everY
ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 17-18 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 17
พวกเขาต้องต่างคนต่างไปไม่ยุ่งเกี่ยวกันแน่นอน
สถิติการต่อสู้ของ ‘เถ้าแก่ปู’ น่าทึ่งจริงๆ เล่นเอาเฉินซูที่กำลังขับรถอยู่เท้ากระตุกจนเผลอเหยียบเบรกอย่างแรง พาให้มือของเจียงอิ่งสั่นจนโทรศัพท์หล่นลงมาอยู่ข้างเท้า
ชีจู๋ซึ่งแต่เดิมดูเหมือนจะพิงกระจกรถหลับไปแล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น และถอดหูฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะมองไปทางเจียงอิ่งอย่างเย็นชา ทำให้เจียงอิ่งรีบเตะโทรศัพท์ไปฝั่งประตูรถอย่างคนกินปูนร้อนท้อง
“ไม่มีอะไรหรอก ฉัน…ว่างๆ ไม่มีอะไรทำเลยดูเวยป๋ออยู่ มีคนอัดไว้น่ะ” เจียงอิ่งกล่าว “นึกว่าจะเป็นคลิปอะไรซะอีก ไม่คิดว่ามันจะเสียงดังขนาดนี้”
“…”
เจียงอิ่ง “ฮะ…ฮ่าๆ”
โชคดีที่แอพฯ โง่นี่ไม่ได้รายงานชื่อไอดีของเขาออกมาด้วย ไม่งั้นตอนนี้เขาคงอธิบายอะไรลำบาก
ผู้ช่วยเฉินเชื่อแล้ว ส่วนชีจู๋ไม่แน่ใจว่าเชื่อหรือเปล่า ฝ่ายนั้นแค่เหลือบมองเจียงอิ่ง ต่อด้วยมองไปยังโทรศัพท์ที่เท้าเขา ก่อนจะใส่หูฟังกลับเข้าไปแล้วพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เพียงส่งเสียงอือออแล้วหลับตาพักสมองต่อ
เจียงอิ่งจ้องมองชีจู๋อยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งยืนยันได้ว่าหมอนี่ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกลับขึ้นมาจากเท้า
ขณะที่เจียงอิ่งกำลังก้มหน้าหาโทรศัพท์ ผู้ช่วยเฉินเหลือบมองกระจกมองหลังแวบหนึ่งและเห็นชีจู๋ยิ้มอยู่พอดี ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคนคนนี้ค่อนข้างคาดเดาได้ยาก
การอัพเดตแอพฯ ที่งี่เง่านี้สมควรได้รับประณามจากผู้เล่นตัวท็อปบนยอดห่วงโซ่อาหาร
เจียงอิ่งเปิดแอพฯ สโตร์ขึ้นมาและมอบคำวิจารณ์ยาวเหยียดให้กับ ‘เถียง’ โดยไม่จำเป็นต้องคิด ถ้อยคำซื่อตรง การเขียนจริงใจ รวมกับการถ่ายทอดอารมณ์แบบจัดเต็ม เพียงพอที่จะด่าลามไปถึงทั้งครอบครัวของผู้วางแผนที่เสนอการอัพเดตนี้ได้เลย
ด้านล่างความคิดเห็นของเขามีข้อความยาวๆ อีกข้อความหนึ่งที่ด่าแบบจัดเต็มเช่นกัน แต่ละคำล้วนคมเฉียบ เห็นก็รู้เลยว่าเป็นผู้เล่นระดับสูง เจียงอิ่งรีบกดไลค์ทันที
นอกจากเสียงเปิดหน้าจอแอพฯ ที่ค่อนข้างตอบสนองความรู้สึกอยากอวดของผู้ใช้งานแล้ว ฟังก์ชันของ ‘เถียง’ ยังมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอีก เช่น เจียงอิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าจอหลักของเขามีฟังก์ชันรับศิษย์เพิ่มเข้ามา ในเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งวัน ‘เถ้าแก่ปู’ ก็ได้รับคำขอเป็นศิษย์ไปแล้วหลายพันข้อความ
[พี่ใหญ่ รับค่าฝึกสอนเถอะ คุณคิดราคาเองเลย]
[เลือกฉันเป็นศิษย์สิ ฉันกตัญญูมากเลยนะ]
[มองฉันสิ! ฉันเป็นแฟนคลับของด้อมชีจู๋ ฉันร่วมด่าเจียงอิ่งกับคุณได้ทุกวันเลยนะ รับรองว่าสุขกายสบายใจแน่นอน]
[พี่ใหญ่! ขอเป็นแนวหน้าคารวะพี่ใหญ่! รับฉันเถอะ แล้วฉันจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก]
เจียงอิ่งเถียงเพื่อความสนุกล้วนๆ ไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าต้องการส่งเสริมทักษะนี้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตอนนี้เขาจึงยังไม่สนใจฟังก์ชันใหม่ที่ว่าและเพิกเฉยต่อคำขอเป็นศิษย์เหล่านั้น นอกจากนี้ ‘เถียง’ ยังได้อัพเดตฟังก์ชันโดเนตเข้ามาด้วย ดูเหมือนว่าแอพฯ นี้จะคว้าโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ภายในชั่วข้ามคืน เมื่อเปิดกลไกการโดเนต ผู้ชมสามารถเลือกให้รางวัลผู้ชนะหรือปลอบใจผู้แพ้ก็ได้ ซึ่งนี่จะทำให้ฝ่ายแพ้เจ็บปวดน้อยลงด้วย
แต่เมื่อเล่นมาถึงแรงก์อย่างเจียงอิ่ง การโดเนตก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป ชัยชนะต่างหากสำคัญที่สุด
การโปรโมตแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมกินเวลาตลอดช่วงบ่าย มิหนำซ้ำผู้ช่วยเฉินยังขับรถอ้อมครึ่งเมือง H เพื่อไปส่งชีจู๋อีก กว่าเจียงอิ่งจะถึงบ้านฟ้าก็มืดแล้ว
การไลฟ์ช่วงบ่ายของพวกเขาได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีการพูดถึงมากมายบนเวยป๋อ เนื่องจากละครกำลังจะเริ่มถ่ายทำ หัวข้อที่ทุกคนคุยกันส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับผลงาน แต่ก็ไม่วายมีคนคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจียงอิ่งกับชีจู๋
[เรื่องนี้มันมีอะไรให้คุยด้วยเหรอ ถ้าถามก็ความสัมพันธ์ย่ำแย่ไง]
[ปกติเวลาเห็นแฟนคลับสองด้อมทะเลาะกันก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่มากจริงๆ แต่พอดูไลฟ์สดแล้วกลับรู้สึกว่าน่าจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันดูแอบแปลกๆ ยังไงชอบกล ถึงฉันจะยังไม่เข้าใจก็เถอะว่าความ ‘แปลก’ แบบนี้มันมาจากไหน]
[พูดตามตรงฉันก็แอบงงหน่อยๆ เหมือนกัน ตอนที่เจียงอิ่งหลับ ชีจู๋ดูเหมือนจะช่วยพูดอะไรแทนอยู่ ไม่รู้ว่าพวกเธอสังเกตเห็นหรือเปล่า แต่เขาบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะตัวเองมาสาย]
[นั่นเป็นเพราะพี่ชายของเราเป็นคนถ่อมตัวและมีมารยาท ไม่หน้าด้านเหมือนคนบางคน เขาทั้งคู่ต่างก็คอยแซะอีกฝ่ายตลอดทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เพราะงั้นอย่าคาดหวังว่าพวกเขาสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย]
[พวกเธอไม่สนใจเรื่องคำเรียกจริงๆ เหรอ มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่คิดว่าการที่เจียงอิ่งเรียกเขาว่า ‘หัวหน้าห้อง’ มันดูมีอะไรน่ะ]
บทละครของ ‘หิมะมงคล’ น่าศึกษาจริงๆ เจียงอิ่งใช้เวลาอ่านมันกว่าครึ่งคืน กระทั่งเริ่มปวดตาถึงได้ยอมวางลง ระยะนี้เวลาในการทะเลาะกับคนอื่นของเขาขาดแคลนอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน
พอเปิดแอพฯ ขึ้นมา เขาก็ได้รับข้อความแชตจากเพื่อนอย่าง ‘sunny’
เถ้าแก่ปู เล่นสักตาไหม
sunny ไม่ ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีสุดๆ รู้สึกหดหู่มาก
เถ้าแก่ปู เป็นอะไรไป
sunny นายเห็นการอัพเดตหรือยัง ฟังก์ชันห่วยๆ นี่งี่เง่าสิ้นดี ฟังก์ชันที่มีระบบเสียงประกาศสถิตินั่น
เถ้าแก่ปู ฉันก็คิดเหมือนกัน
sunny อัตราการชนะของฉันดันมีแค่ 95% ฉันปวดใจมาก นับจากวันนี้ฉันจะพยายามต่อไป ไม่ให้พ่อแม่ต้องผิดหวัง และพยายามเถียงให้ได้คะแนนที่ดีกว่านี้
เถ้าแก่ปู ???
เถ้าแก่ปู [ยิ้ม.jpg]
เถ้าแก่ปู วิธีการพูดจาของเธอเหมือนพวกคนเรียนเก่งแอ๊บห่วยเลย
ผู้ใช้หลายคนพากันแชร์สถิติลงบนเวยป๋อ ซึ่งเจียงอิ่งเองก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่พอคิดถึงผลที่แอพฯ รายงานบนรถเมื่อเย็นแล้ว เขาก็ตัดสินใจไม่ทำ
เขาเปลี่ยนกลับไปใช้บัญชีเวยป๋อแอ็กหลัก และพบว่าแฟนคลับของตัวเองกับแฟนคลับของชีจู๋ ไม่รู้เป็นไงมาไงถึงได้ไปทะเลาะกับขาจรอีก หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงรู้ว่าเป็นเพราะวิธีที่พวกเขาสองคนเรียกกันระหว่างไลฟ์สดช่วงบ่าย
เจียงอิ่งมีคำเรียกชีจู๋อยู่แค่ไม่กี่แบบ เขาเองก็เรียกจนชินและไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ชาวเน็ตกลับมองว่ามันแปลก
[ความสัมพันธ์คงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก แฟนคลับนั่นแหละเอาแต่มโนกันไปเอง ดูเหมือนก็โอเคอยู่นะ]
[ฉันก็คิดว่าโอเคอยู่เหมือนกัน สัญชาตญาณบอก]
[ดั่งเงาที่เดินละเมอไล่ตามแสง ไม่จำเป็น ไม่จำเป็นจริงๆ ประเมินแล้วว่าพี่เจียงอิ่งแค่สะลึมสะลือเฉยๆ พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แค่เพื่อถ่ายละครด้วยกันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพูดว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย ไม่เห็นเหรอว่าทั้งคู่เขาต่างคนต่างอยู่ก็ปังอยู่แล้วน่ะ]
[เป้ยเป้ยอยากกินเนื้อตากแห้ง เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องดึงพวกเราสองด้อมมารวมกัน เราทั้งคู่ไม่มีใครจำเป็นต้องอาศัยความนิยมของอีกฝ่าย]
[เป้ยเป้ยอยากกินเนื้อตากแห้ง ขอแนะนำขาจรทุกคนว่าอย่าหลงกลไปกับภาพความปรองดองภายนอก พวกเขาทั้งคู่ฉลาดแกมโกง นี่เป็นแค่มารยาทที่ควรมีเวลาไลฟ์เฉยๆ เชื่อฉันเถอะ พวกเขาสองคนต้องต่างคนต่างไปไม่ยุ่งเกี่ยวกันแน่นอนหลังจากไลฟ์ช่วงบ่ายเสร็จ]
เป็นเรื่องยากที่แฟนคลับของทั้งสองด้อมจะเห็นพ้องต้องกัน แล้วดันมาเป็นเรื่องอะไรทำนองนี้เสียได้ เจียงอิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขากดไลค์คอมเมนต์ยอดนิยมของทั้งสองด้อมและกำลังจะเข้าร่วมสนุกด้วย แต่ดันเห็นเข้าเสียก่อนว่าเมื่อกี้เพื่อนร่วมชั้นมัธยมต้นอย่างฉีจวิ้นเพิ่งลงโพสต์หนึ่งบนเวยป๋อ เกี่ยวกับงานเลี้ยงรุ่นมัธยมต้นของพวกเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ประธานเสี่ยวฉีแห่งสื่อเผือกหมดเปลือก ช่วงนี้ยุ่งมากจนเกือบลืมโพสต์รูปงานเลี้ยงรุ่นเลย ได้นั่งข้างอดีตหัวหน้าห้องกับอดีตกรรมการวินัย ความกดดันยังรุนแรงเหมือนเดิมเลย ฮ่าๆๆๆ
[รูปภาพ] [รูปภาพ]
Comments



