ทดลองอ่าน ออกจากจวนมาไขคดี บทที่ 516-518 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ออกจากจวนมาไขคดี บทที่ 516-518

3 of 3หน้าถัดไป

บทที่ 518 ดีกับไม่ดี

เฉินอิ๋งยังไม่เข้าไปภายใน นางหยุดเท้าสำรวจดูรอบๆ

มองดูเผินๆ ที่นี่ไม่มีอันใดแตกต่างจากลานเรือนหลังอื่นสักเท่าใดนัก ต่างล้วนผนังขาวกระเบื้องดำ ชายคางอนโค้ง ยามนี้ประตูลานสีแดงถูกปิดงับไว้ครึ่งหนึ่ง บนป้ายที่อยู่เหนือวงกบประตูด้านบนมีอักษรเขียนเอาไว้ว่า ‘ชิงเฟิง’

เผยซู่ผลักประตูเปิด ขณะเดินตามเขาเข้าไปด้านใน เฉินอิ๋งก็ได้ยินเผยซู่พูดขึ้น “ลานเรือนพวกนี้รูปแบบแตกต่างกันไม่มาก ล้วนขาดห้องข้างไปส่วนหนึ่ง”

เฉินอิ๋งกวาดตามองไปรอบๆ ในเรือนม่านหน้าต่างเฉลียงเขียว ทางฝั่งตะวันออกมีต้นอิ๋นซิ่งปลูกอยู่ต้นหนึ่ง กิ่งก้านเต็มไปด้วยใบเขียวชอุ่ม

ประตูลานอยู่ตรงกับเรือนประธานขนาดสามห้องที่หันหน้ารับแสง ไม่มีห้องข้างฝั่งตะวันออก จะมีก็แต่ห้องข้างฝั่งตะวันตก ในลานไม่มีระเบียงวน ทางเดินหินที่เชื่อมต่อไปยังเรือนประธานถูกหญ้าปกคลุมมิดชิด มองแทบไม่เห็น

เฉินอิ๋งมั่นใจว่านอกจากเรือนประธานกับสวนดอกไม้ที่ถูกดัดแปลงเป็นสนามฝึกยุทธ์แล้ว ต้นไม้ต้นหญ้าภายในจวนเผยซู่ไม่เคยแตะต้องพวกมันเลยแม้แต่น้อย

“อย่างไรดินเลนก็ยังเดินสะดวกกว่า” เฉินอิ๋งกวาดตามองไปรอบๆ พึมพำบอกกับตนเอง

เผยซู่รอยยิ้มแข็งขืน เพราะเข้าใจผิดคิดว่านางรังเกียจที่สถานที่แห่งนี้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยพอ

เขาคร้านเกินกว่าจะจัดการเรื่องพวกนี้จริงๆ หากมีเวลาว่าง มิสู้ออกหมัดสักสองสามครา เล่นงานหลางถิงอวี้สักสองสามกระบวนให้หายครั่นเนื้อครั่นตัว ดอกไม้ต้นไม้ล้วนแต่เป็นเรื่องอืดอาดยืดยาดชวนหงุดหงิดรำคาญใจ

“บ่าวสองคนนั้นพักอยู่ห้องข้างฝั่งตะวันตก?” จู่ๆ เส้นเสียงใสกระจ่างดุจน้ำก็ดังขึ้น ทำเอาเผยซู่สะดุ้ง

เขายังไม่ทันหันหน้ามาก็เอ่ยปากตอบออกไปตามสัญชาตญาณก่อนแล้ว “ใช่แล้ว อาอิ๋ง พวกเขาพักอยู่ที่ห้องข้างฝั่งตะวันตก เพราะเฉียนเทียนเจี้ยงไม่ต้องการคนปรนนิบัติรับใช้ ต้องการก็แค่คนปัดกวาดเรือน ส่งอาหารสามมื้อเข้าไปในห้องทุกวัน ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ส่งคนเข้ามาเพิ่ม”

เฉินอิ๋งพยักหน้าน้อยๆ พลางย่างเท้าขึ้นไปบนบันไดหิน และเลิกม่านเดินเข้าไปในห้อง

การจัดวางภายในเป็นไปอย่างเรียบง่าย นอกจากเครื่องเรือนที่พึงมีกับม่านสีพื้นแล้วก็ไม่มีข้าวของอื่นใดอีก ไหสุราเล็กๆ ที่วางพิงอยู่ข้างผนังแลดูสะดุดตายิ่ง

“คนผู้นี้เป็นผีสุราโดยแท้” เผยซู่กล่าว

เฉินอิ๋งเดินขึ้นหน้า ยกไหสุราแต่ละใบขึ้นดู ก่อนจะเดินเข้าไปยังส่วนพำนักอาศัยทางทิศตะวันออก หลังจากนั้นก็เข้าไปสำรวจยังห้องนอนที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก

เผยซู่เดินเข้าๆ ออกๆ ตามเฉินอิ๋งไม่หยุด ตลอดเวลาไม่ได้พูดอันใดอีกสักครึ่งคำ แม้แต่ตอนเฉินอิ๋งคลานเข้าไปใต้เตียง พลิกรื้อที่หลับที่นอนหมอนมุ้ง เขาก็ทำเพียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ต้องการให้ข้าช่วยอันใดหรือไม่”

หลังได้รับคำตอบปฏิเสธ เผยซู่ก็ยืนนิ่งอยู่ที่ข้างประตู มองดูเงาร่างชุลมุนของเฉินอิ๋งด้วยสายตาชื่นชม มุมปากฉีกออกเป็นยิ้มเบิกบาน

การค้นหาดำเนินไปไม่นานเท่าใด ครั้นการตรวจค้นเสร็จสิ้น เฉินอิ๋งก็ไม่ไปตรวจค้นที่อื่นอีก หากกลับเลือกที่จะสอบถามพยานอยู่ที่ห้องฝั่งตะวันตก

พยานมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสี่คน บ่าวไพร่สองคนเพราะตอนเกิดเหตุกำลังหลับสนิท ในสายตาของเผยซู่ คำให้การของพวกเขามีค่าเท่ากับไม่มี

ทว่าเฉินอิ๋งยังคงทำการซักถามคนทั้งสองอย่างละเอียด การใช้ชีวิตของเฉียนเทียนเจี้ยงอันใดนางล้วนซักถามหมดสิ้น อีกทั้งยังจดลงบนสมุดบันทึก

ส่วนพยานอีกสองคน คนหนึ่งเป็นคนบอกเวลา เผยซู่เคยพูดถึงคนผู้นี้ก่อนหน้าแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นหญิงรับใช้สูงวัยที่ทำหน้าที่เดินยามตอนกลางคืน

คืนนั้นหญิงรับใช้สูงวัยผู้นี้เข้าเวรร่วมกับสาวใช้อีกสองสามคน เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกปวดท้อง นางจึงปลีกตัวแวะไปห้องส้วมเพื่อปลดทุกข์ ทว่าหลังออกมาจากห้องส้วมได้ไม่นาน นางก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างดังขึ้นที่ด้านหลัง พอหันกลับไปนางก็พบเฉียนเทียนเจี้ยงเข้า

จากปากคำให้การของนาง เฉียนเทียนเจี้ยงในเวลานั้นคล้ายออกมาจากห้องน้ำ กำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่โล่ง เนื้อตัวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุรา ขนาดอยู่ห่างกันไกลก็ยังได้กลิ่น

หญิงรับใช้สูงวัยผู้นั้นรู้ดีว่าเขาชอบดื่มสุรา ตอนเดินยามกลางคืนนางเคยพบเห็นเฉียนเทียนเจี้ยงตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงไม่ได้ซักถามอันใดมากมาย หลังมองดูปราดหนึ่งนางก็เดินจากไป

เมื่อผนวกคำให้การของนางกับคำให้การของคนบอกเวลาเข้าด้วยกัน เฉินอิ๋งก็เข้าใจถึงเส้นเวลาได้ชัดแจ้ง เส้นเวลานี้เริ่มจากกลางยามจื่อหนึ่งเค่อหรือเที่ยงคืนสิบห้านาที ไปจนถึงกลางยามจื่อสองเค่อหรือก็คือเที่ยงคืนสามสิบนาที เฉียนเทียนเจี้ยงเริ่มจากถูกคนบอกเวลาพบเห็นก่อน หลังจากนั้นก็ถูกหญิงรับใช้สูงวัยเดินยามพบเข้า

ครั้นแยกจดบันทึกคำให้การเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งชั่วยาม

ครั้นเฉินอิ๋งออกไปจากห้องฝั่งตะวันตก พระอาทิตย์ก็คล้อยไปทางทิศตะวันตกแล้ว แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างสลักลายเข้ามา แสงสีทองอาบย้อมห้องไปกว่าครึ่ง ลมวสันต์พัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับกลิ่นใบหญ้า นุ่มนวลอ่อนหวานละมุนละไม

“อาซู่ ข้าอยากกลับไปดูศพของเฉียนเทียนเจี้ยงอีกครั้ง” เฉินอิ๋งเก็บคำให้การเข้าไว้ในแขนเสื้อ ก่อนจะเอ่ยปากบอกเผยซู่

เผยซู่ขมวดคิ้วน้อยๆ “เจ้าพบเจออะไรบางอย่างเข้าใช่หรือไม่”

“ไม่มีอะไรมาก” เฉินอิ๋งสีหน้าสงบนิ่ง ตอนก้าวเดินออกจากประตูลาน นางเอ่ยปากอธิบายให้เผยซู่ฟังด้วยน้ำเสียงกระจ่างชัด “เมื่อพิจารณาจากปากคำของพยาน สถานที่เกิดเหตุ รวมถึงผลการชันสูตร เรื่องนี้แทบไม่มีอันใดน่าสงสัย ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของข้าคือเหล่าเฉียนน่าจะพลั้งเท้าตกบ่อตาย”

นางมองดูเผยซู่ด้วยสีหน้าคล้ายรู้สึกเสียใจ

เผยซู่รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย

ถึงน้ำเสียงจะยังคงใสกระจ่างดุจน้ำ ทว่าเสียงของเฉินอิ๋งกลับดังกว่าปกติอยู่เล็กน้อย อย่าว่าแต่เผยซู่เลย แม้แต่ทหารกองกำลังสกุลเผยที่เฝ้าอยู่ข้างประตูพวกนั้นยามนี้ล้วนต่างมองมาตามเสียงนางหมดสิ้น

เผยซู่ไม่วายนึกประหลาดใจ เขามองดูเฉินอิ๋งปราดหนึ่ง

สีหน้าของเฉินอิ๋งสงบนิ่งอย่างที่สุด นัยน์ตาใสกระจ่างดุจน้ำ ไม่ปรากฏระลอกคลื่นอันใด

เผยซู่ชักสายตาไปทางอื่น ทว่าความรู้สึกแปลกประหลาดในใจกลับเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที

ปกติเฉินอิ๋งไม่ชอบพูดเสียงดัง ทุกครั้งที่พบเจอเรื่องสำคัญ น้ำเสียงของนางมักกลับกลายเป็นทุ้มต่ำ

แต่ไม่ว่าจะน้ำเสียงหรือโทนเสียงยามนี้กลับดังกว่าปกติด้วยกันทั้งสิ้น

“ข้าตรวจสอบอยู่เป็นนาน แต่ก็ไม่พบร่องรอยเบาะแสอันใด เฮ้อ…” เฉินอิ๋งพูดขึ้นอีก น้ำเสียงยังคงกระจ่างชัด แม้แต่เสียงทอดถอนใจก็ยังดังอักโข

เส้นเสียงของนางยามกระซิบจะฟังดูคล้ายธารน้ำกระจ่างใสไหลเอื่อยสบายๆ แต่ทันทีที่ดังขึ้นมันกลับเปี่ยมด้วยพลังทะลุทะลวง

เผยซู่พยายามควบคุมตนเองอย่างสุดความสามารถไม่ให้เผลอขยี้หู

เขาถึงกับรู้สึกว่าเสียงพูดของเฉินอิ๋งเมื่อครู่ลอยตามลมไปถึงยังลานเรือนหลังอื่น

เพียงแต่เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไว้วางใจในตัวเฉินอิ๋งมาโดยตลอด ดังนั้นถึงแม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้ปริปากซักถามอันใด ทำเพียงเดินขึ้นหน้าไปเงียบๆ

จะว่าไปก็แปลก เฉินอิ๋งที่แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ใช่คนพูดมาก วันนี้กลับไม่รู้เพราะเหตุใดตลอดทางถึงได้พูดจ้อไม่หยุด หนำซ้ำยังเฝ้าพูดคำพูดก่อนหน้านี้ซ้ำไปซ้ำมา ถึงจะไม่ถึงขั้นโหวกเหวกโวยวาย แต่ก็พูดมากอย่างที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน

จนกระทั่งกลับมาถึงเรือนประธาน เฉินอิ๋งถึงได้หยุดพูด

และทันทีที่เสียงพูดหยุดลง สีหน้าของเฉินอิ๋งก็กลับกลายเป็นจริงจังเป็นพิเศษ

ครั้นชำเลืองเห็นเผยซู่ก็ให้รู้สึกหนาวสะท้าน เขาอ้าปากหมายเอ่ยถาม

ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดจะได้หลุดจากปาก เฉินอิ๋งก็กระตุกแขนเสื้อของเขาพลางส่ายหน้าเล็กๆ

เผยซู่รีบปิดปาก สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่เห็นสีหน้าของเฉินอิ๋ง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคดีนี้คงไม่ใช่ง่ายแล้ว

เขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ายามนี้ตนเองรู้สึกเช่นไร เขาทำเพียงมองดูเฉินอิ๋งเดินผ่านลานเรือน ย่างขึ้นไปอยู่บนบันไดหิน เดินเข้าไปยังห้องที่เก็บศพ ไม่สนใจดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่เต็มลานเรือนเลยแม้แต่น้อย

ทันทีที่ม่านประตูตกลง เสียงของเฉินอิ๋งก็ดังลอยตามมาทันที

“อาซู่ ข้าต้องการบอกข่าวดีเรื่องหนึ่งให้ท่านรู้ แน่นอน สำหรับท่าน เรื่องนี้อาจไม่นับเป็นข่าวดีได้” นางเงยหน้ามองเผยซู่ สองตาใสกระจ่างเป็นประกาย

เผยซู่เตรียมใจเอาไว้แล้ว เขาพลิกมือเลิกม่านขึ้น มือข้างหนึ่งกดลงบนด้ามกระบี่ตามความเคยชิน “ว่ามา”

“นี่เป็นคดีฆ่าคนตาย” เฉินอิ๋งตอบออกมาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยต่อว่า “ที่คนบอกเวลากับหญิงรับใช้สูงวัยเดินยามเห็นนั้นไม่ใช่เฉียนเทียนเจี้ยง แต่หากเป็นคนร้าย ความจริงเฉียนเทียนเจี้ยงตายไปก่อนหน้านั้นแล้ว”

 

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 22 เม.. 66 เวลา 12.00 .

3 of 3หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

    By

    บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ้นคิดจะดึงบุตรสาวมาข...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 1

บทที่ 1 เมฆดำบดบังจันทรา หิมะโปรยมาหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหนาวเย็นเข้ากระดูกเช่นนี้ ทั้งยังเพิ่งผ่านยามโฉ่ว ทุกครัวเรือนดับ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 1

บทที่ 1 วันเวลาย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่เมื่อดวงตะวันลับหายไปทางทิศตะวันตก ความหนาวเย็นยามสายัณห์ยังคงเสียดแทงดุจใบม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

community.jamsai.com