ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทที่ 3-4 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน บทที่ 3-4

ทว่าเท่านี้ก็ทำให้ใต้หล้ามีสันติสุขได้แล้วหรือ ชิงหลวนขมวดคิ้ว ยังไม่กล่าวถึงว่าราชวงศ์จิ้นแห่งเจียงจั่วต่างหากที่เป็นผู้ปกครองใต้หล้าที่ถูกต้องตามเชื้อสาย ต่อให้เป็นภายในอาณาเขตของแคว้นฉินเอง ชนเผ่าที่ไม่กี่ปีก่อนยังยุ่งง่วนกับการรบรากันเองเหล่านี้มีหรือจะสามารถสลายความแตกต่างระหว่างเผ่า ความแค้นจากศึกสงคราม ตลอดจนความโลภต่ออำนาจและผลประโยชน์ได้เร็วปานนี้

ไม่ สลายไม่ได้หรอก

ก้นบึ้งหัวใจของชิงหลวนให้คำตอบเช่นนี้ออกมา

ฉางอัน…ฉางอันนี้เกรงว่าคงเป็นอีกคราที่ไม่สามารถรักษาความสงบได้ยาวนานเยี่ยงชื่อ แล้ว

“พี่ชิงหลวน ท่านกำลังคิดอะไรอยู่”

โต้วหวั่นเอ๋อร์เขย่าแขนชิงหลวน นางถึงได้รู้สึกตัว “ไม่มีอะไร แค่กำลังคิดถึงที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ ราชวงศ์ที่ปรีชาสามารถ…ฝ่าบาททรงเป็นบุคคลผู้ทรงพระปรีชาสามารถจริงๆ”

“ใช่แล้ว! ชาวฮั่นอย่างพวกท่านอย่าได้ดูถูกชาวตีอย่างพวกข้าเชียว! ฝ่าบาททรงแต่งตั้งมู่หรงเหว่ยอดีตฮ่องเต้แคว้นเยียนเป็นเสนาบดี ซ้ำยังให้มู่หรงฉุยอาของเขาเป็นเจ้าเมืองนครหลวง เหยาฉางหัวหน้าเผ่าเชียงก่อนหน้านี้บัดนี้ก็เป็นผู้นำกองทัพของฝ่าบาทเช่นกัน แม้กระทั่ง…แม้กระทั่งเขาเองก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการแดนเหนือเชียวนะ…” พูดมาถึงตรงนี้โต้วหวั่นเอ๋อร์ก็หน้าแดง ก้มหน้าลงอีก ก่อนพูดอ้อมไปว่า “น้องชายของเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองผิงหยางเช่นกัน แล้วไหนจะหยางติ้งแห่งโฉวฉือ ได้ยินว่าฝ่าบาทยังตั้งพระทัยจะรับเขาเป็นราชบุตรเขย…”

ชิงหลวนกล่าวว่า “มองไม่ออกเลยว่าท่านเป็นอิสตรีนางหนึ่ง ดูใส่ใจเหตุการณ์บ้านเมืองยิ่งนัก”

“พี่ชายข้าบ่นอยู่ในบ้านทั้งวัน ข้าไม่อยากฟังก็ทำไม่ได้นี่!” โต้วหวั่นเอ๋อร์คิดแล้วรู้สึกว่าประเด็นนี้น่าเบื่อยิ่ง จึงรีบลงข้อสรุป “เอาเป็นว่าฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง! ตายจริง ลายนี้งามเสียจริง พี่ชิงหลวน ท่านดูเร็วเข้า!”

ชิงหลวนมองไป รู้สึกเพียงเห็นแต่ความงดงามละลานตา แต่ที่แท้แล้วเป็นลวดลายอะไรนั้นกลับมิได้ใส่ใจ ทั้งสมองนางมัวแต่คิดว่าเผ่าตี…จะสามารถกลายเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของใต้หล้าได้จริงหรือ

 

เวลาหนึ่งวันผ่านไปในชั่วพริบตา วันคล้ายวันเกิดของฝูเจียน โต้วหวั่นเอ๋อร์มาหาชิงหลวนตั้งแต่เช้า ชิงหลวนสวมชุดสาวใช้เสร็จก็ตามโต้วหวั่นเอ๋อร์เข้าวัง

ตำหนักเว่ยยางนั้นสมชื่ออันยิ่งใหญ่ ยังไม่ทันก้าวเข้าไปก็เห็นหมู่เรือนสูงตระหง่าน ห่วงทองแดงรูปสัตว์บนประตูสีชาดมองมาอย่างน่าคร้ามเกรง สายตาดูเกรี้ยวกราดวาวโรจน์ เข้าไปจากประตูทิศตะวันออกเห็นเพียงทางด้านหน้ามีระเบียงยาวกว้างขวางอยู่เส้นหนึ่ง สองข้างทางมีหมู่เรือนวิจิตรโอ่อ่าตั้งเรียงรายอยู่จำนวนมาก

ยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงตอนค่ำ ชิงหลวนเดินตามโต้วหวั่นเอ๋อร์ไปยังอุทยานหลวง เหล่าสตรีจับกลุ่มสนทนาพาทีกันอยู่ไม่กี่คน

ฝูเป่าเห็นพวกโต้วหวั่นเอ๋อร์เดินมาก็ลุกขึ้นต้อนรับ “รอเจ้าอยู่นานแล้ว มาได้เสียที!” นางขยิบตาให้ชิงหลวนเป็นนัยว่ามีคนนอกอยู่ ไม่สะดวกจะคุยด้วย

ชิงหลวนทำความเคารพ บนหน้ามีรอยยิ้ม แสร้งทำเป็นไม่รู้จักเช่นกัน

ที่สุดแล้วโต้วหวั่นเอ๋อร์ก็ยังมีอุปนิสัยของเด็กสาว ครั้นเห็นว่าผู้อื่นไม่ได้สนใจก็กระซิบถามฝูเป่าว่า “เจ้าเห็นพี่หงแล้วหรือยัง”

ฝูเป่าตอบยิ้มๆ “มู่หรงหงเพิ่งจะมาถึงฉางอันเช้าวันนี้ บัดนี้ไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อพร้อมกับเหล่าขุนนางใหญ่แล้ว เจ้าทำเป็นร้อนใจไปได้”

โต้วหวั่นเอ๋อร์เบะปากพลางกล่าวว่า “เจ้าก็ช่างไม่ร้อนใจเอาเสียเลย ก่อนพี่เฟิ่งกลับมาข้าเห็นเจ้าร้อนใจเสียยิ่งกว่าใครๆ! กังวลว่าเขาจะกลายเป็นหงส์ฟ้าบินหนีหายไปจริงๆ อย่างไรอย่างนั้น”

เห็นคนทั้งสองโต้ตอบกันไปมาชิงหลวนก็นับว่าเข้าใจแล้ว พวกนางต่างพึงใจในตัวอนุชนทั้งสองของสกุลมู่หรงแห่งเผ่าเซียนเปย มู่หรงหงและมู่หรงชง ส่วนคนหนุ่มที่ได้พบเมื่อวันก่อนนั้นน่าจะเป็นมู่หรงชง

ห้าปีก่อนแคว้นฉินทำลายแคว้นเยียน มู่หรงเหว่ยฮ่องเต้แคว้นเยียนถวายตราหยก ขอสวามิภักดิ์ต่อฉินอ๋อง จากนั้นก็พาคนในเผ่าของเขา เหล่าขุนนาง รวมถึงชาวเซียนเปยรวมสี่หมื่นกว่าครัวเรือนอพยพมายังฉางอัน ฝูเจียนสถาปนามู่หรงเหว่ยเป็นซินซิงจวิ้นโหว อดีตผู้ใต้ปกครองในแคว้นเยียนนับตั้งแต่เขาลงไปก็ได้รับราชการในแคว้นฉินด้วยกันทั้งสิ้น

โต้วหวั่นเอ๋อร์พลันเก็บสีหน้าลง ถามขึ้นว่า “อาเป่า เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าในหมู่ราษฎรมีลำนำอยู่บทหนึ่ง” นางชะงักเล็กน้อยก่อนลดเสียงให้เบาลง “หนึ่งตัวเมียอีกหนึ่งตัวผู้ ทั้งคู่โบยบินเข้าพระราชวัง”

ฝูเป่าใบหน้าเปลี่ยนสี พูดด้วยโทสะ “ถ้อยคำบัดซบตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนพรรค์นี้ ใครกล้าเอาออกมาพูดอีก แพร่ข่าวลือเยี่ยงนี้ไม่กลัวถูกบั่นศีรษะหรือไร!”

“เช่นนี้หมายความว่าเจ้ารู้เรื่อง?” โต้วหวั่นเอ๋อร์กล่าว “สองปีก่อนฝ่าบาทได้ทรงแต่งตั้งพี่เฟิ่งไปเป็นเจ้าเมืองผิงหยางเพื่อที่จะสยบข่าวลือนี้ บัดนี้เขากลับมาถวายพระพรฝ่าบาท ในเมืองฉางอันก็มีคำพูดเช่นนี้แพร่ออกมาอีกแล้ว อาเป่า ข้าเพียงแต่เตือนเจ้า วันหน้าจะคิดทำเช่นไรยังต้องคอยดูพระราชประสงค์ของฝ่าบาท”

ฝูเป่ากัดริมฝีปาก พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

ชิงหลวนเชื่อมโยงข่าวคราวที่ได้ยินจากในหมู่ราษฎรสองสามวันมานี้ก็รู้สาเหตุแล้ว

บุรุษชมชอบบุรุษเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางมานับตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยราชวงศ์จิ้นแล้ว เชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงมักชอบเลี้ยงเด็กชายรูปงามไว้ข้างกาย…ในปีที่มู่หรงชงเข้ามายังแคว้นฉินเพิ่งจะอายุได้สิบสองปี นางนึกถึงรูปโฉมที่ทั่วทั้งใต้หล้ายังพานพบได้ยากนั้นของมู่หรงชงแล้วก็อดจะหัวใจบีบรัดไม่ได้ คำตอบเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง แต่ก็มิกล้าคิดลึกลงไปต่อ เคยได้ยินว่าสกุลมู่หรงแห่งเผ่าเซียนเปยไม่ว่าบุรุษหรือสตรีจะมีดวงตาลึก จมูกโด่ง ใบหน้างดงามพริ้งเพริศ แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางยุคสมัยที่บ้านเมืองปั่นป่วนนี้กลับคล้ายว่าจะหาใช่เรื่องโชคดีไม่

หญิงสาวทั้งสามต่างคนต่างใช้ความคิด ทำให้รอบข้างเงียบสงัดไปชั่วขณะ

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาฉับไวดังมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของเด็กหญิงตัวน้อย เงาร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งโผมาอยู่บนตัวฝูเป่า “พี่หญิงๆ!”

ฝูเป่าประคองเด็กคนนั้นให้มั่นคงแล้วเอ่ยถาม “ไยเจ้าจึงกลับมาเร็วปานนี้”

เด็กหญิงตอบว่า “เสด็จพ่อตรัสว่ามีเรื่องจะคุยกับอัครเสนาบดีหวัง ให้คนอื่นๆ แยกย้ายไปก่อน”

เด็กคนนี้ก็คือฝูจิ่นพระธิดาคนเล็กของฝูเจียน เมื่อครู่นี้ฝูเป่าให้นางไปสืบข่าวมา

ครั้นได้ยินว่าฝูเจียนให้คนทั้งหลายแยกย้ายกันแล้ว ฝูเป่าก็รีบถามว่า “เจ้าเห็นพี่เฟิ่งหรือยัง”

เห็นฝูจิ่นงุนงงอยู่บ้างโต้วหวั่นเอ๋อร์จึงเอ่ยเสริมว่า “ก็คือพี่ชายตัวสูงๆ ผอมๆ ที่หน้าตาดีที่สุดคนนั้น”

พูดเช่นนี้เด็กหญิงก็จำได้แล้วจึงตอบว่า “เห็นแล้ว เขาขอพระราชานุญาตจากเสด็จพ่อเพื่อไปเยี่ยมจิ่นฟูเหริน* โดยเฉพาะ! เสด็จพ่อทรงชอบเขา แต่พี่ฮุยเกลียดเขา!”

“อาจิ่น เรื่องนี้พูดกับพี่หญิงได้ไม่เป็นไร แต่ต่อไปห้ามเที่ยวนำไปพูดส่งเดชอีก!” ฝูเป่ากำชับก่อนให้นางไปเล่นในสวน จากนั้นก็หันมากล่าวกับโต้วหวั่นเอ๋อร์ “บัดนี้เจ้าเองก็ไม่สะดวกจะไปหามู่หรงหงเช่นกัน พวกเราไปหาจิ่นฟูเหรินก็แล้วกัน”

โต้วหวั่นเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อ “ตกลง!”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 5

บทที่ 5 เสิ่นหุยไร้ท่าทีตอบสนอง นางมองเผยไหวกวงอย่างตกตะลึง ยังคิดว่าตนเองฟังผิดไป “ไม่รบกวนจั่งอิ้นแล้ว” ปากของนางตอบสน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 4

บทที่ 4 เผยเซียวหยวนเดินออกจากห้องหนังสือ ครั้นเดินผ่านระเบียงทางเดินข้างลานเรือนก็หยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ามองไปทางห้องพักแ...

community.jamsai.com