ทดลองอ่านนิยายวาย ปราชญ์กู้บัลลังก์ บทที่ 3.1 #นิยายวาย – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย ปราชญ์กู้บัลลังก์ บทที่ 3.1 #นิยายวาย

โหยวเหมี่ยวยิ้ม ในเมื่อจ้าวเฉากล่าวเช่นนี้ โหยวเหมี่ยวจึงเรียกเขาว่าพี่ชายด้วยสีหน้าระรื่น จดหมายเขียนอย่างสละสลวย เปี่ยมล้นด้วยน้ำมิตรไมตรี บอกกล่าวว่ารอดพ้นจากอันตรายแล้ว แต่ยังไม่ลืมช่วงเวลาทุกข์ยากตรากตรำด้วยกันมา เวลานี้กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองเหลียงโจวเพื่อหาทางกลับบ้าน

หวังเซี่ยวเว่ยมองโหยวเหมี่ยวเขียนจดหมายแล้วกล่าวชมว่าเขาเขียนตัวอักษรงดงามมาก “ขบวนพ่อค้าเพิ่งผ่านด่านเจิ้งเหลียงออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เมื่อหนึ่งวันก่อน เจ้าตามไปตอนนี้ก็น่าจะทัน”

“ได้ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

โหยวเหมี่ยวคลำหาตราประทับประจำตัว แต่เพิ่งรู้ว่าทำหล่นหายไปนานแล้วจึงเอานิ้วแตะหมึกชาดประทับรอยนิ้วมือแทน ก่อนส่งจดหมายให้หวังเซี่ยวเว่ยแล้วขอยืมรถม้าคันหนึ่ง หวังเซี่ยวเว่ยยังมอบคนให้เขาอีกคนหนึ่ง จากนั้นพวกเขาก็รีบร้อนเดินทางตรงไปยังเมืองเหลียงโจวทั้งคืน

ด่านเจิ้งเหลียงมีรถม้าเก่าทรุดโทรมแค่คันเดียว และเป็นรถม้าที่เหลือทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนองค์หญิงมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ทหารเป็นผู้บังคับม้า ส่วนโหยวเหมี่ยวนั่งพิงหลี่จื้อเฟิงอยู่ในรถ รถม้าหน้าตาเรียบง่ายไม่ได้หรูหราอะไรแต่โหยวเหมี่ยวกลับรู้สึกสบายมาก ราวกับว่าพอกลับเข้าไปในด่าน ทุกอย่างก็สงบสุขและปลอดภัย

จะว่าไปแล้วนี่ต่างหากที่เป็นดินแดนของชาวฮั่นอย่างแท้จริง เมื่อก่อนเขาไม่เคยมีความคิดเช่นนี้ แต่หลังจากผ่านประสบการณ์เดินทางออกนอกด่านสักหน พอกลับเข้าจงหยวนอีกครั้งก็รู้สึกว่าทุกคนที่เคยเจอมาเป็นคนดี ทุกสิ่งที่เคยพบเห็นล้วนดีงามไปหมด โหยวเหมี่ยวเห็นหลี่จื้อเฟิงยังคงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็คิดถึงใจอีกฝ่าย ตอนตนเองอยู่นอกด่านเป็นคนต่างถิ่น คิดว่าตอนหลี่จื้อเฟิงอยู่ในจงหยวนก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน อย่าว่าแต่ยังมีฐานะทาสติดตัวอีก

“ข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป” โหยวเหมี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดิมทีก็คิดจะปล่อยเจ้าไปจากจงหยวนดินแดนอันน่าเศร้าอยู่แล้ว”

หลี่จื้อเฟิงมองโหยวเหมี่ยวแวบหนึ่ง โหยวเหมี่ยวเอ่ยต่อว่า “กลับไปจงหยวนอีกครั้ง เจ้าจะไม่คิดถึงบ้านเกิดหรือ”

หลี่จื้อเฟิงส่ายหน้า

“ไม่คิดถึงบ้านเกิดก็ดี ต่อไปคอยติดตามข้าแล้วกัน”

หลี่จื้อเฟิงล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้โหยวเหมี่ยว นั่นก็คือหนังสือสัญญาขายตัวฉบับเก่าของเขานั่นเอง โหยวเหมี่ยวกล่าวว่า “เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้ากับจ้าวเฉาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ต่อไปเราเรียกขานกันเป็นพี่น้องเถอะ ไม่ต้องเป็นทาสอีกต่อไป”

แม้ว่าโหยวเหมี่ยวจะไม่ยอมรับของสิ่งนั้น แต่หลี่จื้อเฟิงยังคงยื่นส่งให้แล้วบอกว่า “การคุ้มครองเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว ต่อให้มากกว่านี้ก็ไม่ได้มากเกินไป เดิมทีชาวเฉวี่ยนหรงก็ไม่มีภูมิลำเนาดั้งเดิม ดังนั้นจึงไม่เคยมีเรื่องการคิดถึงบ้านเกิดอะไรทำนองนั้น”

โหยวเหมี่ยวรับคำ กอดเอวหลี่จื้อเฟิงแล้วฝังใบหน้ากับอกแกร่ง หมวกของหลี่จื้อเฟิงแปลกมาก ดูคล้ายครึ่งหนึ่งของหัวหมาป่า สิ่งที่ดูเหมือนเขี้ยวสองอันบดบังใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มทำให้ดูแตกต่างเป็นคนละคน

โหยวเหมี่ยวนอนขดตัวอยู่ในอ้อมอก สองแขนกอดรอบเอวของอีกฝ่ายแล้วเริ่มง่วง หลี่จื้อเฟิงโอบประคองเขาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง ก่อนโหยวเหมี่ยวจะหลับ ความคิดสุดท้ายที่อยู่ในหัวคือ หลี่จื้อเฟิงผู้นี้ไม่เลวทีเดียว เงินสองร้อยห้าสิบตำลึงเรียกว่าซื้อสมบัติล้ำค่ามาได้แล้ว

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 1

บทที่ 1 ผู้น้อยแซ่หลี่ มีนามว่าโก่วตั้น ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สองร้อยหลี่ ยามเช้าในสำนักศึกษาชิงหงอาบย้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

community.jamsai.com