ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 9-บทที่ 10 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 9-บทที่ 10

โต๊ะด้านซ้ายมือของเกาเฉียวว่างอยู่ น่าจะเป็นที่นั่งของสวี่มี่เมื่อครู่ก่อน ทุกคนถือสุราพูดคุยยิ้มหัวกัน จูจย่งกำลังสรรเสริญลู่เจี่ยนจือบุตรชายคนโตของลู่กวงที่สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งที่หลินอี้และเจียงเป่ย ทุกคนต่างก็คล้อยตาม

ลู่กวงย่อมเบิกบานใจ แต่กลับสั่นศีรษะติดๆ กัน เอ่ยปากถ่อมตนไม่หยุด กระทั่งเห็นสวี่มี่พาหยางเซวียนเข้ามา หลายคนต่างก็หันมามอง

หยางเซวียนเป็นขุนพลผู้ห้าวหาญอันดับหนึ่งในกองทัพของสวี่มี่ คนเหล่านี้ต่างรู้ดี เขาทำความเคารพทุกคนที่นั่งอยู่ในงานเลี้ยง เกาเฉียวพยักหน้ายิ้มน้อยๆ บอกเขาไม่ต้องมากมารยาท ลู่กวงยังไม่ได้ขยับ จูจย่งกับคนอื่นๆ เพียงมองไปที่สวี่มี่ จูจย่งบอกว่า “เมื่อครู่กำลังพูดถึงเรื่องเดือนหน้าเทศกาลฉงหยาง ต้องขึ้นที่สูง เหตุใดท่านไม่อยู่ฟังเสียเล่า”

สวี่มี่ยิ้มบอก “ป๋อสยงมาหาข้า บอกมีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งอยากจะขอพบจิ่งเซิง เมื่อครู่ทุกท่านคงดื่มสนุกสนานกันพอสมควรแล้ว เก็บไว้ฉลองกองทัพคืนนี้บ้างเป็นอย่างไร”

ในเมื่อสวี่มี่เอ่ยปากเช่นนี้แล้ว คนอื่นที่เหลือย่อมไม่รั้งอยู่ต่อ เพียงมองหยางเซวียนแวบหนึ่งแล้วพากันลุกขึ้น

เกาเฉียวกล่าวลากับลู่กวงและคนอื่นแล้วก็กลับมานั่งที่ เรียกหยางเซวียนเข้ามานั่ง

หยางเซวียนย่อมไม่กล้าวางท่าทางใหญ่โต ยังคงยืนอยู่ที่นั่นและทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ขอบคุณเซี่ยงกง ผู้น้อยยืนพูดก็ดีแล้วขอรับ”

เกาเฉียวเห็นเขาไม่นั่งก็ไม่ฝืนใจ

“เมื่อครู่ซือถูบอกเจ้ามีเรื่องสำคัญจะพบข้า มีเรื่องอันใดหรือ”

“เซี่ยงกงยังจำเรื่องที่เมื่อก่อนเคยรับปากหลี่มู่ไว้ได้หรือไม่ขอรับ วันนี้หลี่มู่มาหาผู้น้อย บอกมีเรื่องจะขอจากเซี่ยงกง…”

หยางเซวียนออกจะไม่กล้ามองสบตาเกาเฉียว ได้แต่พูดอย่างอึกๆ อักๆ

เกาเฉียวตระหนักรู้ขึ้นมาในฉับพลัน ตบหน้าผากตนเองเบาๆ ยิ้มแล้วบอก “จะลืมได้อย่างไรกัน นับว่าเขานึกออกแล้ว เขามีเรื่องอันใดหรือ”

“เรียนเซี่ยงกง เรื่องที่หลี่มู่ร้องขอก็คือ…”

ยามที่หยางเซวียนอยู่ในสนามรบ เขามีท่าทีองอาจห้าวหาญยากจะหาใครเทียบได้ แม้ต้องเผชิญกับข้าศึกนับพันนับหมื่นสีหน้าก็ไม่แปรเปลี่ยน แต่เวลานี้ต้องเผชิญหน้ากับสายตาแฝงรอยยิ้มของเกาเฉียวที่มองมา ส่วนลึกในใจของเขากลับรู้สึกหวั่นหวาด ถึงกับไม่กล้าเอ่ยคำพูดไม่กี่คำนั้นออกมาจากปาก

เกาเฉียวเห็นพักใหญ่แล้วเขาก็ยังไม่พูดต่อ ดวงตาหลบๆ เลี่ยงๆ หน้าผากกลับค่อยๆ มีเม็ดเหงื่อหยดลงมาไม่ขาดสาย ตนหรี่ตามองอยู่แวบหนึ่ง ในใจอดนึกฉงนไม่ได้ จึงยิ้มแล้วบอก “เขาร้องขอด้วยเรื่องอันใด พูดออกมาเถิด”

มาถึงขั้นนี้แล้วควรพูดหรือไม่ก็ได้แต่ต้องพูดออกมาแล้ว

“เรื่องที่หลี่มู่ร้องขอก็คือ…ต้องการแต่งงานกับบุตรีของเซี่ยงกง…”

หยางเซวียนกัดฟัน ในที่สุดก็เอ่ยคำพูดไม่กี่ประโยคที่เก็บซ่อนอยู่โคนลิ้นพลิกไปพลิกมาหลายครั้งออกมาสำเร็จ

เดือนแปดแม้จะผ่านช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงมาแล้ว แต่ดวงอาทิตย์ยังคงร้อนแผดเผาทุกวัน ในกระโจมยังคงร้อนอบอ้าว

เมื่อครู่ก่อนเกาเฉียวดื่มสุราลงไปสองจอก โคนลิ้นรู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อยจึงยกกาน้ำชาที่มีหูหิ้วบนโต๊ะ มารินลงในถ้วยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

พอได้ยินคำพูดเหล่านี้มือเขาพลันสั่น รอยยิ้มมุมปากชะงักค้าง มือข้างนั้นก็นิ่งค้างอยู่กลางอากาศ

เกาเฉียวเลิกเปลือกตาขึ้น มองหยางเซวียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง เห็นเหงื่อที่หน้าผากเขาเปียกชุ่ม ทั้งร่างประหนึ่งเพิ่งช้อนขึ้นมาจากในหม้อ เกาเฉียวก็ค่อยๆ วางกาน้ำชาในมือลง

“ขุนพลหยาง เมื่อครู่เจ้าบอกว่าหลี่มู่ต้องการจะขอแต่งงานกับบุตรสาวของข้าเช่นนั้นหรือ”

เขาย้อนถามอย่างเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงในช่วงท้ายสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อำพรางความรู้สึกไว้เป็นอย่างดี นอกจากสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึมแล้วก็มองไม่ออกว่าพอใจหรือไม่พอใจกันแน่

หยางเซวียนเห็นสภาพการณ์แล้วจึงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง รีบบอก “เซี่ยงกงวางใจ ผู้น้อยก็ทราบดีว่าเรื่องนี้เหลวไหล กลับไปจะพูดคุยกับเขาให้ดีอีกครั้ง จะต้องให้เขาล้มเลิกความคิดนี้เสีย!”

มือข้างนั้นของเกาเฉียวคลายจากหูหิ้วทองแดงของกาน้ำชาช้าๆ จัดเสื้อผ้าแล้วขยับนั่งตัวตรง ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

“หลี่มู่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้น้อยมาหลายปี เขาไม่ใช่คนที่ทำดีเพื่อหวังสิ่งตอบแทน ครั้งนี้ก็เป็นเพราะเขาอายุยังน้อยไม่รู้การควรไม่ควร ยิ่งไม่รู้ในหลักการครองตนจึงได้มีความคิดไม่สมควรเช่นนี้ เชื่อว่าเขาคงไม่ได้คิดที่จะล่วงเกิน หวังว่าเซี่ยงกงจะไม่ตำหนิเขา”

หยางเซวียนกล่าวอย่างระมัดระวัง

เกาเฉียวยังคงนิ่งเงียบ

“เซี่ยงกงมีตำแหน่งฐานะสูงส่ง งานยุ่งไม่มีเวลาแม้จะนั่งให้นานหน่อย เดิมผู้น้อยก็ไม่ควรเอาเรื่องเหลวไหลเช่นนี้มารบกวนเซี่ยงกง เซี่ยงกงโปรดอย่าได้ใส่ใจ ผู้น้อยจะไปตอบหลี่มู่เดี๋ยวนี้ ผู้น้อยขอตัวก่อน”

หยางเซวียนทำความเคารพเกาเฉียวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะอย่างนอบน้อม เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วหมุนตัวจะจากไป

“ขุนพลหยาง!”

หยางเซวียนเดินมาถึงหน้าประตูกระโจมก็พลันได้ยินเกาเฉียวร้องเรียกตนจากทางด้านหลัง

เกาเฉียวเหลือบตาขึ้นช้าๆ ดวงตาทั้งสองมองมาที่หยางเซวียน กล่าวเสียงราบเรียบ

“เจ้ากลับไปแล้ว ยังไม่ต้องพูดอะไรกับหลี่มู่มากนัก เรื่องนี้ให้ข้าไตร่ตรองดูก่อน แล้วค่อยให้คำตอบ”

หยางเซวียนออกจะตื่นตะลึงไม่น้อย เขางุนงงอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็บอกอย่างนอบน้อม “น้อมรับคำสั่งเซี่ยงกง ผู้น้อยขอตัวก่อน”

เกาเฉียวไม่ได้เอ่ยปากอีก รอหยางเซวียนออกไปแล้วจึงค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวดุจหิมะที่พกติดตัวอยู่ออกมาซับเหงื่อที่ซึมออกมาจากหน้าผาก

นัยน์ตาทั้งสองมองตรงไปยังทิศทางที่หยางเซวียนเดินจากไป แววตาจับนิ่ง ผ่านไปครู่หนึ่งก็เอื้อมมือไปยกกาน้ำชาที่วางลงไปเมื่อครู่ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วรินน้ำชาลงไปในถ้วย คล้ายทำไปตามสัญชาตญาณ

น้ำชาไหลโกรกจากพวยกาไหลลงในถ้วยไม่หยุด ค่อยๆ ไหลจนเต็มถ้วย เขาอยู่นิ่งไม่ขยับ มือข้างที่ถือกาน้ำชายังคงไม่วางลง

น้ำชาล้นจากปากถ้วยค่อยๆ ไหลนองลงไปบนโต๊ะ เปียกชายแขนเสื้อที่ห้อยลงมาของเขาเป็นวงกว้างไปแถบหนึ่ง เขากลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย

มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงของเกาหวนที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นที่ด้านนอกกระโจม “ท่านลุงอยู่ข้างในหรือไม่”

เกาเฉียวสะดุ้งพลันตื่นจากภวังค์ ตกใจที่เห็นว่าตนเองคุมสติไม่อยู่ เขารีบวางกาน้ำชาลง ก้มหน้าลงเช็ดแขนเสื้อกับคราบน้ำบนโต๊ะมือไม้พันกันยุ่ง

“ท่านลุง!”

เกาหวนก้าวยาวๆ เข้ามา ทำความเคารพเกาเฉียวที่นั่งอยู่

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 1

บทที่ 1 เมฆดำบดบังจันทรา หิมะโปรยมาหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหนาวเย็นเข้ากระดูกเช่นนี้ ทั้งยังเพิ่งผ่านยามโฉ่ว ทุกครัวเรือนดับ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 1

บทที่ 1 วันเวลาย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่เมื่อดวงตะวันลับหายไปทางทิศตะวันตก ความหนาวเย็นยามสายัณห์ยังคงเสียดแทงดุจใบม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

community.jamsai.com