“เชี่ยนเชี่ยน…” ชายหนุ่มปลอบโยน “พี่สะใภ้ของเจ้าเพิ่งเข้ามาอยู่บ้านนี้ ยังไม่รู้จักใคร เจ้าที่เป็นน้องสาวควรยอมนางหน่อยไม่ใช่หรือ”
“น้องสาว?” หลิ่วเชี่ยนเชี่ยนส่ายหน้าดิก “ข้าไม่ใช่น้องสาวนาง!” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างเดือดดาล โดยทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง “อะไรที่ข้าชอบ นางจะแย่งไปหมดเลยใช่หรือไม่!?”
หลิ่วเหวินเจาส่ายหน้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
“นางไม่เป็นไรใช่หรือไม่” อวี้ฉีหลินถาม
“อ้อ…ไม่เป็นไรหรอก” ชายหนุ่มหันมามองแล้วยิ้มน้อยๆ “เชี่ยนเชี่ยนชอบดอกไม้ใบหญ้ามาตั้งแต่เด็ก พอเป็นเรื่องนี้ทีไรจะไร้เหตุผลทุกที เลยทำให้เจ้าเห็นเรื่องน่าขายหน้าเสียได้”
เป็นคนดีจริงๆ ด้วย…
นางคิดอย่างนั้นพลางย่อตัวคำนับแล้วเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ “ต้องโทษที่ข้าไม่รู้จักถามก่อน ไม่รู้เลยว่าเป็นดอกไม้ของเชี่ยนเชี่ยน คราวหน้าคราวหลังจะไม่เผลอทำผิดอีกแล้ว!”
หลิ่วเหวินเจาไม่นึกเลยว่าคุณหนูสกุลเจียงผู้สูงศักดิ์อย่างนางจะย่อตัวขอโทษพ่อบ้านผู้ต่ำต้อยอย่างเขา หัวใจพลันว้าวุ่นด้วยความรู้สึกต่างๆ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม “เจ้าเป็นฮูหยินน้อยสกุลจิน แค่เด็ดดอกไม้ในบ้านตัวเองไม่กี่ดอก ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไปหรอก”
“นี่ก็บ้านเชี่ยนเชี่ยนเหมือนกันนี่นา!” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพูดต่อไปอย่างจริงใจ “ความจริง…เทียบกับพวกท่านแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นคนนอก! ดอกไม้พวกนี้เป็นดอกไม้ที่เชี่ยนเชี่ยนรัก แต่ข้ากลับบุ่มบ่ามเด็ดอย่างไร้มารยาท! ข้ามันคนชอบไม้นวมมากกว่าไม้แข็ง ที่จริงก็รู้แหละว่าตัวเองผิด แต่พอเจอคนอื่นใส่อารมณ์ ข้าก็เลยปากแข็งกลับไปโดยไม่ทันคิด…” พูดมาถึงตรงนี้ก็แลบลิ้นเขินๆ
กิริยาน่ารักจริงใจของหญิงตรงหน้าทำให้หลิ่วเหวินเจาอุ่นซ่านในใจ นางแตกต่างกับจินหยวนเป่าผู้เย่อหยิ่งจองหอง ให้คนสองคนที่ผิดกันโดยสิ้นเชิงมาครองคู่กันเหมือนสวรรค์แกล้งชัดๆ
“หวังว่าพี่หลิ่วจะไม่คิดว่าข้าอยู่ด้วยยากนะ ไว้วันไหนข้าจะหาเมล็ดดอกไม้หายากมาใช้คืนเชี่ยนเชี่ยน!”
หลิ่วเหวินเจายิ้ม นานเหลือเกินแล้วที่เขาไม่ได้ยิ้มออกมาจากใจจริงเช่นนี้ “คนเราปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอเป็นส่วนใหญ่ คนปากร้ายใจดีแบบเจ้านี่แหละที่อยู่ด้วยง่ายที่สุดแล้ว!”
อวี้ฉีหลินยิ่งเขินหนัก “เป็นข้อเสียแท้ๆ กลับถูกพี่หลิ่วชมให้กลายเป็นข้อดีไปได้ พี่หลิ่วช่างเป็นคนดีจริงๆ! ไม่เหมือนหยวนเป่า…” เสียงหวานพลันสะดุดกึก นางรีบปิดปากเมื่อรู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว
“อะไรไม่เหมือนหยวนเป่าหรือ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย
อวี้ฉีหลินหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอก แค่หยวนเป่าน่ะชอบวางท่า แล้วก็เจ้าอารมณ์ไปนิด พูดจากวนโมโหคนอื่นอยู่เรื่อย! ไม่เหมือนพี่หลิ่วที่อยู่ด้วยแล้วอารมณ์ดี”
นางพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คนในคฤหาสน์สกุลจินติจินหยวนเป่าแล้วชมเขา ในใจหลิ่วเหวินเจาซาบซึ้งตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก พอนึกถึงสิ่งที่นางทำเมื่อเช้า เขาก็อยากช่วยนางขึ้นมา “ได้ยินว่าเจ้าสอบถามสาวใช้กับบ่าวทุกคนว่าใครรับใช้หยวนเป่ามากเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ”
“ท่านรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ” นางถามเขินๆ
“น่ากลัวว่าป่านนี้คงรู้กันทั้งคฤหาสน์แล้วล่ะ” หลิ่วเหวินเจาตอบเสียงนุ่มนวล “ฮูหยินน้อยเพิ่งเข้ามาอยู่เมื่อวาน เชื่อว่าคงยังไม่คุ้นเคยหลายอย่าง ข้าเป็นพ่อบ้านคฤหาสน์สกุลจินมาหลายปี มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้บ้างหรือไม่”
อวี้ฉีหลินรู้สึกเกรงใจยิ่งนัก แต่นางจะบอกเรื่องนั้นกับหลิ่วเหวินเจาตรงๆ ได้อย่างไรเล่า จะให้บอกว่า…รบกวนถามหน่อย ท่านรู้หรือไม่ว่าใครเคยเห็นก้นเปลือยๆ ของจินหยวนเป่าบ้างอย่างนั้นหรือ หญิงสาวคิดแล้วตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มสดใส “อันที่จริงแค่นี้…ท่านก็ช่วยข้ามากแล้ว”
หลิ่วเหวินเจามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ
นางยกดอกไม้ที่ถือเต็มสองมือขึ้นสูง “ดอกไม้สดพวกนี้จะช่วยทำให้ข้าสมปรารถนา! ข้าไปล่ะ ขอบคุณพี่หลิ่วมาก!”
ทั้งกลีบดอกไม้และนวลแก้มนางล้วนเป็นสีชมพูเปล่งปลั่ง รอยยิ้มหวานล้ำสะกดใจ…
หลิ่วเหวินเจายืนนิ่งอยู่กับที่ ระหว่างที่เขากำลังตะลึงงัน อวี้ฉีหลินก็หมุนตัวเดินจากไป
ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังอ้อนแอ้น รอยยิ้มน้อยๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว
โปรดติดตามตอนต่อไป…