“วันนี้ข้าเชิญเจ้ามาที่นี่ก็ด้วยไม่ต้องการให้เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต นอกจากที่ดินผืนนี้กับหญิงงาม ถ้าเจ้ายังมีสิ่งใดที่ต้องการอีก ยกเว้นอาเม่ยของข้า ขอเพียงสกุลเกาเราสามารถให้ได้ก็จะรับปากทุกเรื่อง เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”
เขาพูดจบ สายตาก็จับจ้องหลี่มู่นิ่ง
ตั้งแต่ต้นจนจบหลี่มู่ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว รอจนเกาอิ้นพูดจบ เขาก็ลุกจากที่นั่งขึ้นมาช้าๆ
“ขอบคุณคำพูดจากใจจริงของผู้บัญชาการ ถ้าเซี่ยงกงมีอันใดไม่สะดวก หลี่มู่ก็จะเก็บข้อเรียกร้องเมื่อวานกลับคืนมาก็แล้วกัน ส่วนของอย่างอื่นท่านเก็บไว้เองเถิด ขอบคุณการต้อนรับในวันนี้ หลี่มู่ขออำลา!”
เขายิ้มๆ ประสานมือทำความเคารพเกาอิ้น
เกาอิ้นมองเงาด้านหลังสีเขียวอมดำที่ก้าวยาวๆ ออกไป หัวคิ้วขมวดมุ่น อดมองไปยังฉากบังลมบานหนึ่งในห้องโถงไม่ได้
บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวช้าๆ ออกมาจากด้านหลังฉากบังลม สีหน้าเคร่งขรึมสง่างาม ส่งเสียงตามเงาด้านหลังหลี่มู่ไป “หลี่มู่ ข้ามีคำพูดจะถามเจ้า!”
หลี่มู่หยุดฝีเท้า หันกลับมาเห็นเกาเฉียวปรากฏตัว เขาจึงเดินกลับมา
เกาเฉียวมองเกาอิ้นแวบหนึ่ง
เกาอิ้นผงกศีรษะเล็กน้อย แล้วล่าถอยออกไป
ในห้องโถงเหลือเพียงเกาเฉียวกับหลี่มู่สองคนยืนประจันหน้ากัน
หลี่มู่ทำความเคารพเกาเฉียว อากัปกิริยานอบน้อม
เกาเฉียวกิริยาท่าทีผิดไปจากปกติ ทั้งยังไม่บอกให้หลี่มู่ลุกขึ้น เพียงมองจ้องเขา ถามเสียงเยียบเย็น “เจ้าอาศัยคำพูดพลั้งปากในวันนั้นของข้ายืนกรานให้ข้ายกบุตรสาวให้แต่งงานกับเจ้าในวันนี้ ข้าคาดเดาว่าจะต้องไม่ใช่ความคิดที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลันกะทันหัน เจ้าคิดการวางแผนทุ่มเทความคิดเช่นนี้ ที่แท้แล้วมุ่งหวังสิ่งใดกันแน่”
เขาเพิ่งพูดขาดคำก็พลันมีเสียงฝีเท้ากระชั้นถี่ดังมาจากด้านนอกห้องโถง
เกาเฉียวมองไป เห็นเกาชีถึงกับไม่คำนึงถึงมารยาทรีบร้อนเข้ามาข้างใน ก็ย่นหัวคิ้ว “มีเรื่องใดกัน ลุกลี้ลุกลนถึงเพียงนี้”
เกาชีสีหน้าไม่ชวนมองอย่างยิ่ง เขาหยุดลง มองหลี่มู่ปราดหนึ่ง แล้วก้าวเร็วๆ ไปถึงข้างกายเกาเฉียว ขยับไปที่ข้างหู กระซิบบอก “ต้าจยา แย่แล้วขอรับ เช้านี้ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วกองทัพ บอกเซี่ยงกงรับปากแล้วไม่คืนคำ จะยกแม่นางน้อยให้แต่งงานกับหลี่มู่ เวลานี้ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ ต่างพูดกันไปทั่ว!”
เกาเฉียวสีหน้าแปรเปลี่ยน หันไปมองหลี่มู่ทันที เห็นเขายืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ถึงกับไม่มีอะไรผิดปกติ มีเพียงส่วนลึกในดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า เกาเฉียวจับจ้องหลี่มู่ด้วยแววตาคมกริบดุจกระบี่ ยิ้มหยันพลางผงกศีรษะ “ดีๆ! คิดไม่ถึงว่าข้าเกาเฉียวผาดโผนมาครึ่งชีวิต ถึงกับถูกเจ้าซือหม่ากองนอกเล็กๆ ผู้หนึ่งเตะเล่นไปมาอยู่ระหว่างเท้ากับมือ! ช่างเป็นคนหนุ่มที่น่ายำเกรงอย่างแท้จริง!”
เขาพูดจบก็ไม่รั้งอยู่ต่อไปอีก หมุนตัวก้าวเร็วๆ ออกจากห้องโถงใหญ่ เงาร่างหายลับไปจากนอกประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว แทบจะห้อตะบึงออกจากเขตที่ดินศักดินา
บ่าวไพร่ผู้ติดตามเห็นผู้เป็นนายออกมาแล้วก็รีบเข้าไปรับหน้า “ต้าจยารอสักครู่ บ่าวจะไปบังคับรถเทียมวัวมาเดี๋ยวนี้…”
“เตรียมม้าให้ข้า!”
เกาเฉียวตวาดออกมาคำหนึ่ง รอม้ามาถึงเขาก็กระโดดขึ้นหลังม้า แขนเสื้อกว้างพองลม เหวี่ยงแขนสะบัดแส้หวดไปทีหนึ่ง ควบม้ามุ่งหน้าไปยังคูเมืองอย่างรวดเร็ว