ทว่าสิ่งนี้มิใช่สิ่งที่ต้งยวนต้องการ ในขณะที่จักรพรรดิสวรรค์และเผ่าปีศาจตกลงทำพันธสัญญากัน เขาก็อาศัยข้ออ้างว่านำพันธสัญญาสงบศึกจากสวรรค์มามอบให้ หลอกให้เปิดประตูเมืองปีศาจ ทุบทำลายลูกแก้วปีศาจที่คุ้มกันเมืองปีศาจ แล้วส่งทหารสวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนเข้าเมืองไปฆ่าล้างเผ่าปีศาจ
ในสายตาของต้งยวน พวกโลหิตโสโครกอย่างเผ่าปีศาจไม่จำเป็นต้องดำรงอยู่
สัญญาที่จักรพรรดิสวรรค์และเจ้าเมืองปีศาจทำนั้นเป็นความใจดีของสตรีอย่างเวยเฟิ่ง ประหนึ่งปล่อยเสือเข้าถ้ำ มิสู้ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากเสีย
เพียงแต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิสวรรค์ผิดคำพูด ย่อมต้องหาคนมารับความผิดแทน
จนกระทั่งบัดนี้ต้งยวนยังคิดว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เพียงแต่ในตอนนั้นที่เขาต้องมารับความผิดที่จักรพรรดิสวรรค์ผิดคำพูดก็เพราะเวยเฟิ่ง หากในตอนนั้นเวยเฟิ่งไม่ได้เป็นปรปักษ์กับเขา กล่าวว่าจะตัดไมตรีกับเขา เช่นนั้นเขาก็ไม่มีทางให้นางต้องมารับผิดแทน
สุดท้ายสิ่งที่เขาต้องมาเสียใจภายหลังเป็นเพราะตนเองคิดอ่านสถานการณ์ไม่รอบคอบ ทำให้เขาต้องสูญเสียหญิงที่รักไปตลอดกาล…เผ่าปีศาจถือเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้!
บัดนี้เมื่อต้งยวนได้ยินชุยเสียวเสี่ยวกล่าวว่าเกาะแห่งนี้มีครรภ์ปีศาจอยู่ทั่ว ดวงตาของเขาก็พลันหรี่ลง จากนั้นก็ถอนตัวออกมาชั่วคราว ไม่ต่อสู้โรมรันกับเว่ยเจี๋ยอีก
ทว่าหลังจากถอยไปอยู่อีกด้านแล้ว สายตาของต้งยวนก็เหลือบมองไปทางชุยเสียวเสี่ยวอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว เหตุใดแต่ก่อนจึงไม่เคยสังเกต ดวงตาคู่นั้นของชุยเสียวเสี่ยว…เหมือนกับดวงตาของเวยเฟิ่งเหลือเกิน แววตาราวกับหางพญาหงส์โบกสะบัด ดวงตามีกลิ่นอายบางอย่างแผ่ออกมา…
เพียงแต่ในเวลานี้ชุยเสียวเสี่ยวผู้นั้นกำลังลูบคลำหน้าอกและท่อนแขนของเว่ยเจี๋ยด้วยความกังวล เพื่อตรวจดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่
ไม่รู้ว่าเว่ยเจี๋ยกระซิบกระซาบอะไรกับนาง นางจึงได้ถลึงตาจ้องเขาด้วยความโมโห ซ้ำยังขบริมฝีปากด้วยความหงุดหงิด
ภาพสนิทสนมของชายหญิงเช่นนี้ทำให้ความทรงจำที่เกือบจะถูกฝังลงดินของต้งยวนหวนกลับคืนมา
ในขณะที่เวยเฟิ่งกับเขายังดีๆ กันอยู่นั้น นางก็เคยจ้องเขาด้วยความหงุดหงิดเช่นนี้ และเคยขบริมฝีปากเช่นนี้ด้วยความเคยชิน…
เมื่อคิดเชื่อมโยงได้ว่าชุยเสียวเสี่ยวและเวยเฟิ่งมีส่วนเล็กๆ ที่เชื่อมโยงกันอยู่ หัวใจของต้งยวนก็มีเปลวเพลิงโหมไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง!
หรือว่า…มหาเทพกู่เหยียนจะขโมยของที่ตนเองต้องเฝ้า ทำให้เวยเฟิ่งที่อยู่ในยมโลกลุ่มหลง ลอบคบชู้สู่ชาย…
เพียงความคิดแวบเดียวนี้ ความหึงหวงก็ถาโถมเข้าสู่หัวใจ ทว่าจิตปฐมของเขาจะกระเพื่อมขึ้นลงเพราะความยินดียินร้ายบนโลกมนุษย์มิได้! นี่ถือเป็นข้อห้ามสำคัญ!
มหาเทพต้งยวนรีบปิดผนึกจุดฐานวิญญาณทั้งสองแห่งอย่างรวดเร็ว มิให้ตนเองดำเนินความคิดต่อไป
ในเวลานี้ชุยเสียวเสี่ยวกำลังโมโหเว่ยเจี๋ยจริงๆ เดิมทีเมื่อครู่นี้นางคิดว่าตนจะพนันกับต้งยวน แต่ใครจะคิดว่าเมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆ เว่ยเจี๋ยกลับผลักนางไปด้านหลัง ไม่สนใจอาการขัดขืนของนาง แล้วเขียนชื่อตนเองลงบนสมุดชั่วร้ายนั่น
ดังนั้นที่ชุยเสียวเสี่ยวน้ำตาไหลเมื่อครู่นี้ มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ดีว่าตนเองไม่ได้กำลังแสดงละคร
ทุกเรื่องล้วนมีเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้โอกาสจะเกิดได้น้อยเพียงใดก็ตาม แล้วนับประสาอะไรกับ ‘การพนัน’ ที่เป็นสิ่งที่ทำร้ายผู้คนมามากมายนัก! ถ้าหากเว่ยเจี๋ยแพ้ขึ้นมา ไม่เท่ากับว่าเข้าทาง ถูกทำร้ายจนตัวตายหรอกหรือ
นางหวนกลับมาที่สองร้อยปีก่อนหน้า ตลอดทางเต็มไปด้วยความโชคร้าย ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มารับชะตากรรมแทนเขาทั้งสิ้น ชีวิตของเขามิได้เป็นของเขามาตั้งนานแล้ว ต้องเป็นของนางส่วนหนึ่งจึงจะถูก แล้วเขาจะตัดสินใจพลการโดยไม่ปรึกษาหารือกันก่อนได้อย่างไร
ตอนนี้มีจังหวะพอดี ชุยเสียวเสี่ยวคิดแต่จะทุบเขาให้หนัก เขาช่างเลินเล่อนัก! เดิมพันเช่นนี้ก็ยังกล้าเสี่ยง!
แม้เว่ยเจี๋ยจะถูกชุยเสียวเสี่ยวทุบตี ทว่าหัวใจกลับปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของชุยเสียวเสี่ยวที่มองเขา ดวงตาที่มีประกายวาววามนั้นสะท้อนเงาของตัวเขาเอง
ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็สงบลงอย่างที่สุด อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะต้งยวนมาตามหารูปสลักนี้ เว่ยเจี๋ยก็ไม่อยากจะมาหารูปสลักนี้แม้แต่น้อย
เพราะว่าเขากลัว…กลัวว่าหลังจากชุยเสียวเสี่ยวได้รูปสลักนี้ไป นางจะกลับไปยังสองร้อยปีให้หลังโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ