ทดลองอ่านนิยาย บทเพลงกลางเมฆา เล่ม 1 บทที่ 2 – หน้า 17 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย บทเพลงกลางเมฆา เล่ม 1 บทที่ 2

17 of 17หน้าถัดไป

เถ้าแก่เจ้าของหอสุราแอบดีดรางลูกคิดอยู่เงียบๆ ในใจ พ่อครัวชั้นยอดแม้จะหาตัวไม่ยาก แต่ใช่จะเชื้อเชิญกันได้โดยง่าย หากพลาดหลุดมือไป ต่อให้นึกเสียใจสักแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็เฝ้าครุ่นคิดหาทางเข้าไปเทียบชั้นกับหอสุราอี้ผิ่นจวีที่อยู่ในตัวเมืองฉางอันอยู่ตลอด สตรีนางนี้ดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานให้เขา

“ตกลง! อาหารสองจานนี้ที่แม่นางเลือกมาล้วนสามารถทดสอบฝีมือได้ทั้งสิ้น ‘โจวกงคายอาหาร’ แม้วัตถุดิบจะธรรมดา แต่ก็เหมาะกับการทดสอบฝีมือปรุงรสว่าจะสามารถดึงจุดเด่นออกจากวัตถุดิบธรรมดาๆ ได้หรือไม่ ส่วนฉางเอ๋อเหินจันทร์ก็เหมาะที่จะทดสอบฝีมือใช้มีดและการจัดวาง อาหารจานนี้จะได้ชื่อว่าฉางเอ๋อเหินจันทร์หรือผัดปลาไหล ทั้งหมดต้องดูฝีมือการใช้มีดของผู้เป็นพ่อครัวแล้ว”

อวิ๋นเกอยิ้มสดใสให้กับเมิ่งเจวี๋ย “ลูกค้าคนแรกของข้าคงไม่แคล้วต้องเป็นคุณชายเมิ่ง ขอบคุณยิ่งที่ให้เกียรติ!” นางลุกขึ้นยืน เดินตามพ่อครัวเข้าไปยังโถงด้านใน

ช่วงเวลาหนึ่งข้าวสุก ถึงอาหารยังมาไม่ถึง แต่กลิ่นหอมยวนใจของมันกลับมาถึงก่อน ผู้คนทั้งหอสุราต่างพากันสูดจมูกชะเง้อคอมองไปยังโถงด้านใน

‘โจวกงคายอาหาร’ ไม่ได้จัดวางลงบนเครื่องกระเบื้องทั่วไป แต่กลับใส่อยู่ในลูกฟักขนาดพอเหมาะที่ถูกคว้านเอาเนื้อในออก เสี่ยวเอ้อร์จงใจค่อยๆ ย่างเท้าเดินทีละก้าวๆ

ผิวด้านนอกของลูกฟักถูกสลักเป็นรูป ‘โจวกงคายอาหาร โลกจึงบังคม’* โดยมีเปลือกสีเขียวเป็นพื้น เนื้อสีขาวเป็นภาพ สีเขียวขาวขับเน้นซึ่งกันและกัน งดงามราวกับงานศิลป์ มิใช่อาหาร

อาหารเคลื่อนผ่าน กลิ่นหอมกำจาย ผู้คนเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย

เสี่ยวเอ้อร์อีกคนประคองถือจานหยกขาว เนื้อปลาไหลที่จัดวางอยู่ด้านบนดูราวแขนเสื้อกว้างของสตรี แต่หากมองจากด้านข้างจะพบว่ามันดูคล้ายลายพลิ้วของแขนเสื้อที่กำลังสะบัดไหว อ่อนช้อยอรชร ยากเกินบรรยาย

“โจวกงคายอาหาร”

“ฉางเอ๋อเหินจันทร์”

ทันทีที่เสี่ยวเอ้อร์ประกาศชื่ออาหารเสร็จก็มีคนตะโกนร้องต้องการสั่งอาหารทั้งสองจานขึ้นมาทันที

เถ้าแก่เจ้าของหอสุรายิ้มหน้าบาน “พ่อครัวใหญ่ที่หอสุราเรารับมาใหม่ ในหนึ่งวันจะทำอาหารให้แขกเพียงท่านเดียวเท่านั้น วันนี้จำนวนคนครบถ้วนตามกำหนดแล้ว หากท่านใดต้องการลองลิ้ม พรุ่งนี้ก็ขอได้โปรดมาแต่เช้า!”

อวิ๋นเกอหัวเราะคิกคักนั่งลงฝั่งตรงข้ามเมิ่งเจวี๋ย เมิ่งเจวี๋ยรินชาให้นางถ้วยหนึ่ง “ยินดีด้วย!”

“เป็นอย่างไรบ้าง”

อวิ๋นเกอกะพริบตาปริบๆ มองดูเมิ่งเจวี๋ย เขาชิมลูกชิ้นที่บรรจุอยู่ในฟักแกะสลักก่อนคำหนึ่ง ก่อนจะคีบเนื้อปลาไหลขึ้นมาเคี้ยวช้าๆ “อืม เยี่ยม นับว่าอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมา หนำซ้ำยังเป็นตุ๋นลูกชิ้นและผัดปลาไหลที่งดงามที่สุดอีกด้วย”

เสียงหัวเราะของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของอวิ๋นเกอ คิดว่าคงเป็นสวี่ผิงจวินที่ได้ยินคำพูดของเมิ่งเจวี๋ยว่า ‘เป็นตุ๋นลูกชิ้นและผัดปลาไหลที่งดงามที่สุด’ ซึ่งก็ตรงกับใจนางพอดี นางจึงอดหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้

อวิ๋นเกอเอียงคอมองสวี่ผิงจวิน สวี่ผิงจวินเลิกคิ้ว นัยน์ตาฉายแววท้าทายอยู่หลายส่วน แต่อวิ๋นเกอกลับทำเพียงส่งยิ้มจางๆ ให้นาง ครั้นหันกลับมาเห็นตะเกียบของเมิ่งเจวี๋ยกำลังคีบลูกชิ้นอยู่ อวิ๋นเกอก็พลันยิ้มกว้าง

* ‘โจวกงคายอาหาร โลกจึงบังคม’ เป็นความในวรรคสุดท้ายของบทกวีต่วนเกอสิงของโจโฉ เป็นเรื่องของโจวกงที่เห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง และมีความนอบน้อมต่อผู้อื่น ไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ถือตนว่าเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก หากมีแขกมาพบในเวลากินข้าว โจวกงจะคายข้าว แล้วออกไปพบแขกก่อน สมควรได้รับการเคารพยกย่องจากทั่วหล้า

สวี่ผิงจวินตะลึง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางเบาแผ่วลง นางยกไหสุราวางลงบนโต๊ะอวิ๋นเกอ “ได้ยินท่านอาฉางบอกว่าต่อไปเจ้าจะมาทำงานอยู่ที่หอสุราชีหลี่เซียง วันนี้พวกเราพบกันครั้งแรก ถือเสียว่าข้าเลี้ยงเจ้าก็แล้วกัน”

อวิ๋นเกอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับสวี่ผิงจวิน “ขอบคุณมาก”

เมิ่งเจวี๋ยยิ้ม มองดูอวิ๋นเกอกับสวี่ผิงจวินสองคน “วันนี้นับว่ามีลาภปากไม่ใช่น้อย ไม่เพียงอาหารชั้นเลิศ ยังมีสุราชั้นยอดอีก”

ขณะที่พวกเขาทั้งสามกำลังพูดคุยกัน เด็กหนุ่มที่ถูกสวี่ผิงจวินบิดหูด่าก็วิ่งตรงเข้ามาราวกับพายุหมุน แขนเสื้อเปื้อนเลือด ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา “พี่สวี่ๆ แย่แล้ว! พวกข้าฆ่าคนตาย ทางการจับตัวพี่ใหญ่ไปแล้ว!”

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

17 of 17หน้าถัดไป

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

community.jamsai.com