวกเราไม่ใช่คน!
นับตั้งแต่บ้านนี้มีคาเวียร์ ขนแมวของเยี่ยนฉือก็มันวาว ชีวิตแมวเต็มไปด้วยความสุข
เขาพิจารณาอย่างรอบคอบ
ในตอนนี้ความจริงคือเขาไม่สามารถแปลงร่างกลับไปเป็นมนุษย์ได้ ส่วนไป๋อี้หนิงซึ่งเป็นคนเดียวที่ช่วยเขาได้ก็กำลังเที่ยวเล่น ถ้าเขาหนีออกไปแล้วเกิดเจอเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา อย่างเบาก็ต้องคุ้ยขยะกิน อย่างมากก็ถูกจับตัวไป
เยี่ยนฉือสำลักคาเวียร์ ในที่สุดก็ปลงตก
เขาตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเฉียวโม่ชั่วคราว และจ่ายค่าแรงจำนวนหนึ่งเพื่อตอบแทนเฉียวโม่
สิ่งที่เยี่ยนฉือต้องทำในแต่ละวันมีมากมายเหลือเกิน
เก้าโมงเช้า เยี่ยนฉือจะเรียกเฉียวโม่ให้ตื่นมากินอาหารเช้า ส่วนตัวเองก็ยุ่งอยู่กับการคาบผ้าขนหนูนุ่มๆ ผืนเล็กทำความสะอาดที่นอนแมว
บ่ายโมง เยี่ยนฉือต้อง ‘อยู่เป็นเพื่อน’ เฉียวโม่งีบกลางวัน แต่ส่วนใหญ่เป็นเขาเองที่หลับ ส่วนเฉียวโม่จะเล่นเกม แต่ว่าหลังจากเยี่ยนฉือตื่นแล้วก็จะขยันตรวจงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นสะอาดเงาวับแล้ว
ตอนเย็น เขายืนกรานจะไปส่งเฉียวโม่ทิ้งขยะ พอกลับถึงบ้านก็อนุญาตให้เฉียวโม่เติมแมวได้ครึ่งชั่วโมง
ใช่แล้ว เติมแมว!
เยี่ยนฉือนับว่าได้เสียสละตัวเองอย่างใหญ่หลวง
เมื่อวันแห่งการทำงานหนักสิ้นสุดลง ตอนเที่ยงคืนเยี่ยนฉือก็จะเดินไปตบแป้นพิมพ์ของเฉียวโม่เบาๆ ด้วยท่าทีที่ไม่เปิดช่องให้เขาได้โต้เถียง เพื่อส่งสัญญาณให้เขาเข้านอน
ตารางการทำงานและการพักผ่อนที่ทำลายสุขภาพของเฉียวโม่ถูกเยี่ยนฉือปรับให้ดีขึ้นอย่างจริงจัง
แต่พฤติกรรมแบบนี้ทำให้เฉียวโม่เข้าใจไปอีกแบบ
ตั้งแต่เฉียวโม่รู้ว่าเฉียวอวี่ก็เลี้ยงแมว สองพี่น้องจึงพูดคุยกันมากขึ้น
เฉียวโม่ เสี่ยวเฮยปลุกผมแต่เช้าตลอดเลย แถมยังดึงที่นอนแมวของตัวเองอีก พอผมจะวางตรงนี้ มันก็จะดึงไปทางนั้น…
เฉียวอวี่ แมวบ้านฉันเชื่อฟังมาก [แมวสีขาวตัวน้อยกำลังหงายพุงนอนแผ่.jpg]
เฉียวโม่ เสี่ยวเฮยเล่นกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกแล้ว…
เขาแนบคลิปสั้นๆ ไปด้วย
เฉียวอวี่ ตลกดี
เฉียวโม่ เสี่ยวเฮยตามผมออกไปทิ้งขยะทุกวัน ผมกลัวมันจะไปทะเลาะกับแมวตัวอื่นจัง
เฉียวอวี่เว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า ‘แมวของฉันโดนแมวตัวอื่นรังแกมาด้วย’
เฉียวโม่ ทุกครั้งที่ผมเล่นเกมตอนกลางคืน เสี่ยวเฮยก็จะมาป่วน ผมเลยต้องไปนอน…
เฉียวอวี่ อย่าอดนอน
บางครั้งเฉียวโม่ก็หยุดคุยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความคิดของตัวเอง แต่เมื่อเขาเห็นว่าเยี่ยนฉือไม่ตอบข้อความวีแชตของตัวเองเลย หัวใจก็หดหู่ถึงขีดต่ำสุด แต่ก็ยังอดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้
เขาคลิกไอดีที่ใช้ชื่อว่า ‘จวี๋จื่อ’ ของรายชื่อเพื่อนในเกม
MO อยู่ไหม
เฉียวโม่เลื่อนเม้าส์ลงมาด้านล่างเรื่อยๆ แล้วคลิกไปที่ ‘ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด’ ระบบแจ้งว่าอีกฝ่ายไม่ได้ออนไลน์มาสิบกว่าวันแล้ว
ส่วนไอดีหลักของเยี่ยนฉือ ‘ซิงเฉิน’ ก็ไม่ได้ออนไลน์มาสี่สิบสามวันแล้วเหมือนกัน
เมื่อไม่มีทางเลือก เฉียวโม่จึงยอมทนหน้าด้าน ทักหาเพื่อนที่ไม่ได้สนิทมากนัก
หลายสิบนาทีต่อมาจวี๋จื่อก็ตอบมาว่า ‘เมื่อกี้ลงดันเจี้ยนอยู่ มีอะไรเหรอ’
MO นายมีวีแชตของพี่หยางหรือเปล่า ฉันมีธุระกับเขา
อีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องในคณะของไป๋อี้หนิงกับเยี่ยนฉือ มีชื่อว่าหลินจวี๋ เขาส่งบัญชีวีแชตของไป๋อี้หนิงให้โดยไม่คิดด้วยซ้ำ
MO ขอบคุณ
หลินจวี๋คิดว่าตัวเองเป็นงานพอสมควร ‘พี่สะใภ้ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก’
เฉียวโม่สะดุดกับคำแรกเข้าอย่างจัง เผลอสะอึกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
‘นายเข้าใจผิดแล้ว…ฉันเป็นผู้ชายนะ’
หลินจวี๋ตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้น ‘ไม่ๆๆ ความรักไม่แบ่งเพศ! เรื่องของพวกพี่ ผมพอจะรู้มาบ้างแล้วล่ะ’
คงเป็นเพราะความปากสว่างของไป๋อี้หนิงแน่ๆ
เฉียวโม่ถึงกับไปไม่เป็น
หลินจวี๋เรียกเขาว่า ‘พี่สะใภ้’ ไม่หยุดปาก เล่นเอาเฉียวโม่ทั้งตัวร้อนผ่าวจนเย็นไม่ลง
เขาถูหูไปมา พยายามจะอธิบาย แต่ยังพูดไม่ทันจบข้อความจากอีกฝ่ายก็เด้งขึ้นมาอีก
หลินจวี๋พูดอย่างตรงไปตรงมา ‘ได้ข่าวว่าพี่สะใภ้ก็อยู่ที่มหา’ลัย C ด้วยนี่ ไว้มีโอกาสนัดเจอกันนะ ผมเลี้ยงเอง! ไปละ บ๊าย!’
รูปโพรไฟล์ของอีกฝ่ายมืดลง
เฉียวโม่รู้สึกแปลกๆ เขาเกาปลายจมูกเบาๆ ก่อนจะไปกดเพิ่มเพื่อน ‘ลูกแกะน้อย’ ในวีแชต เขารออยู่นานแล้ว จนกระทั่งเจ้าเหมียวที่อยู่ข้างๆ หลับไปจึงจะได้รับการตอบรับคำขอ
ไป๋อี้หนิงเพิ่งกลับจากอาบแดดบนชายหาด ทั้งตัวคล้ำแดดจนดูดำปี๋ เขาเสียบคีย์การ์ดเข้าห้อง แล้วเหลือบไปเห็นคำขอเป็นเพื่อนในมือถือ
เขาประหลาดใจ ‘MO น้อย? นายมีวีแชตฉันได้ยังไง’
เฉียวโม่ ผมไปขอมาจากจวี๋จื่อ
มุมปากของไป๋อี้หนิงกระตุก ตบต้นขาอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ “เจ้าเด็กบ้าหลินจวี๋ช่างกล้าดีเหลือเกินนะ จบกัน เจ้า MO น้อยต้องถามฉันถึงเหล่าเยี่ยนแน่ๆ”
เป็นไปตามคาด อีกฝ่ายส่งข้อความมาว่า ‘ผมติดต่ออาจารย์ไม่ได้มาเดือนกว่าแล้ว ช่วงนี้เขากำลังยุ่งอะไรอยู่เหรอครับ’
ไป๋อี้หนิงทิ้งตัวลงบนเตียง คิดในใจว่า แกล้งตายไปเลยดีไหมนะ
เฉียวโม่พิมพ์ต่ออย่างลำบากใจ ‘ขอโทษด้วย ผมไม่รู้ว่าจะคุยกับใครแล้วจริงๆ’
ประโยคนี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและคับข้องใจ แต่ละคำเจือไปด้วยความน่าสงสาร
ไป๋อี้หนิงเอามือกุมหน้าผาก ตำหนิเยี่ยนฉืออยู่ในใจว่า ไม่ได้เรื่อง หลอกคนอื่นให้อยากแล้วจากไป
เฉียวโม่ ‘พี่หยาง?’
ไป๋อี้หนิงตอบอย่างจริงจังว่า ‘ฟังคำพูดของพี่ชายให้ดีนะ ในโลกนี้มีผู้คนมากมายฉันใด พวกนายก็ไม่เหมาะสมกันฉันนั้น’
เฉียวโม่รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก นิ้วเรียวยาวพิมพ์ถามว่า ‘…ไม่เหมาะกันตรงไหน’
ไป๋อี้หนิง เฮ้อ เลิกถามได้แล้ว
เฉียวโม่พิมพ์อยู่หลายประโยค แต่ก็ลบทิ้งทั้งหมด สุดท้ายก็บอกด้วยความเสียใจว่า ‘ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิดไป และไม่รู้ด้วยว่าเราไม่เหมาะสมกันตรงไหน พวกพี่ไม่มีใครบอกอะไรผมเลย’
เขาไม่รู้เลยว่าคำพูดพวกนี้จี้ใจดำไป๋อี้หนิงเข้าอย่างจัง
ปกติแล้วนอกจากไป๋อี้หนิงคนนี้จะเล่นเกม เขายังชอบอ่านนิยายออนไลน์ ไม่ว่าจะเรื่องรักน้ำเน่าหรือชายวายร้ายที่ตามจีบภรรยาก็ไม่เคยพลาดเลยสักเล่ม
เขาจินตนาการเรื่องราวไปไกล แล้วเจ็บปวดแทบขาดใจ!
“ให้ตายสิ เหล่าเยี่ยน แกมันฝ่ายรุกตัวร้าย!”
ไป๋อี้หนิงก็ไม่คิดว่าเฉียวโม่จะรักปักใจขนาดนี้ โดนเมินไปเป็นเดือนแล้วยังไม่ยอมถอดใจอีก
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นคนดีให้ถึงที่สุด
ไป๋อี้หนิงรู้ดีว่าเยี่ยนฉือไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ จึงบอกอีกฝ่ายไปว่า ‘พวกเราก็เรียนที่มหา’ลัย C กันทั้งนั้น ฉันก็จะไม่อ้อมค้อมเลยแล้วกัน’
เฉียวโม่ไม่เข้าใจ
ไป๋อี้หนิง อันที่จริงหมอนั่นน่ะมีดีแค่หน้าตา แต่กระเป๋าแบนสุดๆ ถ้านายคบหากับเขาจริงๆ เขาก็ต้องกินของนายใช้ของนาย แถมนายยังต้องช่วยเขาใช้หนี้อีกนะ
ไป๋อี้หนิงพูดกระทั่งคำว่า ‘ใช้หนี้’ ออกมาแล้ว ถ้าเป็นคนปกติคงเผ่นแน่บกันเป็นแถว
แต่เฉียวโม่กลับถามว่า ‘เขาติดหนี้อยู่เท่าไหร่’
ไป๋อี้หนิงคิดในใจ ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ก็แค่พูดไปงั้นๆ เอง
เขาปั้นตัวเลขขึ้นมาส่งๆ ‘สามแสนมั้ง ปัญหาในครอบครัวเขาค่อนข้างซับซ้อนน่ะ เจ้าหนี้มาดักรอเขาที่หน้ามหา’ลัยตั้งหลายครั้ง จริงสิ นายห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นเด็ดขาดเลยนะ’
เฉียวโม่รู้สึกบีบคั้นหัวใจมาก ‘ผมไม่พูดเด็ดขาด!’
ไป๋อี้หนิง อืมๆ
เฉียวโม่ ผมจะช่วยเขาจ่ายหนี้ก็แล้วกัน
ไป๋อี้หนิง อืมๆ
ไป๋อี้หนิง หา?? นายว่ายังไงนะ??
เฉียวโม่ดูไม่เหมือนกำลังล้อเล่น เขาบอกอีกครั้งว่า ‘ผมจะช่วยเขาจ่ายหนี้’
ถึงยังไงเขาก็ใช้เงินค่าขนมที่ทางบ้านโอนมาให้ทุกเดือนไม่หมดอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเก็บเอาไว้ เขาเอาเงินพวกนี้ไปช่วยเยี่ยนฉือแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าก่อนก็ได้
เฉียวโม่หลงเชื่อคำพูดหลอกลวงของไป๋อี้หนิง ถามต่ออย่างเป็นกังวล ‘เพราะอย่างนี้ช่วงนี้เขาก็เลยหลบหน้าเจ้าหนี้เหรอ เขาปลอดภัยดีหรือเปล่า’
ไป๋อี้หนิงสับสน ‘นายฟังให้ดีนะ มันตั้งสามแสนเชียวนะ!’
ท่าทีของเฉียวโม่แน่วแน่อย่างมาก ‘ความปลอดภัยของเขาสำคัญที่สุด’
ไป๋อี้หนิงน้ำตาคลอเบ้า เอามือปิดปากพลางพูดว่า “MO น้อย นายนี่ช่างรักคนผิดจริงๆ!” เขาโกรธจัดจนหาที่ระบายไม่ได้ พึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย “อาๆๆ! ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว! เหล่าเยี่ยน นายมันเลวเกินไปแล้ว!”
เจ้าเหมียวที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เฉียวโม่จามทีหนึ่ง เขารีบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กนุ่มๆ มาคลุมตัวมันไว้ แล้วค่อยๆ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น
เฉียวโม่ พี่หยาง?
ไป๋อี้หนิงรู้สึกผิดจนแทบทนไม่ไหว นอนอยู่บนเตียงด้วยความโศกเศร้า เขาพูดความจริงออกไปไม่ได้ จะให้เขาบอกไปตรงๆ ว่าเยี่ยนฉือรังเกียจที่เขาหน้าตาอัปลักษณ์ได้ยังไงกันล่ะ
ไป๋อี้หนิงตัดสินใจบอกออกไปโดยไม่สนสี่สนแปดอะไรอีกแล้ว ‘MO น้อย คำพูดบางอย่างมันก็ทำร้ายจิตใจเหมือนกันนะ ฉันเป็นคนนอกเลยพูดอะไรกับนายไม่ได้ แต่หวังว่านายจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันจะสื่อนะ’
ไป๋อี้หนิงปวดใจรุนแรง จากนั้นพิมพ์ขอโทษว่า ‘นายอย่าติดต่อฉันอีกเลย ขอโทษที พวกเราไม่ใช่คน’
ลูกกระเดือกของเฉียวโม่ขยับขึ้นลง แม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็ยังรู้ว่าไป๋อี้หนิงหมายถึงอะไร
เยี่ยนฉือไม่ชอบเฉียวโม่ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางชอบ
เฉียวโม่รู้สึกเหมือนถูกทิ้งอีกครั้ง
เขากลั้นหายใจไว้ชั่วขณะ ปลายนิ้วผละออกจากหน้าจอโทรศัพท์ ไม่กล้าเปิดเข้าไปในวีแชตอีก และการกลั้นหายใจนั้นก็นำพาความหดหู่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ ราวกับธารน้ำแข็งก่อตัวขึ้นที่อกภายในวันเดียว เขาจึงต้องกลับมาหายใจต่อ กอดเข่าเหม่อลอยอยู่เฉยๆ พยายามหาวิธีอื่นให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เจ้าเหมียวที่นอนอยู่ข้างหาวหวอด ก่อนลืมตาขึ้น
“เมี้ยว?” นายเป็นอะไรไป
ดวงตาของเฉียวโม่เหม่อลอย พอได้ยินเสียงก็ขานรับโดยไม่รู้ตัว “อืม”
น้ำเสียงของเขาแปลกไป เจือด้วยความขมขื่นโดยไม่รู้ตัว เหมือนน้ำโซดาที่ผุดฟองในฤดูร้อน แค่เสียง ‘กลุ๋ง’ เดียว น้ำตาก็ไหลทะลักท่วมแนวป้องกันออกมาเป็นสาย
ความกังวลและความกลัวการสูญเสียตลอดเดือนที่ผ่านมาเปรียบเสมือนมีดทื่อๆ ที่คอยบดขยี้หัวใจของเฉียวโม่วันแล้ววันเล่า จนในที่สุดก็ทิ้งบาดแผลเอาไว้ แม้แผลจะไม่ใหญ่นัก แต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี
เขาขยี้ตาเบาๆ รู้สึกระคายเคืองจมูก หลังมือชุ่มไปด้วยน้ำตา
แม้แต่ตอนร้องไห้ก็ยังร้องเงียบๆ ชวนให้ปวดใจอย่างมาก
เยี่ยนฉือตอบสนองทันที
“เมี้ยว??” ใครรังแกนาย
Comments



