ลู่อู๋เซิงเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ขณะที่คนบนหลังกลับไม่ยอมพูดจามาตลอดทาง ด้วยกลัวนางจะคิดว่ามีความสำคัญเทียบคนที่รอเขาอยู่บนเขาไม่ได้ แล้วจะโกรธเคืองขึ้นมาอีก
แรกเริ่มตอนที่เขาเริ่มใกล้ชิดกับอวิ๋นจ้าว หมัวมัวที่จวนเคยบอกเอาไว้ว่า ‘คุณหนูอวิ๋นอายุน้อยกว่าท่านหลายปี วันหน้าหากท่านแต่งกับนาง ก็เท่ากับแต่งภรรยาตัวน้อยเข้าบ้าน เกรงว่าคุณหนูอวิ๋นจะเป็นคนบอบบางอ่อนแอ’
อวิ๋นจ้าว ‘บอบบางอ่อนแอ’ เช่นนั้นจริงๆ แต่ดูเหมือนนางจะทำตัวบอบบางกับเขาเพียงคนเดียว เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นแล้ว นางนับว่าเป็นจอมอันธพาลเสียมากกว่า
“ลู่อู๋เซิง วันนี้ท่านไม่ขึ้นเขาได้หรือไม่” เสียงของอวิ๋นจ้าวแผ่วเบายิ่ง เจือแววอ้อนวอนอยู่เล็กน้อย “พรุ่งนี้ท่านค่อยไปเถอะ ข้าจะขึ้นเขาไปเป็นเพื่อนท่านเอง”
ลู่อู๋เซิงชอบให้นางกระซิบพูดกับตนเอง หากเป็นในยามปกติ เวลาที่อวิ๋นจ้าวพูดจา นางจะพูดให้ผู้อื่นรวมถึงเขารับฟัง ทว่าน้ำเสียงกระซิบกระซาบเช่นนี้ นางจะพูดกับเขาเพียงผู้เดียว ไม่เคยนำไปพูดกับผู้อื่น
“อวิ๋นอวิ๋น ข้ามีนัดกับผู้อื่นบนเขา จำเป็นต้องไปตามนัดหมาย ต่อให้ตอนนี้จะสายมากแล้ว ข้าก็ยังต้องไปเพื่อขอโทษ และพบหน้ากันสักหน่อย”
อวิ๋นจ้าวเกิดความหวาดระแวงขึ้นมา “ท่านมีนัดกับใคร”
“ใต้เท้าลิ่น”
“รองเสนาบดีกรมพิธีการ ใต้เท้าลิ่นผู้นั้นน่ะหรือ” อวิ๋นจ้าวเกิดในครอบครัวพ่อค้าซึ่งทำการค้าอยู่ในเมืองหลวง นางย่อมจดจำชื่อของคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี “เขานัดพบท่านไปทำอะไร ร้านน้ำชาร้านสุราก็มี เหตุใดต้องขึ้นไปพบกันบนเขา”
ลู่อู๋เซิงฟังน้ำเสียงของนางแล้วรู้สึกคล้ายกำลังสอบสวนเขาอยู่ จึงอธิบายว่า “พวกเรามักจะนัดพบกันที่วัดเพื่อคุยเรื่องธรรมะ การบำเพ็ญเพียร ไม่ก็ความรู้แขนงต่างๆ”
พอได้ยินว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นัดพบกันบนเขา อวิ๋นจ้าวจึงค่อยวางใจลงได้
ลู่อู๋เซิงถามขึ้นว่า “เจ้ามีความเห็นอย่างไรต่อใต้เท้าลิ่นหรือ”
“ไม่มีหรอก ข้าเพียงแค่ประหลาดใจ” อวิ๋นจ้าวลองคำนวณเวลา จากตรงจุดนี้หากนางใช้เส้นทางที่ใกล้ที่สุดไปยังจวนว่าการเจ้าเมือง ก็จะสืบข่าวได้ว่าพวกเขาจับกลุ่มคนร้ายที่อยู่บนเขาได้แล้วหรือยัง หากมีข่าวว่าจับได้แล้วนางก็จะสบายใจ หากยังไม่มี นางก็จะรีบไปขวางลู่อู๋เซิงเอาไว้อีกครั้ง
นางไม่อยากกลายเป็นคนไร้เหตุผลในสายตาเขาเลยสักนิด
“พอเข้าเมืองแล้ว ท่านก็พาข้าไปส่งที่ร้านยา แล้วไปพบใต้เท้าลิ่นเถอะ”
ลู่อู๋เซิงราวกับเข้าใจเรื่องบางอย่างกระจ่างแล้ว นางกลัวเขาจะแอบไปพบสตรีอื่นจริงเสียด้วย มิฉะนั้นเพราะอะไรพอได้ยินว่าเป็นใต้เท้าลิ่น ถึงเปลี่ยนใจยอมให้เขาไปพบเล่า
หรือว่าเขาแบกนางแล้วไม่สบายตัว? นางจึงอยากลงกลางทาง?
เป็นอย่างแรกยังดี เพราะเหตุผลอย่างหลังทำให้ลู่อู๋เซิงรู้สึกไม่สบายใจ
พอมาถึงร้านยา ระหว่างที่รอท่านหมอใส่ยาให้นาง ลู่อู๋เซิงก็ไปหาคนรับจ้างมาคนหนึ่ง สั่งให้ไปคฤหาสน์สกุลอวิ๋นตามสี่เชวี่ยมาที่นี่
สี่เชวี่ยที่ตามหาอวิ๋นจ้าวมาครึ่งค่อนวัน ทันทีที่ได้ยินว่าคุณหนูของนางได้รับบาดเจ็บอยู่ในร้านยา วิญญาณก็แทบจะหลุดออกจากร่าง รีบวิ่งมาหาด้วยความร้อนใจ วิ่งมาจนหน้าผากมีเหงื่อผุดพราย ยังไม่ทันปรี่เข้าไปในร้านยา นางก็เห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าประตู รู้สึกยากจะเชื่ออยู่บ้าง “คุณชายลู่?”
ลู่อู๋เซิงพยักหน้ารับ “คุณหนูบ้านเจ้าอยู่ข้างใน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หมอกำลังใส่ยาให้นาง”