เมื่อยืนมองลงไปจากบนยอดไม้สูง ภูมิลักษณ์ของวังชั่นอ๋องยังคงเป็นลักษณะกักเก็บรวมพลังเช่นเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อคราก่อน
แต่คราวนี้เมื่อชุยเสียวเสี่ยวนึกได้ว่าท่านอาจารย์ถังโหย่วซู่ของนางเคยวิเคราะห์ไว้ว่าที่แห่งนี้จัดภูมิลักษณ์ไว้เพื่อปล้นชิงพลังของผู้อื่นมารวมไว้ที่ตนฝ่ายเดียว นางก็ได้แต่พยักหน้าลอบนับถือชื่นชมอยู่ในใจ
อาจารย์ก็คืออาจารย์ สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์แห่งศาสตร์ภูมิลักษณ์ผู้งำประกายไม่เปิดเผยตัว
สกุลซย่าเรียกได้ว่าเป็นพวกที่เสียรู้ถูกเอาเปรียบเป็นร้อยๆ ปี จากเดิมที่มีชะตาจักรพรรดิห้าร้อยปีอยู่ดีๆ กลับถูกผู้อื่นโกงเอาดวงชะตาไปถึงสองร้อยปี
ครั้นคิดถึงว่าสกุลซย่าถูกเทพสวรรค์หลอกปล้นเอาดวงชะตาไป ถึงขั้นเหลืออยู่เพียงไม่เท่าไร ราวกับโดนปล้นแม้แต่กางเกงตัวใน…
หากชั่นอ๋องในฐานะอนุชนรุ่นหลังของราชวงศ์สกุลซย่าทรงรู้เหตุผลที่มาที่ไปนี้จากสมุดบันทึกเป็นตายก็คงไม่อาจสงบใจนิ่งเฉยได้ และคิดจะวาดน้ำเต้าตามแบบลักขโมยเอาพลังโชคภูมิลักษณ์ของผู้อื่นมาเสริมเติมส่วนที่ขาดพร่องไปของตนเอง
แต่ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวไม่มีเวลาคิดถึงความต่ำช้าของชั่นอ๋องมากนัก เพราะบนยอดหอสูงของวังอ๋องมีรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยจื้อซึ่งสามารถหยั่งรู้จิตใจคนคอยสกัดกั้นผู้บุกรุกที่มีเจตนาร้ายต่อเจ้าของวังไม่ให้เข้าไปได้
นางเองก็ไม่รู้ว่ายันต์เร้นกายที่นางสร้างจากแผ่นเงินจะใช้ได้ผลกับเซี่ยจื้อหรือไม่
ชั่วขณะที่ติดยันต์เร้นกาย นางรู้สึกได้ทันทีว่าลมหายใจของตนเหมือนถูกบดบังซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด อิทธิฤทธิ์ของยันต์เร้นกายเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาลแล้วจริงๆ
เพียงแต่ยันต์เร้นกายนี้ก็ยังมีกำหนดเวลาอยู่เช่นกัน พวกนางจะต้องเข้าไปในวังชั่นอ๋องให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งชั่วยาม มิเช่นนั้นทั้งคู่ก็จะเผยร่างออกมาให้เห็นทันที
ครั้นแล้วทั้งสองก็อาศัยจังหวะตอนที่ประตูใหญ่ของวังชั่นอ๋องเปิดกว้างเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน เดินตามขบวนรถม้าของแขกสูงศักดิ์ผู้นั้นเข้าวังชั่นอ๋องไปอย่างผ่าเผย
เซี่ยจื้อซึ่งมีอำนาจสูงส่งนั้นประดับอยู่บนยอดหอสูงที่สุด ดูเหมือนว่ามันจะจับสังเกตอะไรมิได้ ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเป็นเพียงรูปสลักธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง
ได้ยินว่าแขกสูงศักดิ์ที่เข้าวังอ๋องมาครั้งนี้ก็คือหลานชายของชั่นอ๋อง หรือก็คือรัชทายาทองค์ปัจจุบันนั่นเอง
พระองค์ทรงพาขุนนางคนสนิทมาด้วยหลายคน พระชายาเอกและเหล่าพระชายารองก็ตามเสด็จมาปฏิบัติราชกิจแถวๆ เมืองลั่วอี้ด้วยเช่นกัน จากนั้นก็ถือโอกาสล่องเรือมาพำนักที่วังของเสด็จอา
แม้ชั่นอ๋องจะทรงเป็นผู้อาวุโส แต่ด้วยบรรดาศักดิ์ที่ต่ำกว่าก็ต้องออกมารับเสด็จด้วยองค์เอง
ว่ากันว่ารัชทายาทมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับชั่นอ๋อง เมื่อยังพระเยาว์ทั้งสองพระองค์ก็เล่นสนุกในวังด้วยกัน แม้จะเรียกว่าเป็นอาหลาน แต่แท้จริงแล้วก็เหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า
แต่ต่อมาหลังจากอดีตจักรพรรดิมีพระอาการประชวรหนักจนเสด็จสวรรคตลง จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็ขึ้นครองราชย์ต่อและอวยยศให้พระอนุชาผู้ยังเยาว์วัยพระองค์นี้ขึ้นเป็นอ๋องครองเมืองลั่วอี้ตามพระราชประสงค์สุดท้ายของอดีตจักรพรรดิ
นับแต่นั้นมารัชทายาทก็ทรงมิได้พบหน้าเสด็จอาเล็กองค์นี้อีกเลย
จวบจนวันนี้เวลาล่วงเลยไปสิบกว่าปีแล้ว สองอาหลานได้มาพบหน้ากันอีกครั้งหลังจากห่างหายกันไปนานย่อมต้องมีเรื่องให้พูดคุยกันมากมาย
ทว่าเมื่อรัชทายาทเสด็จลงจากรถม้าและเห็นชั่นอ๋อง พระองค์ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงทรงหัวเราะลั่น “เสด็จอา ท่านดูแตกต่างจากตอนเป็นเด็กยิ่งนัก”
ชั่นอ๋องทรงยิ้มเล็กน้อย ยังไม่ทันเอ่ยถวายพระพรรัชทายาทจบก็ถูกอีกฝ่ายคว้าตัวไว้หมับ ทั้งโอบไหล่ลูบหลังพลางพาเดินไปข้างหน้า