อันที่จริงแล้ว เหตุที่หลี่ไท่เคี่ยวเข็ญให้นางกินเนื้อสัตว์ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน เขารับตัวอี๋อวี้มาจากที่พำนักของเหยาฮ่วง วันแรกเห็นนางกระทั่งลุกจากเตียงก็ยังยาก อีกทั้งเหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงงานเสกสมรส หลังจากหมอหลวงหลี่จับชีพจรให้นาง ราตรีนั้นก็รายงานกับหลี่ไท่จบแล้วยังเอ่ยต่อคำหนึ่งด้วยความปรารถนาดีว่าสตรีที่ยังไม่ออกเรือนผอมบางเกินไปไม่ดี หลี่ไท่ไม่เข้าใจเหตุผล เห็นเขาอึกๆ อักๆ ก็ชักสีหน้า หมอหลวงหลี่เห็นดังนั้นจำต้องทำใจดีสู้เสือบอกกล่าวตามสัตย์จริงว่า สตรีร่างผอมเข้าหอคืนแรกมักเจ็บปวดยากทานทนกว่าคนทั่วไป ครั้นเห็นหลี่ไท่ไม่เพียงไม่โกรธา กลับฟังเขาพูดอย่างเอาจริงเอาจัง เขาก็เลยบอกกำชับสิ่งพึงระวังในการร่วมหอของสามีภรรยาต่างๆ นานาในคราเดียวจนหมด
หลี่ไท่ฟังแล้วย่อมต้องจดจำใส่ใจ แม้นเมื่อคืนเขาจะเมาสุราอยู่บ้าง แต่สติยังแจ่มชัดอยู่ จำได้ดีว่าตนเองกอดใครลูบส่วนใด จึงเกรงว่านางจะต้องทนทรมานในคืนเข้าหอจริงๆ ถึงได้กล่าวเตือนขึ้นก่อนนางกลับไป กลับเป็นเหตุให้นางเข้าใจผิดเสียแล้ว
ทางด้านอี๋อวี้กลับถึงสวนผูเจินตั้งแต่ยังไม่เที่ยงวัน หลูซื่ออยู่เรือนหลังตรวจตราสาวใช้ตัดเย็บเครื่องห้อยประดับจากผ้าไหมแดงอยู่ ได้ยินว่าบุตรสาวกลับมาก็ทิ้งกรรไกรกับสายวัดหนังในมือลง วิ่งลิ่วๆ ออกไปรับคน
อี๋อวี้พักในวังอ๋องสองวันนี้ ได้กินดีอยู่ดีและเห็นหน้าชายในดวงใจทุกวัน อาการทางใจดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เหลือแค่ร่างกายที่ยังไม่หายสนิท ทว่าดูมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นกว่าวันที่จากไป หลูซื่อเห็นแล้วดีใจเช่นกัน จูงมือนางไปพูดคุยกันในโถงได้ครู่หนึ่งก็กลัวนางเหน็ดเหนื่อยอีกจึงบอกให้กลับห้องนอนพัก แต่อี๋อวี้ไม่ยินยอม สอดมือคล้องแขนมารดาแล้วโยกไปโยกมาเอ่ยพูดเสียงอ่อนๆ
“ข้าใกล้จะหายดีแล้ว คุยกับท่านแม่เหนื่อยแล้วค่อยไปพักผ่อน จริงสิ ไฉนไม่เห็นหน้าท่านอาหาน แล้วสืออวี้ล่ะเจ้าคะ”
ตอนแรกนางตั้งใจจะเบี่ยงเบนความสนใจของมารดาถึงได้กล่าวอย่างนี้ ทว่าหลูซื่อกลับขมวดคิ้วมุ่น กุมมือนางกล่าวว่า “สืออวี้เด็กคนนั้น ตอนพวกเราไปพักที่อื่นหลายวันนั่น นางถึงกับเขียนสารทิ้งไว้แล้วไปฉางอัน ท่านอาหานของเจ้าไปตามหานางแล้ว”
อี๋อวี้ตกตะลึงไปก่อน หลังจากนั้นรีบเอ่ยถาม “สารอยู่ไหนเจ้าคะ นางบอกหรือไม่ว่าไปทำอะไร”
“เขียนบอกสั้นๆ ไม่กี่คำว่าไปเที่ยวที่ฉางอัน” หลูซื่อกล่าวอย่างโกรธเคือง “เจ้าว่าหญิงสาวอย่างนางไปเมืองหลวงคนเดียว ไม่มีคนรู้จัก ไม่คุ้นเคยที่ทาง หากพบเจอคนไม่ดีเข้า… นี่ตั้งกี่วันแล้วยังไม่กลับ จะไม่ให้คนร้อนใจเป็นห่วงนางได้หรือ”
อี๋อวี้ไม่รู้ว่าตนเองคิดมากไปใช่หรือไม่ นางรู้สึกไม่วายว่าหานสืออวี้ฉวยจังหวะหานลี่ไม่อยู่หนีไปฉางอัน น่าจะมีสาเหตุจากตู้รั่วจิ่นอย่างหนีไม่พ้น แต่นางจะบอกหลูซื่อตามตรงก็ไม่ถนัดปาก ได้แต่พูดปลอบใจ
“ท่านแม่อย่าวิตกมากเกินไป นางเป็นวรยุทธ์ ทั้งมิใช่คนโง่เขลา ถึงพบเจอคนไม่ดีเข้าจริงๆ คิดว่าคงไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบหรอกเจ้าค่ะ”
หลูซื่อบ่นกระปอดกระแปดอีกหลายคำ แต่กลัวตนพูดมากไปอี๋อวี้จะพลอยกังวลไปด้วย นางจึงยื่นมือไปปัดๆ เรือนผมบุตรสาว พลางเปลี่ยนเรื่องพูด
“ไม่เอ่ยเรื่องนี้แล้ว ในเมื่อเจ้าไม่เหนื่อย อย่างนั้นก็พอดีเลย พักก่อนแม่ไหว้วานท่านป้าอวิ๋นซื้อสาวใช้ที่พื้นเพขาวสะอาดให้หลายคน เมื่อคืนเพิ่งส่งตัวมาที่นี่ เจ้าไปเลือกดูสิ”
ติดตามตอนต่อไป