แต่ในตอนนี้เองชุยเสียวเสี่ยวดึงใบประกาศมาด้วยท่าทางดั่งในใจมีไผ่พร้อม พลางเรียกพรรคพวกของตน “ไปเถอะ! ไปกินข้าวที่ที่ว่าการอำเภอก่อนค่อยว่ากัน”
จีอู่ชีแค่นเสียงกระแทกกระทั้น “เจ้ามีฝีมืออะไร ถึงกับกล้ารับงานนี้รึ”
ตราบใดที่เขาไม่ได้พูดถึงการฆ่าสุนัขเอามาเคี่ยวเนื้อ ชุยเสียวเสี่ยวก็ยังวางสีหน้ายิ้มแย้มได้ ต่อให้ต้องเผชิญกับความไร้มารยาทของศิษย์พี่ใหญ่ นางก็ยังคงกล่าวยิ้มๆ “ข้าทำไม่ได้หรอก แต่พวกท่านสามคนล้วนมีความสามารถแท้จริง ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดจึงจะดึงใบประกาศมาไม่ได้เล่า”
ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ก็ยังเป็นเวลากลางวัน จึงพอมีเวลาอีกชั่วระยะหนึ่งกว่าจะถึงตอนเฝ้าเวรกลางคืนที่โรงเลี้ยงไหม ท่านนายอำเภอคงต้องเลี้ยงอาหารผู้เก่งกล้าสามารถผิดธรรมดาสักมื้อก่อนค่อยเจรจาพาทีกระมัง
คนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลเช่นกัน
จะว่าไปที่พวกเขาทุกข์เศร้าเช่นนี้ก็เพราะรู้สึกอาลัยต่ออาจารย์ที่จากไป ก่อนจะสิ้นใจอาจารย์ถึงกับร่ายคำสาปใส่เหล่าลูกศิษย์เช่นพวกเขาว่า ‘หากเป็นเงินทองที่ผ่านมือมาเข้าตนเองหรือเป็นอาหารที่ซื้อหามาก็ขอให้กลายเป็นเถ้าธุลีในบัดดล’ ทั้งนี้เพื่อทดสอบพลังความสามัคคีระหว่างเจ้าสำนักคนใหม่กับผู้ร่วมสำนักด้วยกัน
อาจารย์เคยกล่าวว่าถ้าอยากกินข้าวก็ทำได้เพียงลงเขาไปจาริกขอบุญ รับเอาอาหารจากที่ผู้อื่นบริจาคให้เท่านั้น
ส่วนเรื่องที่คำสาปจะคลายลงเมื่อไร ท่านผู้อาวุโสยังไม่ทันได้เฉลยความก็สิ้นลมสู่แดนสุขาวดีไปเสียก่อน
เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะกลัวพวกเขาจะอุดอู้เกียจคร้านอยู่แต่บนเขาหลิงซาน ถึงได้บีบให้เหล่าศิษยานุศิษย์ต้องลงเขามาฝึกฝนเคี่ยวกรำไปพร้อมกัน
หลังจากล่าสัตว์มาเป็นอาหารจนหมดภูเขาแล้ว คนทั้งกลุ่มก็จำต้องทำตามคำสั่งเสียของอาจารย์ ลงเขามาขอบุญเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง พร้อมกับช่วยกันคิดหาวิธีแก้คำสาปให้หมดไป
น่าเสียดายที่ระหว่างทางไม่มีงานอะไรให้ทำแลกข้าวเลย ยิ่งไม่มีสัตว์ให้ล่ามาเติมท้องด้วย
อีกทั้งพวกเขายังไม่อาจด้านหน้าไปแย่งชิงกับขอทานตัวจริง จนเกือบต้องหิวตายเพราะคำสาปต้องห้ามของท่านอาจารย์แล้ว
หลายวันมานี้พวกเขาได้แต่อาศัยผักและผลไม้ป่าประทังชีวิตถึงอยู่รอดมาได้
เมื่อมาถึงที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอเห็นกลุ่มคนที่อ้างตนว่าเป็นผู้มีวิชาสูงส่งของสำนักยันต์คาถาเขาหลิงซานก็ไล่สายตามองขึ้นมองลงอย่างดูแคลน ก่อนจะเอ่ยปากว่า “ท่าทางดูไม่มีสง่าราศี ไม่น่าไว้ใจเลย ขอทานยังไม่มาขอข้าวกินง่ายๆ เช่นนี้ จะหิวไม่หิวก็เรื่องของพวกเจ้า เทียบกับเรื่องคอขาดบาดตายได้รึ ถ้าหากคิดจะมาหลอกกินดื่มก็รีบไปให้พ้นๆ เสีย! งานนี้มิใช่ใครจะรับไปทำได้ง่ายๆ…”
ชุยเสียวเสี่ยวหันกลับมามองพิจารณาผู้ร่วมสำนัก…อืม ผมเปื้อนฝุ่นหน้าเปรอะดินดูไม่ต่างจากขอทานเลยจริงๆ ไม่แปลกที่นายอำเภอจะไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
ครั้นเห็นมือปราบสองสามคนไล่ต้อนพวกตนออกไปด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง ชุยเสียวเสี่ยวจึงหันไปสั่งเด็กหนุ่มซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม “อาอี้ แสดงฝีมือให้พวกเขาดูซิ!”
อาอี้ถูกพวกมือปราบดูหมิ่นดูแคลนจนนึกโกรธจึงไม่ปิดบังอารมณ์ความรู้สึกเช่นกัน เขาแค่ฉีกมุมชายเสื้อแล้วกัดปลายนิ้วเอาเลือดตนเองวาดอักขระยันต์หวัดไปหวัดมาบนผ้า จากนั้นก็ชูมือขึ้นโบก เกิดเป็นเปลวเพลิงขึ้นทันใด แถบผ้าเผาไหม้กลายเป็นขี้เถ้าลอยฟุ้งไปในอากาศ
เศษขี้เถ้าที่มิได้สลายไปรวมตัวก่อเป็นรูปร่าง กลายเป็นนกเหยี่ยวตัวหนึ่ง มันกู่เสียงยาวแหลมบาดหู ก่อนจะโผบินไปทางนายอำเภอซึ่งนั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ แล้วโฉบจิกเอาหมวกแพรโปร่งของเขาขึ้นไปบนขื่อคานของห้อง