everY
ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 15-16 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1
ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว
แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน
ผลงานเรื่อง : Ni De Hei Liao Bi Ben Ren Ke Ai
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 15
เขาดูเป็นไอดอลเฉพาะตอนไม่พูด
ในฐานะดาราสาวเบอร์หนึ่งของเฟิงสวินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เซวียนฮุ่ยถงมีประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชนจึงรับหน้าที่เป็นพิธีกรชั่วคราวในวันนี้ เธอเริ่มต้นด้วยการเล่นมุกตลกและพูดคุยถึงหัวข้อน่าสนใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักให้กับห้องไลฟ์
หลังจากที่ชาวเน็ตคึกกันเสร็จก็มีคนสังเกตเห็นว่าจำนวนคนที่ขึ้นไลฟ์ไม่ถูกต้อง
[เทพธิดาฮุ่ยฮุ่ย บอกว่ามีสี่คนไม่ใช่เหรอ]
[ฮึ่ม เสี่ยวอิ่งของเราอยู่ไหน!!! ภาพเงาออนไลน์รออยู่นะ]
[รีบเอาให้ฉันดูเลยว่าพี่ชายอยู่ไหน]
[ฮ่าๆ ฉันก็ว่าอยู่ว่ามีอะไรขาดหายไป เจ้าแห่งการมีเรื่องไม่อยู่ มันก็คึกคักไม่พอน่ะสิ]
[เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันเพิ่งดูวิดีโอที่เขาไปเหน็บแนมเน็ตไอดอลมา อย่างเจ๋งเลย]
“พี่ชายของพวกคุณพักผ่อนอยู่ในห้องข้างๆ” เซวียนฮุ่ยถงยกโทรศัพท์ขึ้น คนกลุ่มหนึ่งผลักประตูห้องข้างๆ เปิดออกพร้อมกัน “เรามาสัมภาษณ์ตัวร้ายบอสใหญ่สุดใน ‘หิมะมงคล’ กันค่ะ”
เซวียนฮุ่ยถง “…”
เจียงอิ่งกำลังขดตัวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา โทรศัพท์กลิ้งตกลงมาบนพรม โดยที่ในมือยังคงถือชานมซึ่งดื่มไปครึ่งแก้วเอาไว้
“ขอโทษครับๆ ผมไม่คิดว่าเขาจะนอนหลับได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แบบนี้” ผู้ช่วยเฉินที่อยู่ด้านข้างกล่าวขอโทษเสียงแผ่ว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไลฟ์เพิ่งเริ่มเอง” เซวียนฮุ่ยถงเบี่ยงกล้องออกแล้วพูดเบาๆ ว่า “ใครก็ได้ปลุกเขาที”
[นี่เจียงอิ่งเหรอ ท่านอนดูเรียบร้อยน่าเอ็นดูจัง]
[น่ามองจัง ฉันโดนตกเลย]
[กรี๊ดดด ใบหน้าตอนหลับของพี่ชายกับท่านอนนี้จะน่ารักเกินไปแล้ว ฉันไหวอยู่ ฉันยังไหว]
[เป็นแฟนคลับของไอดอลสายชิลก็งี้ ไปตรงไหนก็นอนตรงนั้น]
[โอ้โห ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงถูกนับว่าเป็นไอดอล เวลาไม่พูดคะแนนหน้าตามาเต็ม [เอามือปิดหน้าร้องไห้.jpg] ]
[พอเถอะ เขาเนี่ยนะเรียบร้อยน่ารัก? พวกเธอเมนต์ข้างบนน่ะไม่เคยเห็นเขาด่าคนเหรอ เวลาไม่พูดเขาก็ดูเป็นไอดอลอยู่หรอก แต่เวลาพูดเนี่ยจอมหาเรื่องชัดๆ]
[ในฐานะภาพเงาที่ติดตามมานาน ฉันขอแนะนำให้สายติ่งหน้าตาแบบพวกเธอรีบแคปหน้าจอซะ]
[ผู้ช่วยเฉิน ไอดอลเขาแอบดื่มชานมอยู่นะ การควบคุมน้ำหนักนี่ยังมีอยู่ไหม]
[เฮ้ งั้นปล่อยให้เขานอนไปเลยไหมล่ะ]
เวลานี้ก็ยังคงไลฟ์อยู่ตลอด ถึงแม้ว่าเซวียนฮุ่ยถงจะบังกล้องอยู่ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนที่ไม่ชอบเจียงอิ่งอยู่แล้วโผล่มาด่าเขาในช่องเมนต์อยู่ดี
[ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าละครดีๆ อย่างหิมะมงคลทำไมถึงเลือกเขามาแสดง ขนาดตอนไลฟ์ยังอู้ได้เลย]
[ไม่จริงจังกับงานน่ะสิ หมดความประทับใจจริงๆ]
[เขากำลังสร้างอิทธิพลที่ไม่ดีให้กับวงการ]
ในห้องไลฟ์มีภาพเงาอยู่หลายกลุ่ม พวกเธอจะทนให้แอนตี้ออนไลน์มาด่าเขาได้ยังไง จึงทำให้เกิดการปะทะแบบกลุ่มขึ้นมาทันที
“เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย” ชีจู๋กล่าว “ผมเลยมาสาย แล้วผมก็ไม่ได้แจ้งเวลาไลฟ์ให้ดีๆ ด้วย”
ผู้ช่วยเฉินก็ไม่คิดเช่นกันว่าเจียงอิ่งจะหลับไม่เลือกที่แบบนี้ “ผมจัดการไม่ดีเอง”
ขณะที่กลุ่มคนในช่องคอมเมนต์พากันโอดครวญพี่เจียงอิ่งหน้าตาดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชีจู๋ก็เหลือบมองโซฟาแล้วพูดว่า “งั้นผมขอแนะนำให้ทุกคนรักษาช่วงเวลาตอนนี้ไว้ให้ดี”
เจียงอิ่งที่หลับสนิทอยู่ได้ยินเสียงใครบางคนพูดอยู่แบบแว่วๆ จึงลืมตาขึ้น และคนแรกที่เขาเห็นก็คือชีจู๋
ชีจู๋แต่งตัวเป็นทางการยิ่งกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าราวกับแปะป้ายประกาศถึงความหรูหรามีระดับ
เจียงอิ่งลุกขึ้นนั่งโดยที่ยังถือชานมอยู่ในมือ “ว้าว หัวหน้าห้อง ทำไมวันนี้นายแต่งตัวเหมือนต้นคริสต์มาสเลย”
ชีจู๋ “…”
ในที่สุดเซวียนฮุ่ยถงก็ควบคุมสีหน้าไม่อยู่ “พรืด”
ทางด้านห้องไลฟ์…
[…]
[ฉันว่าแล้วเชียว…]
[ฉันคิดถึงเขาตอนก่อนหน้านี้ขึ้นมาแล้ว ใครก็ได้มาฟาดเขาให้สลบที]
[บ้าเอ๊ย มิน่าเมื่อกี้ชีจู๋ถึงบอกให้รักษาช่วงเวลาตอนนี้ไว้ให้ดี สมกับเป็นชีจู๋ จิกกัดได้เนียนมาก]
[ขอโทษนะ ฉันอยากขำอะ]
[เจียงอิ่งหุบปากซะ ชุดพี่ชายเราหล่อขนาดนี้ จะเหมือนต้นคริสต์มาสได้ยังไง]
“ไลฟ์อยู่นะ” อิ่นจยาอวี้ทำปากพูดแบบไม่ออกเสียง
“เริ่มไลฟ์แล้วเหรอ” เจียงอิ่งเริ่มตั้งสติและนั่งตัวตรงให้เรียบร้อย “สวัสดีครับทุกคน”
พอเขาตื่น สองแอ็กที่เคยด่าเขาในช่องเมนต์ก็หายวับไปทันที
“เสี่ยวอิ่ง นายแน่ใจนะว่าตื่นดีแล้ว?” ชีจู๋ถาม
“ตื่นจนไม่รู้จะตื่นยังไงแล้ว” เมื่อรู้ว่าวันนี้มีชีจู๋อยู่ด้วย เจียงอิ่งจึงตั้งใจเลือกเสื้อผ้าอย่างดีก่อนออกมา แถมตอนนี้ยังนั่งตัวตรงทำให้ดูดีมากในกล้อง
[วันนี้เจียงเสี่ยวอิ่งของเราแต่งตัวพิเศษจัง ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าปกติอยู่นิดหน่อย]
[ใช่ๆๆ ปกติใส่แต่ชุดสีขาว ให้ความรู้สึกเหมือนนักเรียน แต่ชุดสีเข้มที่ใส่วันนี้ดูดีมากเลย]
เจียงอิ่งยกมุมปากขึ้นด้วยความพอใจพลางเหลือบมองไปทางชีจู๋ที่ยืนอยู่ข้างโซฟา
[ไม่ได้เถียงนะ ฉันแค่มีข้อสงสัยนิดหน่อย ไอดอลชายของพวกเธอทุ่มเทกับการไลฟ์ขนาดนี้กันหมดเลยเหรอ เทพธิดาฮุ่ยฮุ่ยของฉันแค่ใส่ชุดลำลองมาเอง พวกนายสองคนมันยังไงกันเนี่ย นี่มันสไตล์งานพรมแดงชัดๆ]
[ไลฟ์หลีเมาอาจจะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด]
[ขอแก้ให้ถูกต้องหน่อย ชีจู๋ของเราไม่ได้เดินเส้นทางไอดอล เขาเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ]
[แล้วทุ่มเทกับการทำงานมันไม่ดีเหรอ แค่ดูดีก็พอแล้วไหม จะมากเรื่องกันไปทำไม]
[ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเขาสองคนกำลังแข่งขันกันเลย]
[ก็แข่งกันมาตลอดนะ สองด้อมนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ]
“ขอถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน บางคำถามก็มาจากชาวเน็ต บางคำถามก็มาจากพวกเราเอง” เซวียนฮุ่ยถงไลฟ์ต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
“ผมจะตอบทุกอย่างที่ผมรู้” ขณะเจียงอิ่งพูด โซ่เงินที่ห้อยอยู่ตรงกระเป๋าเสื้อก็ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
“คำถามแรก ทำไมคุณถึงชอบทะเลาะกับคนอื่นในเวยป๋อ” เซวียนฮุ่ยถงอ่านคำถามจากการ์ด “นี่เป็นคำถามจากชาวเน็ตที่ชื่อ ‘รักผมโปรดโอนเงินให้ผมด้วย’ ”
เจียงอิ่ง “อ้อ อย่างแรกผมไม่ได้ชอบทะเลาะ อย่างที่สองน้อยมากที่ผมจะเป็นฝ่ายไปหาเรื่องคนอื่น ปกติจะเป็นพวกเขามาด่าผมก่อนทั้งนั้น เพราะงั้นการกระทำนั้นของผมไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองต่างหาก อย่างที่สามไอดีของเพื่อนคนนี้ดูคุ้นๆ นะ”
“นายไม่ชอบเหรอ” ชีจู๋ถามจากด้านข้าง
ซับกระสุนในแพลตฟอร์มไลฟ์ถาโถมเข้ามาไม่หยุด พอได้ยินตอนเขาตอบคำถามก็ยิ่งไหลเร็วขึ้น
[ฉันไม่เชื่อหรอก นายไม่ชอบการทะเลาะจริงดิ]
[เฮ้อ พูดตามตรงตอนแรกที่ฉันมาเป็นแฟนคลับเขาก็เพราะชอบนิสัยปากแซ่บของเขานี่แหละ อันที่จริงเจียงอิ่งก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เขาอาจจะปากดี แต่เขาพูดแบบมีเหตุผลและจะไม่ด่าใครโดยไม่มีเหตุผลด้วย]
[ฉันขำจนจะบ้าแล้ว พวกเธอสังเกตเห็นไหมว่าเจียงอิ่งกับชีจู๋สองคนนี้ทะเลาะกันหนักมาก ทั้งแบบลับๆ และแบบเปิดเผย]
“งั้นก็มาถึงคำถามที่สอง” เซวียนฮุ่ยถงเปลี่ยนการ์ดคำถาม “คำถามจากชาวเน็ต ‘TMW-Sunny’ คือในฐานะไอดอลและในฐานะบุคคลสาธารณะ การที่คุณมักจะเจ้าคิดเจ้าแค้นกับคนบางคน คุณไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนใจแคบบ้างเหรอ”
“ไม่ใช่แค่คิด แต่ผมเป็นคนใจแคบเลยล่ะ” เจียงอิ่งพูดอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าผมไม่สู้กลับ ผมคงโกรธไปหลายวัน สิ่งแรกที่ผมนึกถึงทุกวันตอนตื่นนอนก็คงมีแต่ความโกรธและต้องคิดอยู่ทุกวันว่าตอนนั้นผมน่าจะพูดอะไรออกไปหน่อย ถึงขั้นจินตนาการฉากการโต้เถียงกับคนคนนั้นแบบนับครั้งไม่ถ้วน แทนที่จะเป็นแบบนั้น ผมพูดให้เคลียร์ไปทีเดียวเลยดีกว่า”
[ใช่ พี่ของเราใจแคบ แฟนคลับอย่างพวกเราก็ชอบที่ตรงนี้นี่แหละ]
[สมแล้วที่เป็นคนจริงไม่มีเฟค [หัวเราะทั้งน้ำตา.jpg] ]
นิสัยแบบนี้ของเขามีคนชอบก็ย่อมมีคนไม่ชอบ เจียงอิ่งเป็นคนใจกว้าง ไม่ค่อยสนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง “อันที่จริงตอนเด็กๆ ผมค่อนข้างอ้วนนะ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสผมจะเอารูปมาให้พวกคุณดู ตอนที่มีคนมารังแกผมสมัยอนุบาล ผมก็ได้แต่ร้องไห้ ต่อมามีคนบอกผมว่าแค่ด่ากลับไปก็ไม่ต้องโกรธแล้ว ผมเลยลองไปครั้งหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดี อ้วนแล้วมันผิดตรงไหน ผมไปกินหมูของบ้านเขาหรือไงกัน”
“ต่อมาคำถามสุดท้ายแล้ว คุณรู้จักแอพฯ ที่ชื่อ ‘เถียง’ ไหม” เซวียนฮุ่ยถงถาม
“รู้จัก เคยเห็นติดคำค้นหายอดฮิต” เจียงอิ่งยังคงตีหน้านิ่ง
“แล้วคุณรู้ไหมว่าแอพฯ นั้นมีผู้ใช้คนดังที่ชื่อ ‘เถ้าแก่ปู’ ” เซวียนฮุ่ยถงถามต่อ
“?” เจียงอิ่งเอ่ย “…ก็พอรู้อยู่บ้าง”
“งั้นก็ดีเลย” เซวียนฮุ่ยถงยิ้ม “กรุณาฟังคำถามแล้วตอบตามตรง ถ้าตอนนี้ให้คุณกับ ‘เถ้าแก่ปู’ มาแข่งกันแบบออนไลน์ คุณคิดว่าใครจะชนะ”
เจียงอิ่ง “???”
เจียงอิ่ง “ใครเป็นคนถามคำถามนี้”
Comments



