ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

เพียงแต่เทพผู้เป็นแม่ทัพซึ่งเคยออกศึกอย่างห้าวหาญทั้งสามองค์นั้น มหาเทพกู่เหยียนและองค์เทพเวยเฟิ่งล้วนไม่อยู่แล้ว

เมื่อถึงเวลานั้นเหล่าเทพที่อยู่อย่างสุขสบายเหล่านั้นคงได้แต่ต้องพึ่งพามหาเทพต้งยวนที่มีจิตใจไม่ปกติเท่านั้นใช่หรือไม่

ยิ่งคิดชุยเสียวเสี่ยวก็ยิ่งตื่นตกใจ ทว่าในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเป็นกังวล พวกเขาจะต้องคิดหาวิธีชิงรูปสลักกลับคืนมาแล้วไปจากเกาะแห่งนี้!

เมื่อครู่นี้แม่นางฝูพูดจาหว่านล้อมเก่งกาจ นางจงใจให้ฉินหลิงเซียวชนะและได้รับลูกแก้วปีศาจไปได้อย่างง่ายดาย แล้วล่อให้เว่ยเจี๋ยและต้งยวนมาติดกับดัก

แผนการของแม่นางฝูนั้น ระหว่างปลาใหญ่สองตัวนั้นย่อมมีตัวหนึ่งที่ต้องลงหม้อก่อน ที่เหลืออีกตัวย่อมจัดการได้ง่ายขึ้น

แต่คิดไม่ถึงว่าผู้ที่ขึ้นเกาะมาครั้งนี้ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ แต่ละคนวางแผนตลบหลังได้เก่งกาจนัก ปลาใหญ่ทั้งสองตัวหลุดรอดไปจากการเดิมพันด้วยชีวิตแล้ว

เมื่อแม่นางฝูไม่มีปลาใหญ่ใส่หม้อจึงหลบเร้นกาย ทิ้งรูปสลักไว้ให้ทั้งสองต่อสู้แย่งชิง จนกระทั่งพวกเขาทิ้งชีวิตเอาไว้บนเกาะปีศาจแห่งนี้ กลายเป็นอาหารชั้นเลิศที่หล่อเลี้ยงครรภ์ปีศาจ

ถังโหย่วซู่จับจ้องการต่อสู้โรมรันระหว่างต้งยวนและเว่ยเจี๋ยด้วยความกังวล ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าตรวจดูทั่วทั้งเกาะแล้ว ที่นี่สร้างขึ้นจากดินเทพซีรัง* อย่างแน่นอน ดินวิเศษชนิดนี้จะแข็งตัวเมื่อถูกน้ำ ดังนั้นพื้นดินจึงแข็งเป็นที่สุด ทว่าที่มุมทางทิศเหนือของเกาะกลับมีพื้นที่ที่อ่อนนุ่มกว่าปกติ น่าจะเป็นประตูสำคัญของเกาะแห่งนี้”

ชุยเสียวเสี่ยวเองก็กำลังมองดูการต่อสู้ของเว่ยเจี๋ยและต้งยวน ในเวลานี้ไม่รู้เพราะเหตุใดต้งยวนจึงมีจิตสังหารคุกรุ่น พลังเทพแผ่ขยาย แม้เว่ยเจี๋ยจะสามารถต้านทานไว้ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตกเป็นรอง

ชุยเสียวเสี่ยวโบกมือเบาๆ สัตว์คุ้มกายพญาหงส์ทั้งห้าที่บินวนอยู่เหนือศีรษะของนางก็กรีดร้องใส่ต้งยวนเพื่อสลายการโจมตีของเขา

ต้งยวนรู้ว่ายามอยู่บนโลกมนุษย์ไม่ควรมีความรู้สึกยินดียินร้าย แต่เมื่อเห็นสัตว์คุ้มกายของเวยเฟิ่งมาอยู่กับหญิงเจ้าเล่ห์ธรรมดาคนหนึ่ง เขาก็รู้สึกโมโหยากจะทนไหว

เขามองชุยเสียวเสี่ยวด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ในใจก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจ เมื่อครู่นี้ตอนที่เขาเห็นพญาหงส์คุ้มกาย ต้งยวนก็สงสัยว่าชุยเสียวเสี่ยวจะใช่เวยเฟิ่งกลับชาติมาเกิดหรือไม่ แต่เวยเฟิ่งตกลงในแม่น้ำลืมเลือน วิญญาณมิได้ลอยขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเห็นมาอย่างชัดเจนจากคันฉ่องวัฏสงสารของแดนสวรรค์

ส่วนชุยเสียวเสี่ยวกลับเป็นบุคคลที่หาประวัติสามชาติภพจากสมุดอินหยางไม่ได้ มีแต่เรื่องน่าสงสัยไปเสียทุกจุด

เวยเฟิ่งยังคงอยู่ที่ยมโลกไม่ได้ไปเกิดอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าหญิงโป้ปดผู้นี้ใช้วิธีการใดขโมยสัตว์คุ้มกายที่เวยเฟิ่งทิ้งเอาไว้บนโลกมนุษย์กันแน่

โจรสาวที่มีสัตว์ของเทพคุ้มกายเช่นนี้ ไม่อาจปล่อยให้นางอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้จริงๆ!

ชุยเสียวเสี่ยวสังเกตเห็นสายตาของต้งยวนที่จับจ้องตนอย่างเหี้ยมเกรียม

ทว่าต้งยวนเป็นเช่นนี้ก็ดี ดีกว่าใบหน้าที่มีรอยยิ้มจอมปลอมที่คิดแต่จะทำร้ายคน

เมื่อคิดถึงตรงนี้ชุยเสียวเสี่ยวก็กล่าวเสียงดังว่า “ต้งยวน หากเจ้าเอาสมองลงมาโลกมนุษย์ด้วยก็ควรรู้ว่าสถานที่แห่งนี้มิใช่ที่ที่มาโอ้อวดตนด้วยความรุนแรงได้ ทั่วทั้งเกาะคือวิหารเวทที่หล่อเลี้ยงครรภ์ปีศาจ วิญญาณของมหาเทพอย่างเจ้าเป็นสิ่งที่มิอาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้ แม่นางฝูหาทางให้พวกเราทะเลาะกัน นางจะได้หาประโยชน์จากสิ่งนี้และจัดการพวกเราในคราวเดียว บัดนี้รูปสลักอยู่ในมือของเจ้า วิธีการที่ฉลาดที่สุดก็คือหาวิธีออกไปจากที่นี่ หากเจ้าไม่ยอม เช่นนั้นก็สู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง สังหารพวกเราเสีย เกาะแห่งนี้จะได้มีอาหารหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้น มีพละกำลังเพิ่มขึ้น เชื่อหรือไม่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นคนที่จิตปฐมได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเจ้าก็ยากที่จะออกไปจากเกาะแห่งนี้เช่นกัน!”

ต้งยวนรู้ว่าที่ชุยเสียวเสี่ยวกล่าวมามีเหตุผล อันที่จริงเขาก็สัมผัสได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเกาะแห่งนี้ไม่ชอบมาพากล

ทว่าตอนที่เขาอยู่บนสวรรค์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนโลกมนุษย์มีเกาะปีศาจ…หรือว่าเผ่าปีศาจที่เขาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในตอนนั้นยังคงหลงเหลืออยู่

ปีศาจนั้นมีสามประเภท หนึ่งคือมนุษย์มาร สองคือสัตว์อสูร สุดท้ายคือเผ่าปีศาจโดยกำเนิด

อย่างเว่ยเจี๋ยและชุยเสียวเสี่ยวที่กลายมาเป็นมารในภายหลังถือว่าเป็น ‘มนุษย์มาร’ ส่วนสัตว์อสูรนั้นเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด

ส่วนเผ่าปีศาจโดยกำเนิดนั้นเคยเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเทพบนสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นยังแบ่งหน้าที่กันอย่างเท่าเทียมในการปกครองโลกมนุษย์

เพียงแต่ภายหลังองค์เทพทั้งสามผู้เป็นแม่ทัพของจักรพรรดิสวรรค์ต่างเกรียงไกรไร้ผู้ใดต้านทาน ทำลายขวัญกำลังใจของเผ่าปีศาจ ทว่าเผ่าปีศาจยังคงดื้อรั้นไม่ยอมศิโรราบต่อสวรรค์

เมื่อเวยเฟิ่งฟังคำพูดของมหาเทพกู่เหยียนก็ตัดสินใจโน้มน้าวเผ่าปีศาจ ในเวลานั้นนางผู้เป็นองค์มหาเทพถอดเกราะเทพออก วางอาวุธ แล้วเข้าไปเจรจาในเมืองปีศาจกับเจ้าเมืองด้วยตนเอง

หลังจากข้อโต้แย้งมากมายจึงได้ข้อตกลงว่า…เผ่าปีศาจจะถอยออกมาเฝ้าเมืองปีศาจ อยู่ร่วมกันกับเผ่ามนุษย์และสวรรค์

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com