ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว ซื่อเหรินจุดเทียนในโถงด้านหน้าของวังกลางจนสว่างไสว
ฉู่หวังจัดงานเลี้ยงร่วมกับขุนนางทั้งหลายเพื่อต้อนรับกงซุนหรงและทูตจากแคว้นปา นักสังคีตบรรเลงสังคีตอยู่ในห้องโถง ซื่อเหรินเดินเข้ามาเป็นแถวยาวเหยียด จานชามช้อนตะเกียบอันประณีตงดงามวางเรียงเต็มโต๊ะอาหารของแขก
กงซุนหรงในมือถือจอกสุราหวาน คารวะสุรากับฉู่หวังแล้วต่างยกขึ้นดื่ม
“แคว้นฉู่กับแคว้นฉินมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกันจากการสมรส ข้าได้ยินมานานว่าฉินป๋อปรีชาสามารถ เสียดายยังไม่มีวาสนาได้พบ กงซุนท่านมาจากแคว้นฉิน ไม่ทราบระยะนี้ฉินป๋อสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่” ฉู่หวังนั่งอยู่ตำแหน่งสูง เอ่ยถามอย่างมีอัธยาศัยไมตรี
“เสด็จปู่สบายดี ขอบพระทัยต้าหวัง” กงซุนหรงตอบ
ฝั่งตรงข้าม โต้วเจียวมองประเมินกงซุนหรง คีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งเข้าปาก เขาเห็นด้วยที่ฉู่หวังจะยกทัพไปปราบยง ทว่าการผูกสัมพันธ์กับแคว้นฉินและแคว้นปากลับไม่ใช่ความปรารถนาของเขา ฉู่หวังไม่ได้ปรึกษาหารือกับเขาก็ส่งทูตไปขอเป็นพันธมิตร ทำให้เขาไม่สบายใจนัก
“ได้ยินว่ากงซุนเคยไปท่องเที่ยวมาหลายแคว้น” โต้วเจียวถามขึ้น
กงซุนหรงรู้ว่าโต้วเจียวเป็นซือหม่าของแคว้นฉู่ จึงยิ้มแล้วว่า “ข้าทำตามคำสั่งของพระบิดา เที่ยวเร่ร่อนแสวงหาความรู้ แต่ก็เพียงไม่กี่แว่นแคว้น”
“จิ้น ฉี หลู่ เยียน ล้วนเคยไปมาแล้วหรือ”
“แคว้นต่างๆ ทางตอนเหนือ ข้าล้วนเคยไปเหยียบมาแล้ว”
“กงซุนไปแคว้นจิ้นมาแล้วหรือ” โต้วเจียวยิ้ม “ข้ากับฟั่นฮุ่ยรู้จักกันมานาน ไม่ได้พบกันหลายปี ไม่ทราบหลังจากกลับไปแคว้นจิ้นแล้วเขาเป็นอย่างไรบ้าง”
คำพูดนี้พอเอ่ยออกมา ทุกคนในงานเลี้ยงต่างมองมา
ฟั่นฮุ่ยเดิมเป็นขุนนางแคว้นจิ้น ได้รับมอบหมายจากเหวินกงให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญ ในราวสิบปีก่อนเมื่อจิ้นเสียงกงสิ้นพระชนม์ พระโอรสแย่งชิงราชบัลลังก์กัน ฟั่นฮุ่ยถูกพัวพันไปด้วยจึงหนีมาแคว้นฉิน ช่วยฉินป๋อบริหารราชการแผ่นดิน สองปีก่อนคนแคว้นจิ้นห่วงว่าฟั่นฮุ่ยช่วยแคว้นฉินอาจก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อแคว้นตน จึงวางแผนหลอกต้มฉินป๋อ ล่อลวงฟั่นฮุ่ยกลับไป เรื่องนี้แม้จะไม่ถึงกับก่อให้เกิดไฟสงคราม แต่ก็กลายเป็นเรื่องตลกขบขัน โต้วเจียวเอ่ยถึงฟั่นฮุ่ยกับกงซุนหรงในงานเลี้ยง หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะทำให้คนรู้สึกว่ามีความหมายอื่นซ่อนแฝงอยู่
ตรงตำแหน่งที่นั่งต่ำลงมา อู่จวี่กับซูฉงมองสบตากัน ต่างรู้สึกประหลาดใจ
เหว่ยจย่าชำเลืองตามองโต้วเจียว ยกสุราขึ้นจิบช้าๆ คำหนึ่งแล้วมองไปที่ฉู่หวัง ฉู่หวังกลับไม่มีท่าทีใดๆ
กงซุนหรงสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน ผ่านไปครู่หนึ่งจึงยิ้ม
“ฟั่นฮุ่ยหรือ” เขากล่าว “ข้าเคยไปเยี่ยมคำนับ เขาอยู่ที่แคว้นจิ้นมีชื่อเสียงกว้างไกลว่าเป็นผู้มีคุณธรรมปัญญา แคว้นจิ้นแคว้นฉินปีหลังๆ มานี้ไม่เคยทำศึกกัน ก็ด้วยปัญญาความสามารถของฟั่นฮุ่ย”