everY
ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 16-18 #นิยายวาย
บทที่ 18
อ้อมกอดด้วยความรัก
ทีมงานของรายการ ‘หนีลอยนวล’ ใส่ใจมาก พวกเขาถ่ายคลิปของแขกรับเชิญแต่ละคนตอนขึ้นรถ แล้วเอามาตัดต่อเข้าด้วยกัน จากนั้นโพสต์ลงเวยป๋อทันที ถือว่าเป็นการประกาศรายชื่อแขกรับเชิญที่ก่อนหน้านี้ปิดเป็นความลับมาตลอด
หนีลอยนวลออฟฟิเชียล @เป้ยเขอเขอเข่อ @T.ATW-กู้เว่ย @T.ATW-สือซินเหยียน @TMW-Xun @เฉียนอี้หนิงที่รักการร้องเพลง น้องท้อจูงมือแขกรับเชิญทั้งห้าคนมาเช็กอินสำเร็จ แขกรับเชิญมอบโทรศัพท์เอาไว้แล้ว พวกเขายังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เจอใครและเห็นอะไรในรายการบ้าง มาร่วมเฝ้ารอความสนุกสนานจากพวกเขาพร้อมกับน้องท้อกันนะ กดติดตามน้องท้อแล้วรีโพสต์โพสต์นี้ ทางรายการจะสุ่มมอบลายเซ็นของแขกรับเชิญห้ารางวัลในวันที่อีพีแรกออกอากาศ
[คลิป]
เมื่อเวยป๋อออฟฟิเชียลประกาศอย่างเป็นทางการก็ดึงดูดความสนใจจากคนจำนวนมากทันที กลุ่มแฟนคลับของแขกรับเชิญแต่ละคนเริ่มเรียงแถวกันมาให้กำลังใจในช่องคอมเมนต์ นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์พูดคุยปะปนอยู่ด้วยไม่น้อย
[นักแสดงคุณภาพเป้ยเข่อ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเยอะ ทุกคนช่วยสนับสนุนด้วย]
[ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องมีวงที่ฉันชอบ เว่ยเว่ยกับพี่เหยียนก็อยู่ด้วย ฉันติดตามรายการนี้แน่นอน]
[อ๊ากกก เจียงสวิน ฉันเห็นอะไรเนี่ย ทีมงานเทพมากได้ยินคำอธิษฐานของฉัน กรี๊ดดด ฉันไม่เหมือนกับพวกคุณ ฉันไม่เข้าใจอีสปอร์ต ฉันแค่หลงความหล่อของเจียงสวิน ฉันอยากดูเขาในรายการวาไรตี้มาก]
[รายการวาไรตี้แรกของเฉียนอี้หนิง!]
ยังมีชาวเน็ตกลุ่มหนึ่งที่คอยเฝ้าเวยป๋ออยู่ตลอดเพื่อรอให้เจียงสวินกับกู้เว่ยออกมาตอบเกี่ยวกับโพสต์สุดเบียวนั่น ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบใดๆ กลับเจอประกาศอย่างเป็นทางการว่าทั้งสองคนจะเข้าร่วมรายการวาไรตี้ด้วยกันแทน
[เวยป๋อเมื่อคืนของเจียงสวินคือสร้างกระแสให้รายการเหรอ]
[สร้างกระแสบ้าบอสิ จะสร้างกระแสอะไรนี่จำเป็นต้องให้เทพสวินของพวกเราทุ่มหนักขนาดนี้เลยเหรอ โพสต์สิบปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเนี่ย เธอลองขุดเรื่องน่าอายของเธอเมื่อสิบปีก่อนออกมาสิฉันจะปั่นกระแสให้เธอเลย]
[พวกแฟนคลับอีสปอร์ตขี้โมโหกันจังเลย ไม่พูดถึงอย่างอื่นนะ พวกเธอเห็นหรือเปล่า ในคลิปกู้เว่ยเพิ่งเปิดมือถือแล้วเปิดเวยป๋อ จากนั้นสีหน้าก็ผิดปกติทันที ฮ่าๆๆๆๆ เขาเพิ่งเห็นว่าตัวเองกดไลค์ใช่ไหม แย่แล้ว ฉันรู้สึกว่ากู้เว่ยกำลังจิตตก]
[น่าจะใช่ ถึงฉันจะเป็นแฟนคลับของกู้เว่ย แต่ฉันต้องบอกเลยว่าน้องชายของพวกเราไม่ได้มีฝีมือการแสดงที่ดีขนาดนั้น นี่เป็นปฏิกิริยาของจริง]
[เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นกู้เว่ยตื่นเต้นดีใจมากที่ได้ร่วมรายการวาไรตี้ คงเพราะเขาคิดว่าตัวเองจะสามารถหลบหลีกการลงโทษของเทพสวินได้ใช่ไหม [หัวหมา] กู้เว่ยเคยนึกหรือเปล่าว่าเจียงสวินกับเขาจะได้เข้าร่วมรายการวาไรตี้เดียวกัน]
[แม่เจ้า ฉันตั้งตารอเลย ทีมตัดต่อช่วยให้ซีนกู้เว่ยเยอะหน่อยนะ ฉันแทบทนรอไม่ไหวอยากเห็นสองคนนี้เจอกันแล้ว!]
จากเหตุการณ์มือลั่นของกู้เว่ยในวันก่อน พอรายการ ‘หนีลอยนวล’ ประกาศอย่างเป็นทางการจึงได้รับความสนใจจากชาวเน็ตมากมาย
หลังจากกู้เว่ยมอบมือถือไปแล้ว ขบวนรถของทีมผู้กำกับที่แล่นออกไปได้ไม่นานมากก็จอดลงตรงสี่แยก สือซินเหยียนเปลี่ยนไปขึ้นรถอีกคันหนึ่งตามคำขอของผู้กำกับ
“เว่ยเว่ย จำไว้ว่าเดี๋ยวในเกมต้องตามหาพี่ก่อนนะ” สือซินเหยียนโบกมือให้กู้เว่ย
“เข้าใจแล้ว วางใจได้เลย ผมต้องเป็นคนแรกที่ตามหาพี่เจอแน่นอน” กู้เว่ยคิดไว้เรียบร้อย อีกเดี๋ยวไม่ว่าจะเป็นสถานที่อะไร เขาต้องตามหาสมาชิกร่วมวงให้เจอก่อน ตัวเองจะได้ไม่ต้องจับคู่กับคนแปลกหน้า ทำยังไงได้ ตัวเขาเองไม่มีเซ้นส์วาไรตี้เลยสักนิดเดียวนี่
รถขับต่อไปข้างหน้า เดิมทีกู้เว่ยตั้งใจว่าจะนอน แต่พอสะดุ้งตื่นหลายครั้งเข้าเลยฝืนทำตัวให้สดชื่นไม่หลับอีก แต่แล้วเขาก็เผลอนึกถึงคำค้นหายอดฮิตที่เห็นก่อนหน้าขึ้นมา
เวลานี้กระแสความร้อนแรงของคำค้นหายอดฮิตของเจียงสวินน่าจะลดลงแล้ว เพียงแต่โพสต์เมื่อสิบปีนั้นคงติดอยู่ในส่วนลึกของจิตใจชาวเน็ตไปเสียแล้ว
สวินที่อ้างว้าง ตราตรึงใจคน
ตอนนี้เจียงสวินกำลังทำอะไรอยู่นะ
กำลังอดหลับอดนอนฝึกซ้อมอยู่ที่สโมสร หรือว่ากำลังนอนหลับฝัน
ตอนเจียงสวินส่งข้อความ ‘เดี๋ยวเจอกัน’ ให้เขา คงคิดไม่ถึงแน่ว่าเขาจะออกมาอัดรายการ
กู้เว่ยที่ก่อเรื่องแล้วหนีได้สำเร็จแอบดีใจนิดๆ
เวลาตีห้า รถที่กู้เว่ยนั่งมาก็จอดลง เขาอาศัยแสงไฟของรถมองไปทางนอกหน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นประตูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
กู้เว่ยเอ่ยถาม “ถ่ายในโรงเรียนเหรอครับ…”
คิดไม่ถึงเลยว่าทีมผู้กำกับจะใช้โรงเรียนมัธยมเป็นสถานที่ถ่ายทำ
“…”
เขายังพูดไม่ทันจบ คนชุดดำที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างมาตลอดก็ผูกผ้าปิดตาเขา จากนั้นเปิดประตูรถ พาเขาลงไปด้านนอกรถ
“พวกเราจะไปไหนกัน” เมื่อสูญเสียการมองเห็น กู้เว่ยก็อดตื่นตระหนกไม่ได้
ไม่มีคนตอบเขา ด้านข้างมีเพียงเสียงฝีเท้าของช่างกล้องที่ตามถ่ายซึ่งตั้งใจชะลอให้ช้าลง
ต่อมาคนคนนั้นดันเขาเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังออกไปเลย กู้เว่ยถอดผ้าปิดตาออก หลังจากปรับสายตากับห้องที่สว่างไสวได้แล้ว เขาก็มองออกว่านี่คือห้องทำงานในโรงเรียน เขาก้มหน้าหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
นี่คือคำชี้แนะเกี่ยวกับรายการวาไรตี้ครั้งนี้
‘ยามตะวันรอน น้ำจะไหลท่วมโรงเรียนแห่งนี้ คุณต้องหาเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนให้เจอก่อนพลบค่ำ ทำภารกิจแต่ละรายการให้สำเร็จพร้อมกับหากุญแจให้เจอ แล้วหนีออกจากโรงเรียนนี้
ฐานะของคุณคือเด็กอันธพาล โปรดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เข้ากับตัวตนของคุณ
สวมสายรัดข้อมือนี้เอาไว้ ตอนที่คุณเข้าใกล้เพื่อนร่วมทีมของคุณ สายรัดข้อมือของคุณจะสั่น โปรดตามหาเพื่อนร่วมทีมของคุณให้ทันเวลาและเริ่มทำภารกิจ’
“???” เด็กอันธพาล?
นี่คือสุ่มให้เหรอ
เขาเปิดกล่องตรงข้างเท้า หาเสื้อผ้าของเด็กอันธพาลเจอในกล่อง ซึ่งเป็นชุดนักเรียนถูกระเบียบ ไม่ได้แหวกแนวเหมือนอย่างที่เขาจินตนาการเอาไว้ กู้เว่ยสวมชุดนักเรียนเสร็จเรียบร้อยก็ใส่สายรัดข้อมือที่ทีมงานรายการเตรียมให้ แล้วเริ่มออกไปเดินเตร่
ค่าใช้จ่ายของรายการน่าจะใช้ไปกับนักแสดงตัวประกอบ เพราะในโรงเรียนยังมีนักแสดงตัวประกอบกลุ่มหนึ่งเดินไปมา แบ่งแสดงเป็นคุณครูและนักเรียน ทำให้พวกแขกรับเชิญตามหาคนภายในโรงเรียนได้ยากเพิ่มขึ้นไปอีก
แขกรับเชิญอีกสี่คนที่รายการเชิญมา กู้เว่ยรู้แค่ว่ามีเพื่อนร่วมวงอย่างสือซินเหยียนเพียงคนเดียว ส่วนอีกสามคน ทีมงานไม่แง้มข้อมูลเลยแม้แต่น้อย
“สือซินเหยียน!” กู้เว่ยตะโกนลงไปทางด้านล่างอาคาร ทั่วทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยนักเรียนที่เดินไปมา ไม่มีร่องรอยของสือซินเหยียน
กู้เว่ยเดินผ่านห้องเรียน จู่ๆ สายรัดบนข้อมือก็สั่นขึ้นเบาๆ เขาหยุดฝีเท้าลง มองเข้าไปด้านในห้องเรียน
“เด็กอันธพาลมาแล้ว”
“วันนี้เด็กอันธพาลจะต่อยใคร”
ในห้องเรียนเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว เรียกกันจนตัวกู้เว่ยเองเกือบเชื่อแล้ว
ต้องพูดเลยว่าพวกนักแสดงตัวประกอบที่ผู้กำกับจ้างมาตั้งใจทำงานกันเต็มที่มาก
“ส่งคนมา” กู้เว่ยอินกับบทบาทแล้ว เขายกสายรัดบนข้อมือตัวเองโชว์ให้กับคนในห้องเรียนด้วยท่าทางดุดัน
“ที่พวกเราไม่มี” นักแสดงตัวประกอบที่แสดงเป็นนักเรียนพูดอย่างขลาดกลัว “นายลองขึ้นไปดูข้างบนสิ”
กู้เว่ยมองไปรอบๆ ห้องเรียน แต่ไม่พบใบหน้าของคนที่จะเป็นแขกรับเชิญได้ จึงตัดสินใจขึ้นไปดูข้างบนตามคำแนะนำของนักแสดงตัวประกอบ
ชั้นห้าของอาคารไม่มีห้องเรียน มีเพียงห้องทำงานหลายห้องและห้องพยาบาล หลังจากขึ้นมาที่ชั้นห้า กู้เว่ยรู้สึกว่าสายรัดบนข้อมือยิ่งสั่นแรงขึ้น คงจะเข้าใกล้เพื่อนร่วมทีมมากแล้ว
สุดท้ายกู้เว่ยหยุดฝีเท้าลงตรงข้างประตูห้องพยาบาล เฝ้ารอคอยเพื่อนร่วมทีมที่เขาไม่เคยเห็นหน้า
นี่คือเสียงตะโกนของหัวใจ นี่คือเสียงเรียกจากความรัก
เพื่อนร่วมทีมจะเป็นแนวน่ารักหรือแนวเท่กันนะ
เพื่อนร่วมทีมจะเป็นนักร้องเสียงสวรรค์หรือว่านักแสดงดาวเด่น
ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน แม้ยังไม่ได้เจอหน้า แต่กู้เว่ยก็มองเห็นมิตรภาพในอนาคตของพวกเขาแล้ว
ไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะข้อกำหนดที่รายการเซ็ตเอาไว้หรือเปล่า เขาถึงรู้สึกอย่างแปลกประหลาดว่าตนเองกับเพื่อนร่วมทีมคนนี้น่าจะถูกชะตากันมาก เพียงแค่ผลักเปิดประตู พวกเขาต้องมีเรื่องราวชวนประทับใจแน่
กู้เว่ยวางมือลงบนที่จับประตู หัวใจเต้นแรง เชื่อมั่นว่าเพื่อนร่วมทีมที่อยู่หลังบานประตูต้องเต็มเปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรีเช่นกัน อีกฝ่ายต้องรับรู้ได้ถึงแรงสั่นของสายรัดบนข้อมือและเดินมาหาเขาพร้อมกัน
กู้เว่ยเผยรอยยิ้มจริงใจให้กับกล้องที่ตามถ่าย
ไม่ได้สิ
กู้เว่ยชะงัก โชคดีที่มีรายการวาไรตี้นี้ เขาถึงได้พ้นเคราะห์มาได้ ดังนั้นเขาต้องใช้ความพยายามของตัวเองมาตอบแทนคุณงามความดีของรายการ
ใครบอกว่านักเต้นหลักของวง T.ATW ไม่มีเซ้นส์วาไรตี้ ใครบอกว่ากู้เว่ยมักจะทำตัวเหินห่าง วันนี้กู้เว่ยคนนี้นี่ล่ะจะทำให้พวกเขาได้เห็นว่าอะไรที่เรียกว่าเซ้นส์วาไรตี้ อะไรที่เรียกว่าความกระตือรือร้นของกู้เว่ย
แค่ทักทายไม่เพียงพอ เขาตัดสินใจว่าจะมอบอ้อมกอดด้วยความรักให้กับเพื่อนที่อยู่หลังบานประตูคนนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments



