บทที่ 11
เพียงชั่วพริบตาชุยเสียวเสี่ยวก็รู้สึกว่าร่างกายของตนคล้ายกับถูกห่อหุ้มด้วยน้ำหนืดข้นไว้อย่างแน่นหนาและจมลงๆ ไม่หยุด…
กระทั่งนางไม่อาจขยับตัวใดๆ ได้เลย แต่จิตใจของนางกลับนิ่งสงบลง
นางรีบหลับตาแน่นแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พลังพิเศษที่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ยังเด็กทำให้นางมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน ไม่ถูกลวงหลอกให้สับสน
ท่ามกลางทะเลเลือด ชุยเสียวเสี่ยวเห็นดวงตาสีแดงดำแปลกประหลาดและเย็นชายิ่งคู่หนึ่งกำลังจ้องตรงมายังนาง
นางลองถามไปว่า “ขอบังอาจถามแซ่สกุลอันยิ่งใหญ่ชื่อนามอันเกรียงไกรของท่านได้หรือไม่ หากท่านต้องการสิ่งใด ลองเอ่ยออกมาก่อนก็ได้ พวกเราพูดคุยหารือกัน เป็นมิตรปรองดองก่อเกิดทรัพย์*”
ดวงตาเปี่ยมจิตสังหารคู่นั้นราวกับคาดไม่ถึงว่าแม่นางน้อยตัวเล็กๆ จะหาญกล้าถึงเพียงนี้ ตลอดชั่วกาลเวลายาวนานหลายปีนางเป็นคนแรกที่มองเห็นเขา…
คำพูดของชุยเสียวเสี่ยวคล้ายกับบังเกิดผล ขุมพลังยิ่งใหญ่ที่โอบรัดรอบตัวนางไว้ประหนึ่งงูยักษ์เริ่มชะลอลงเล็กน้อย จากนั้นเสียงทุ้มต่ำแฝงกลิ่นอายกระหายเลือดก็ดังขึ้นข้างหูของนาง “เจ้า…เห็นข้ารึ”
ครั้นชุยเสียวเสี่ยวเห็นว่าสัตว์ประหลาดซึ่งห้อมล้อมด้วยเลือดเข้มข้นตนนี้ดูพูดคุยด้วยง่ายก็รีบเอ่ยขึ้นทันใด “ใช่ ข้ามีพลังวิเศษมาตั้งแต่เด็ก สามารถมองเห็นสิ่งที่คนธรรมดามองไม่เห็น”
ตอนนี้เองฝ่ามือเลือดขนาดใหญ่ซึ่งดูเหมือนว่าก่อตัวขึ้นมาจากในถ้ำกลางทะเลเลือดก็ยื่นมาบีบคางชุยเสียวเสี่ยวทั้งที่มีเลือดดำคล้ำหยาดย้อยหยดติ๋ง ดวงตาคู่นั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้พลางไล่พิจารณานางอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ จากนั้นจึงค่อยแค่นหัวเราะ “ฉินหลิงเซียวถูกตาต้องใจคนอย่างเจ้า…”
ชุยเสียวเสี่ยวไม่คาดคิดว่าปีศาจโลหิตลึกลับตนนี้จะรู้เรื่องที่ฉินหลิงเซียวขอนางแต่งงานด้วย แต่เมื่อฟังถ้อยคำนี้แล้วก็รู้ได้ว่าปีศาจโลหิตดูถูกดูแคลนตัวนางไม่ผิดไปจากฉินหลิงเซียวเลย
ดังนั้นนางจึงหัวเราะแห้งๆ แล้วกล่าวว่า “ข้ารู้ตัวดีว่าตนเองอ่อนด้อยนัก ไม่คู่ควรเป็นภรรยาของเจ้าสำนักฉิน…”
นางคิดว่าปีศาจโลหิตคงดูแคลนนางและนึกเสียดายแทนฉินหลิงเซียวจึงได้ตอบไปเช่นนั้น
ใครเลยจะคิดว่าปีศาจโลหิตไม่รอให้นางพูดจบก็บีบคางของนางแน่นกว่าเก่า กล่าวด้วยเสียงอาฆาต “เจ้าสำนักฉิน? มันคู่ควรเป็นรึ”
การกระทำรุนแรงอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้ชุยเสียวเสี่ยวเจ็บจนตาหยี เม็ดไฝแดงข้างหางตาขยับตามน้อยๆ ทันที
เมื่อปีศาจโลหิตเกรี้ยวกราด ร่างกายที่ชุ่มโชกเลือดหนืดข้นก็กลายเปลี่ยนเป็นงูยักษ์ ค่อยๆ เลื้อยมายังข้างใบหูของชุยเสียวเสี่ยวช้าๆ เสียงซึ่งจงใจกระซิบพูดดังแทรกด้วยเสียงหยดเลือด “วันนี้เจ้าถูกเจ้าฉินหลิงเซียวหยามหมิ่นซึ่งๆ หน้ามามากแล้วกระมัง สายตาที่มันมองเจ้าไม่ต่างจากมองขี้หมูเลยด้วยซ้ำ เจ้ารู้สึกโกรธมากใช่หรือไม่ โกรธที่มันดูถูกอาจารย์ของเจ้าและยิ่งโกรธที่ตนเองไร้สามารถ…ไม่เป็นไร ข้าจะให้โอกาสเจ้า ขอเพียงเจ้ายอมเชื่อฟังข้า ข้าจะทำให้เจ้าเก่งกาจกล้าแกร่งขึ้น…เก่งกล้าเสียจนทุกผู้ทุกคนต้องสยบยอมอยู่ใต้ฝ่าเท้าเจ้า…”
ขณะมันพูด ไอร้อนคาวเลือดก็แทรกซึมเข้าไปในหูของชุยเสียวเสี่ยว พร้อมกับเสียงฟ่อๆ ทะลุทะลวงโจมตีไปตามเส้นเลือดทุกครั้งที่หัวใจสูบฉีด…
ชั่วขณะนั้นหัวใจของชุยเสียวเสี่ยวราวกับจะระเบิดออกเสียให้ได้ ความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อครั้งถูกขายพลัดพรากจากไกลไปตั้งแต่เล็ก ความโกรธเกลียดชิงชังที่ถูกคนไล่จับไล่ตีเพราะแอบไปลักเล็กขโมยน้อยตามท้องถนน ความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านี้พรั่งพรูเข้ามาในใจไม่หยุด
ใช่แล้ว นางอ่อนแอเกินไป!
หากนางเก่งกาจแกร่งกล้าได้อย่างฉินหลิงเซียว สังหารทุกคนที่รังแกนางได้ดั่งใจ เช่นนั้น…คงดียิ่งนัก…