ธรณินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเล่าต่อว่าเธอกับมุกตาภาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน และเป็นรุ่นเดียวกัน ส่วน ‘ผู้ชายคนนั้น’ เป็นรุ่นพี่ในคณะและเป็นรุ่นพี่ในสายรหัสของมุกตาภาด้วย
และใช่…เขาคือทิวา!
มุกตาภาแอบรักทิวา แต่เขากลับมาใกล้ชิดกับธรณิน มุกตาภาไม่พอใจจนถึงขั้นแอบมาบอกกับธรณินให้เลิกยุ่งกับเขา แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเล่นบทรุ่นน้องที่แสนดีจนธรณินยังงงกับการตีสองหน้าของอีกฝ่าย
ทว่าในตอนนั้นหญิงสาวยังไร้พิษสงและมองโลกในแง่ดี เธอก็เลยไม่อยากบอกปัญหาระหว่างเธอกับมุกตาภาให้เขารับรู้เพราะกลัวว่าเขาจะวางตัวลำบากและไม่สบายใจ
จนป่านนี้ธรณินยังไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นรู้ตัวบ้างมั้ยว่าน้องในสายรหัสคนดีแอบคิดไม่ซื่อกับเขา!
จริงอยู่ว่าเรื่องทิวาทำให้มุกตาภาไม่ชอบธรณิน แต่ด้วยความที่รู้ว่าธรณินค่อนข้างมีอิทธิพล หล่อนก็เลยไม่เข้ามายุ่งกับธรณินอีก และต่างคนก็ต่างอยู่ จนกระทั่งมุกตาภาแอบมาฉกสามีของรศิตานี่แหละ
บางครั้งธรณินก็อดคิดไม่ได้ว่ามุกตาภาอยากจะหาเรื่องเธอ แต่เล่นงานเธอโดยตรงไม่ได้ก็เลยหันไปเล่นงานเพื่อนรักของเธอแทน ที่ผ่านมาธรณินก็พยายามอดทนมาตลอด แต่เมื่อวานนี้เธอสุดจะทนแล้วจริงๆ
“พี่ว่าที่นางตั้งใจฉกผัวเพื่อนคุณแซนด์ทั้งๆ ที่ตัวเองก็น่าจะหาผู้ชายโสดๆ ดีๆ ได้เพราะนางแค้นคุณแซนด์แน่ๆ ประมาณว่าเล่นงานคุณแซนด์ไม่ได้ก็เลยไปเล่นงานเพื่อนรักของคุณแซนด์แทน”
“แซนด์ก็แอบคิดเหมือนกันค่ะ แต่นางก็ไม่น่าจะโง่ขนาดนั้นนะคะ” ใจหนึ่งธรณินก็คิดแบบนั้น แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามุกตาภาจะโง่เอาชื่อเสียงมาแลกเพื่อเล่นงานเธอทางอ้อมเลยหรือ
“ไม่แน่หรอกค่ะ คนเราบางทีความแค้นบังตา มันก็ทำเรื่องโง่ๆ ได้ทั้งนั้นแหละ” อรณัสพูดตามประสบการณ์ที่เคยพบเจอมา “แต่…คุณแซนด์ออกตัวแทนเพื่อนขนาดนี้ปรึกษาเพื่อนแล้วใช่มั้ยคะ”
“ยายศิน่าจะเข้าใจแหละค่ะว่าแซนด์ทำไปก็เพื่อยายศิกับหลาน” ธรณินบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ทั้งผู้ช่วยคนสนิทและครอบครัวทักแบบนี้เธอเองก็เริ่มจะกังวลใจมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่รศิตารู้จักเธอดีที่สุด ธรณินคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้าใจเธอ…
“คราวนี้คงได้พักซะทีนะคะคุณแซนด์”
อรณัสพูดกับเจ้านายสาวขณะเดินออกไปที่ลานจอดรถ หลังจากจบงานแฟชั่นโชว์แล้วทั้งสองก็ช่วยพนักงานเก็บงานทั้งๆ ที่ความจริงเจ้าของห้องเสื้ออย่างธรณินจะกลับก่อนก็ย่อมได้ แต่เธอเป็นเจ้านายที่อยากทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกน้องไม่ใช่เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง เธอจึงมักจะอยู่ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างจนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยเหตุนี้พนักงานทุกคนจึงตอบแทนเธอด้วยหัวใจเช่นกัน
“ก็ขอให้ได้พักอย่างที่คิดไว้สักทีเถอะค่ะ” ธรณินยิ้มบางๆ
ด้วยความที่แบรนด์ Sandra เพิ่งเริ่มต้นมาได้เพียงห้าปี ธรณินอยากให้แบรนด์ของตนเองติดลมบน เธอจึงทุ่มเทให้กับการทำงาน ดูแลเสื้อผ้าแทบทุกขั้นตอน และใส่ใจทุกรายละเอียดจนแทบจะหาเวลาพักผ่อนไม่ได้ แต่มาปีนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง หลังจากที่จบแฟชั่นโชว์ซึ่งเป็นงานใหญ่ เธอก็เลยอยากหยุดพักผ่อนสักหนึ่งสัปดาห์ซึ่งอรณัสก็เห็นด้วย เขาจึงรับปากว่าจะดูแลงานที่ห้องเสื้อแทนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง